ต้องเคลียร์กันยาว!! สตง.ขู่เรียก "สุขุมพันธุ์" แจงปม ประดับไฟ “Motif of Light” กทม. !!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง www.tnews.co.th

จากกรณีที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าฯ จัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “Motif of Light” เป็นการประดับประดาไฟ LED และหลอดไฟคริสตัลกว่า 5 ล้านดวง บริเวณลานคนเมือง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ใช้งบประมาณสูงถึง 39 ล้านบาท ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก


ล่าสุด ได้มีการเปิดเผยเอกสารรายละเอียดขอบเขตงาน (TOR) และประมาณการค่าใช้จ่าย โครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (Motif of Light) การท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว โดยประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการประดับไฟ 39 ล้านบาทของโครงการติดตั้งไฟประดับบริเวณลานคนเมืองศาลาว่าการ กทม. โดยจะจัดทำเป็นซุ้มอุโมงค์ไฟประดับแอลอีดี จำนวน 5 ล้านดวง ดังนี้

1. ค่าออกแบบตกแต่งการประดับไฟ (นำเสนอแนวคิด) 2 แสนบาท

2. ค่าออกแบบและจัดทำโครงสร้างประดับตกแต่งไฟ 2.95 ล้าน

3. ค่าประกอบและสร้างแผงไฟให้เป็นลวดลายและมีสีสันสวยงาม 29.51 ล้าน

4. ค่าติดตั้งแผงไฟประดับและระบบควบคุมไฟฟ้า (ขนย้าย – ที่เก็บของชั่วคราว – รปภ. ค่าติดตั้ง) 8.5 แสน

5. ค่าควบคุม ตรวจสอบ ดูแลระบบ 2 แสน

6. การติดตั้งระบบไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3.55 ล้าน

7. ค่าจัดพิธีเปิดงาน (เวที-backdrop-ของที่ระลึก – อาหาร) 1.02 ล้าน


8. ค่าตกแต่งสถานที่ให้มีความสวยงาม 4 แสน

9. ค่าประชาสัมพันธ์กิจกรรมในบริเวณงาน 5.5 แสน

10. ค่าดูแลรักษาความปลอดภัยและจัดสิ่งอำนวยความสะดวก 5.3 แสน

11. ค่ารื้อถอนโครงสร้าง อุปกรณ์ และระบบ และการดูแลพื้นที่จัดงานภายหลังเสร็จสิ้นการจัดงาน 4 แสน

12. ค่าจัดทำสรุป และประเมินผลการดำเนินการตามโครงการ 2 แสน

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดเผย ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการดำเนินโครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (Motif of Light) บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร วงเงิน 39.5 ล้านบาท ของ สำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ว่า ขณะที่สตง.อยู่ระหว่างเก็บรวบรวมหลักฐานการดำเนินงานโครงการนี้ ทั้งในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ ความคุ้มค่า และการประกวดราคาว่าจ้างเอกชนเข้ามารับงาน

โดยประเด็นที่พบตรวจพบพิรุธค่อนข้างชัดเจน คือ ขั้นตอนการว่าจ้างเอกชนเข้ามารับงาน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เอกชนที่ปรากฎรายชื่อเป็นชนะการประกวดราคา ได้นำสิ่งของเข้ามาทำงานล่วงหน้าประมาณ 20 % ก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญาว่าจ้างเป็นทางการ  ส่อให้เห็นถึงการ เตรียมการเข้ามารับงานนี้โดยเฉพาะ

งานนี้ไม่ใช่แค่งานประดับไฟอย่างเดียว แต่เป็นการออกแบบด้วย ในข้อเท็จจริงผู้รับจ้างควรจะต้องมีเวลาเตรียมงานพอสมควร แต่การดำเนินงานนี้ กลับเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ถ้าไม่มีการเตรียมการล่วงหน้ามาก่อน งานคงออกมาไม่แล้วเสร็จ และจุดสำคัญที่ต้องไปดูคือการตรวจรับงานดวงไฟเป็นหลักล้านดวงจะใช้วิธีการอย่างไร ของเหล่านี้ ต้องใช้เวลาเตรียมการพอสมควร แต่นี่ใช้เวลาสั้นๆ แต่เตรียมการได้ทำ ทำกันได้อย่างไร 

งานประดับไฟของกทม. หากใครที่เข้าไปชมมาแล้ว คงจะเห็นว่าผลงานออกมาเป็นอย่างไร มีการนำเสนอแนวคิดที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยน้อยมาก ไฟหลายส่วนเหมือนจะเป็นเอกลักษณ์ของชาติอื่นมากกว่า

