ช็อก!!! "กุ๊ก กฤติกา" น้ำตาไหล "น้องวิน" ไข้สูง เข้าโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่น เจ้าตัวถึงขั้นขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนเป็นเเม่ควรอ่าน!!!!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

นับเป็นเหตุการณ์เตือนใจสำหรับพ่อเเม่เลยจริงๆ เมื่อ "กุ๊ก กฤติกา ขอไพบูลย์" ได้ออกมาโพสต์ข้อความเป็นอุทาหรณ์เมื่อ "น้องวิน" ลูกชายหัวเเก้วหัวเเหวน มีอาการขาดน้ำจนต้องเข้าโรงพยาบาลที่ประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้เธอได้เล่ารายละเอียดบนIG ส่วนตัวดังนี้ 

ช็อก!!! "กุ๊ก กฤติกา" น้ำตาไหล "น้องวิน" ไข้สูง เข้าโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่น เจ้าตัวถึงขั้นขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนเป็นเเม่ควรอ่าน!!!!

 

 

ช็อก!!! "กุ๊ก กฤติกา" น้ำตาไหล "น้องวิน" ไข้สูง เข้าโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่น เจ้าตัวถึงขั้นขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนเป็นเเม่ควรอ่าน!!!!

 

 

ช็อก!!! "กุ๊ก กฤติกา" น้ำตาไหล "น้องวิน" ไข้สูง เข้าโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่น เจ้าตัวถึงขั้นขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนเป็นเเม่ควรอ่าน!!!!

 

 

ช็อก!!! "กุ๊ก กฤติกา" น้ำตาไหล "น้องวิน" ไข้สูง เข้าโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่น เจ้าตัวถึงขั้นขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนเป็นเเม่ควรอ่าน!!!!

 

 

 

ช็อก!!! "กุ๊ก กฤติกา" น้ำตาไหล "น้องวิน" ไข้สูง เข้าโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่น เจ้าตัวถึงขั้นขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนเป็นเเม่ควรอ่าน!!!!

 

 

ช็อก!!! "กุ๊ก กฤติกา" น้ำตาไหล "น้องวิน" ไข้สูง เข้าโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่น เจ้าตัวถึงขั้นขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนเป็นเเม่ควรอ่าน!!!!

 

 

"ถึงแม่ๆที่มีลูกเล็กทุกคน มีอะไรจะเล่าสู่กันฟังค่ะ น้องวินไปญี่ปุ่นคราวนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ประสบการณ์ ความรู้ และความรอบคอบของพ่อและแม่ก็จะเพิ่มมากขึ้นจากทริปนี้ด้วย พวกเราทุกคนสนุกกับการสกี พอจบทริปสกีตอนปลายปีเลยวางแผนมากันอีก คราวนี้อยู่ในสกีรีสอร์ต12วัน เป้าหมายไม่ได้เล่นทุกวัน แต่เป้าหมายคือเล่นเท่าที่อยากเล่น สิ่งที่เราไม่ได้คิดไปคือมันมากเกินไปสำหรับเด็กน้อย ด้วยความที่วินเล่นได้ดีสำหรับเด็กอายุเท่านี้พ่อแม่ก็จัดการให้เรียนซ้ำทุกครั้งที่มา เพราะไม่ได้อยากแค่ให้ลูกเล่นได้ แต่อยากให้เล่นเป็นจริงๆจะได้สนุกอย่างปลอดภัย พ่อแม่ให้วินเรียนทริปละหลายวัน เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่เล่นได้แต่เล่นเป็นและเข้าใจวิธีการลงจากจุดชันๆได้ดี สกี ทริปนี้ วินลงBlackได้ทั้งหมด ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็burnกันสนุกทีเดียว แต่สำหรับเด็กถ้าเติมน้ำเข้าไปไม่พอ 

 

 

ปัญหาจะตามมามากมาย 2วันก่อนกลับวินไข้ขึ้นสูงมากข้าวและน้ำกินได้น้อย ยาก็ไม่ค่อยยอมกิน บ่นว่าปวดท้องเข้าห้องน้ำพอพาเข้าก็ถ่ายไม่ออก ออกมาบางครั้งก็น้อยมากๆ สุดท้ายก่อนจะกลับบ้าน check in ออกตั๋ว โหลดกระเป๋า ทุกอย่างทำเรียบร้อยหมดเหลือแค่พาตัวเดินขึ้นเครื่อง แต่วินไม่ไหว ตอนเช้าเริ่มมีอาเจียน เริ่มปวดท้องขนาดแม่อุ้มเดินยังทนไม่ได้ เราต้องตัดสินใจพาหาหมอที่ญี่ปุ่นเพราะพ่อแม่ก็งัดยาออกมาแก้อาการเบื้องต้นจนหมดทางแล้ว หมอที่สนามบินเขียนจม.ภาษาญี่ปุ่นให้เราถือไปที่ รพ.เด็ก เราเดินทางไปที่แรกไม่รักษาให้เพราะเราไม่มีบัตรประกันสุขภาพของญี่ปุ่น เค้าแนะนำให้ไปรพ.ประจำจังหวัด ที่สุดได้เจอหมอ วินต้องถูกเจาะเลือด เอ็กซเรย์และเจาะเข็มให้น้ำเกลือครั้งแรกที่ต่างแดน น้ำตาของเด็กน้อยคลอเบ้าตอนที่พยาบาลเจาะแล้วหาเส้นไม่เจอ พยาบาลควานหาเส้นเท่าไรก็ไม่ได้สุดท้ายต้องเปลี่ยนมือ แม่เองยังน้ำตาไหลสงสารลูก

 

 

 

สุดท้ายผลออกมาคือขาดน้ำไม่ได้ติดเชื้ออะไร ไม่น่าเชื่อว่าจะร้ายแรงขนาดนี้ ต่อไปเที่ยวได้แต่อย่านานเกิน ต่อไปน้ำดื่มต้องให้กินหมดเป็นขวดๆไม่ใช่จิบไปเรื่อยๆ จนเราเองก็ไม่รู้ว่ากินไปมากน้อยแต่ไหน แพลนเที่ยวเอาสนุกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเดินสายกลาง ต้องพอดีๆ พ่อแม่ได้บทเรียนมากมายจากทริปนี้ เล่าสู่กันฟังเผื่อเป็นประโยชน์ค่ะ ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองถึงจะเป็นช่วงเวลาที่ยาก แต่พวกเราผ่านมาได้แบบมีสติ ตลอดเวลาที่วินไม่สบายแม่เองก็เป็นไข้38-39ตลอด ขอบคุณวิญญาณของความเป็นแม่ที่เติมพลังงานให้ใช้เท่าไรก็ไม่หมดจนกว่าจะเห็นว่าลูกหาย ขอบคุณกำลังใจจากครอบครัวและเพื่อนฝูงทั้งที่เราไม่ได้รับโทรศัพท์และแทบไม่ได้คุยอะไรกับใครเลย ขอบคุณทุกคนที่ยังส่งกำลังใจให้ ขอบคุณจากใจค่ะ