- 03 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง www.tnews.co.th
วันที่ 5 ของการรณรงค์ สุขกาย สบายใจ ขับขี่ปลอดภัย รับปีใหม่ 2559 ตั้งแต่วันที่ 29 ธ. ค.58 - 2 ม.ค.59 ซึ่งมียอดรวม 2,753 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 292 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,855 ราย
ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 สรุป ยอดรวมการเกิดอุบัติเหตุ สะสมตลอด 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ธ. ค.58 - 2 ม.ค.59 มียอดรวม 2,753 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 292 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,855 ราย
สาเหตุหลักยังเป็นเมาสุรา ร้อยละ 23.08
ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 15.98
โดยรถจักรยานยนต์ ยังครองอันดับหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุ ร้อยละ 83.41
รถปิกอัพ ร้อยละ 7.24
เกิดบนถนนกรมทางหลวงมากที่สุด ร้อยละ 37.35
โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ 108 ครั้ง
จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดได้แก่ จ.นครราชสีมา 12 ราย
จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ 108 คน
ส่วนจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต(ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด คือ ตรัง พังงา แพร่ ระนอง สมุทรปราการ สิงห์บุรี และสุโขทัย
ขณะเดียวกันประชาชนเริ่มเดินทางกลับจากการเฉลิมฉลองและท่องเที่ยว ทำให้การสัญจรในเส้นทางต่างๆ มีความหนาแน่นเป็นระยะ
ทั้งนี้ คสช.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปรับการอำนวยการจราจรให้สะดวกที่สุดและทันต่อสภาพการใช้ถนน ควบคู่ไปกับการเข้มงวดในมาตรการสร้างความปลอดภัย ดื่มไม่ขับ โดยจะดำเนินการจนถึงวันที่ 4 มกราคม 2559
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เปิดเผยถึง สำหรับสถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 2 ม.ค.59 ในส่วน รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 5,869 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดไว้ 525 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 5,040 คน
ส่วนรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 2,264 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 259 คน ยึดรถยนต์ 381 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 1,897 คน
โดยตลอด 9 วันที่ผ่านมา (25 ธ.ค. 2558 - 2 ม.ค. 2559) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้ว 3,046 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 2,477 คัน และรถยนต์ 569 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 21,690 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล 8,462 คน
ขณะที่ ปริมาณรถในพื้นที่ช่วงคลองไฝ่-ต่างระดับสี่คิ้ว เนื่องจากประชาชนกำลังเดินทางกลับหลังจากท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เปิดช่องทางพิเศษ เพื่อให้การเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ก็ยังคงคอยดูแลประชาชนในจุดต่าง ๆ เช่นเดิม
ส่วนบรรยากาศการเดินทางกลับที่ทำงานของประชาชน หลังหยุดยาวปีใหม่บนถนนสาย 304 (นครราชสีมา - นาดี) ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี โดยเฉพาะช่วงลงจากภูเขาที่เป็นถนนเสี่ยงภัย เนื่องจากมักมีอุบัติเหตุรุนแรง พบว่าการจราจรหนาแน่นเคลื่อนตัวไปได้ช้า หลังจากลงมาจากฝั่งบนภูเขาระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กับอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก ตั้งแต่ กม.48 ถึง กม.41 โดยรถขาลงที่มุ่งหน้าเข้าสู่ อ.กบินทร์บุรี ที่จะผ่านต่อไปกรุงเทพมหานคร หรือภาคตะวันออก มาสะสมกันที่ช่วงถนนคอขวด ปากทางเข้าอุทยานฯ
เช่นเดียวกับ นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้การการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท.เปิดเผยถึงบรรยากาศบริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง ว่า ร.ฟ.ท.ได้เสริมรถจากต้นทางสถานีอุบลราชธานี 2 ขบวน อุดรธานี 1 ขบวน และสถานีศิลาอาสน์ จังหวัดอุตรดิตถ์ 1 ขบวน นอกเหนือจากการเสริมโบกี้เข้าไปกับขบวนรถไฟปกติที่มีผู้โดยสารจองตั๋วเดินทางไว้ ร.ฟ.ท.ประเมินว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางในเที่ยวขากลับมากที่สุด 120,000 คน
ขณะเดียวกัน นายนพรัตน์ การรุณยะวนิช รักษาการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดเผยว่า บขส.ประเมินว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางกลับมากที่สุดในเที่ยวขากลับ หรือ ประมาณ 170,000 คน บขส. จึงได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อประสานกับขนส่งจังหวัดทุกแห่ง เพื่ออำนวยการจัดรถให้เพียงพอ โดยได้ประสานรถบขส. รถร่วมบริการ และรถโดยสารไม่ประจำทาง หรือรถ 30 ซึ่งในวันนี้จะมีการเพิ่มเที่ยววิ่งสูงสุดได้ถึง 1,500 เที่ยว เชื่อว่าจะเพียงพอต่อการใช้งาน โดยรถโดยสารทุกคัน เมื่อเดินทางมาถึงสถานีขนส่งหมอชิต จะให้รีบตีรถเปล่ากลับไปรอรับผู้โดยสารที่ต้นทางแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นชุมทางเดินทางสำคัญ เช่น จ.นครราชสีมา จ.นครสวรรค์
ท่าอากาศยานดอนเมือง ฝั่งผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ พบว่ามีบรรดาประชาชนที่เดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบินต่าง ๆ ได้ทยอยเดินทางเข้ามาที่ท่าอากาศยานดอนเมือง อย่างต่อเนื่อง
