- 15 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
สืบเนื่องจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ได้ออกคำสั่งให้กองทัพร่วมกับชาติพันธมิตรอย่างอังกฤษและฝรั่งเศส โจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ที่เป็นแหล่งยิงอาวุธเคมีของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดในซีเรีย โดยอ้างเรื่องการใช้อาวุธเคมีโจมตีฐานที่มั่นกบฏจนส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 60 คน เมื่อสัปดาห์ก่อน
ล่าสุดประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กล่าวในแถลงการณ์ โดยแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อการโจมตีในซีเรียซึ่งนำโดยสหรัฐ, ฝรั่งเศส และอังกฤษ ว่าเป็น "การกระทำที่โหดเหี้ยม" ต่อรัฐอธิปไตย เนื่องจากการเลือกโจมตีจุดพื้นที่ที่มีการกล่าวอ้างเรื่องการใช้อาวุธเคมีเป็นเพียงข้อกล่าวอ้าง ดังนั้นรัสเซียจึงขอประณามการกระทำดังกล่าวอย่างหนักแน่น เนื่องจากเห็นว่าการกระทำของสหรัฐฯและชาติพันธมิตรว่าเป็นการกระทำที่รุกรานชาติที่มีอธิปไตย ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของการปราบปรามการก่อการร้าย การกระทำของสหรัฐฯและพันธมิตร จึงเป็นการละเมิดกฎบัตรของสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมขอให้เรียกประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เป็นการด่วน พร้อมกันนี้รัสเซียจะเริ่มพิจารณากระบวนการส่งระบบขีปนาวุธ เอส-300 ให้ซีเรียและประเทศอื่นๆ อีกด้วย
อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมา มีรายงานข่าวว่า ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้ลงมติไม่ผ่านความเห็นชอบตามที่รัสเซียเสนอมาให้มีการประณามสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรยุโรปว่า ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ โดยในที่ประชุม 15 ชาติ มีเฉพาะ รัสเซีย จีน และโบลิเวีย เท่านั้นที่ลงมติเห็นชอบข้อเสนอของรัสเซีย อีก 8 ชาติลงมติไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง 4 ชาติ
ทั้งนี้ท่าทีของ ประธานาธิบดีปูติน เกิดขึ้นใกล้เคียงกับการที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ชื่นชมการโจมตีทางอาการถล่มเป้าหมายในซีเรียของพวกเขากับฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 14 เม.ย. ว่า “เป็นปฏิบัติการโจมตีที่สมบูรณ์แบบ ต้องขอบคุณสติปัญญาและพลังของทหารอันยอดเยี่ยมของฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร"
ขณะที่ สถานีโทรทัศน์ของทางการซีเรีย รายงานว่า ระบบต่อต้านขีปนาวุธของซีเรียสามารถยิงขีปนาวุธของผู้รุกรานได้ 71 ลูกของที่ยิงเข้ามาทั้งหมดประมาณ 103 ลูก บริเวณชานกรุงดามัสกัส เช่นเดียวกับข้อมูลระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ซึ่งระบุว่า ขีปนาวุธนำวิถีซึ่งถูกยิงมาจากทะเลและจากบนอากาศ ใน 110 ลูก 12 ลูก ถูกระบบป้องกันของกองทัพซีเรียสามารถสกัดไว้ได้ทั้งหมด 12 ลูก โดยการถูกสกัดให้เปลี่ยนทิศทาง จึงมีบางส่วนไปตกในพื้นที่อยู่อาศัยของพลเรือน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน
ขอบคุณภาพ : CNN