ขณะที่จุดที่ประดับไฟก็อยู่ในพื้นที่ลานคนเมือง เป็นจุดแคบ ไม่ได้เปิดกว้าง พื้นที่ถนนสองข้างทางก็ไม่ได้รับประโยชน์ ถ้าทำบริเวณถนนราชดำเนินทั้งเส้นจะคุ้มค่ามากกว่า ขณะที่ช่วงเวลากลางวันไฟก็เปิดไม่ได้ และยังมีการกั้นรั้วไม่ให้คนเข้าไปในพื้นที่ได้ ระยะเวลาในการแสดงก็สั้นมาก จึงไม่แน่ใจว่าจะช่วยกระตุ้นเรื่องการท่องเที่ยวได้มากน้อยแค่ไหน

การที่กทม. ดำเนินงานโครงการที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก ควรมีการวางแผนงานที่ดีกว่านี้ แต่ลักษณะงานที่ปรากฎ ชวนให้เข้าใจว่า เหมือนเพิ่งคิดได้ว่าจะทำ ก็เลยไปหาแหล่งเงินมาใช้ สุดท้ายก็ไปเอาเงินจากงบสำรองฉุกเฉินมาใช้ ซึ่งโดยหลักการการใช้จ่ายเงินส่วนนี้ จะต้องเป็นโครงการฉุกเฉินที่มีความจำเป็นจริงๆ มีโครงการเตรียมพร้อมไว้ชัดเจนมากกว่านี้ ชี้ให้เห็นถึงการใช้จ่ายเงินที่เข้าข่ายผิดวินัยทางการคลังด้วย

ในเร็วๆนี้ สตง. จะทำหนังสือแจ้งให้ กทม. ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดอีกครั้ง แต่ถ้ายังชี้แจงไม่เคลียร์ อาจจำเป็นจะต้องเชิญตัวแทนกทม. รวมถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.เข้าชี้แจงให้ถ้อยคำกับสตง.เป็นทางการด้วย

ทั้งนี้ จากการประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ ตรวจสอบพบ บ.คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จดทะเบียนเมื่อ 3 ก.ค. 2544 เดิมมีวัตถุประสงค์ เป็นกิจการท่องเที่ยว แต่ส่วนที่เกี่ยวกับงานประดับตกแต่งไฟ เพิ่งขอเพิ่มเข้ามาเมื่อเดือนกันยายนปีนี้

จากกรณีบริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด ที่แจ้งประกอบธุรกิจนำเที่ยว ปรากฏชื่อเป็นคู่สัญญากับสำนักงานวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ในการรับงานว่าจ้างโครงการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (Motif of light) บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร วงเงิน 39.5 ล้านบาท

ล่าสุด ตรวจสอบพบอีกว่า เมื่อปี 2554 บริษัท คิวริโอฯ เป็นหนึ่งในผู้บริจาคเงินให้กับพรรคประชาธิปัตย์เป็นจำนวนเงิน 1 ล้านบาทด้วย

โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่บัญชีรายชื่อผู้บริจาคและจำนวนเงินที่บริจาคให้พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป ประจำเดือน ก.ค. 2554

ปรากฏชื่อของ บริษัท คิวริโอฯ เป็นผู้บริจาคในลำดับที่ 2 จำนวนเงิน 1 ล้านบาท

นอกจากนี้ นับตั้งแต่ปี 2553-2558 ซึ่งเป็นช่วงที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริตร เป็นผู้ว่า กทม. บริษัท คิวริโอฯ ปรากฏชื่อเข้ามาเป็นคู่สัญญารับงานว่าจ้างกับสำนักงานวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร รวมจำนวนเงินทั้งสิ้น 10 สัญญา วงเงินกว่า 38,831,855 บาท ด้วย

ขณะเดียวกัน นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์แถลงเกี่ยวกับเรื่องส่อทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. โดยระบุว่า มีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต โดยเฉพาะบริษัทที่ได้การประมูล

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงเรื่องการประดับไฟมูลค่า 39 ล้านบาท ที่ ลาน กทม. เห็นว่า มีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต โดยเฉพาะบริษัทที่ได้การประมูล  ซึ่งเคยมีความเกี่ยวข้องกับการจัดทัวร์ศึกษาดูงานต่างประเทศของ กทม. หลายครั้ง และยังไปขอจดแจ้งทะเบียนบริษัทอีก 3 เรื่อง ขอเพิ่มการตกแต่งไฟ การเปิดเช่าเครื่องดนตรี และการเช่าสกู๊ตเตอร์ จึงเชื่อว่าการประดับไฟครั้งนี้ บริษัทมีส่วนรับรู้ในการร่วมมือกระทำความผิด เข้าข่ายการฮั้วประมูลหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจสอบอย่างโปร่งใส ทั้งนี้ ตนเองจะนำทั้ง 3 เรื่องไปยื่น ป.ป.ช. และ สตง. ในวันพุธที่ 6 มกราคม นี้