คืบหน้า!! "ราชภักดิ์" พร้อมให้ ป.ป.ช.-ป.ป.ท.-สตง. สอบต่อ !!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

 

 

สำหรับความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบการทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์  โดยผลตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ที่มี พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัด กห.เป็นประธาน โดยผลการตรวจสอบ ไม่พบการทุจริต

 

 

 


พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่จะต้องนำผลการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ของคณะกรรมการฯ ส่งให้กับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า คงไม่เกี่ยว เพราะผลสอบดังกล่าวต้องส่งให้กองทัพบก ในส่วนของ สตง.จะเข้ามาตรวจสอบอยู่แล้ว คงไม่จำเป็นต้องส่ง ยืนยันว่าการตรวจสอบดังกล่าวไม่ใช่เป็นการหาผู้กระทำความผิด ซึ่งทางคณะกรรมการฯ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกเรื่องแล้ว ส่วนการดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้ความเป็นธรรมกับพล.อ.อุดมเดชหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ

 


ส่วนที่ฝ่ายการเมืองยังหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาโจมตีอยู่นั้น พล.อ.ปรีชา ยอมรับว่ายังมีคนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง แต่เท่าที่ตนได้สัมผัสช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อุดมเดชเป็นคนที่มีความตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าจะมีการทุจริต ไม่น่าจะมี สำหรับในตัวของท่านเอง เพราะท่านเป็นคนมีความตั้งใจในการทำงาน ส่วนคนอื่นจะทุจริตหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ยืนยันว่าในส่วนของพล.อ.อุดมเดช ไม่น่าจะมี

 


อย่างไรก็ตาม ภายหลังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ออกมาแถลงข่าวแล้วถือว่าทุกภาคส่วนก็ได้รับทราบไม่จำเป็นต้องทำหนังสือปกขาวเพื่อชี้แจงอีก คงจะเหลือเพียงแค่ประเด็นเดียว คือการหาคนผิด แต่ประเด็นดังกล่าวคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงเข้ามาดำเนินการ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา เพราะโครงการอุทยานฯ เป็นโครงการเร่งด่วน ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 8 เดือน

 


ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ยังมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้งบกลางในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ที่นำไปรวมกับงบบริจาคว่า เป็นเพียงการชี้แจงให้เห็นงบที่ใช้ในการดำเนินการ แต่ไม่ได้นำมารวมกัน ซึ่งงบทั้งสองส่วนนี้แยกกันชัดเจนอยู่แล้ว เพียงแต่ทางคณะกรรมการฯ ต้องการชี้ให้เห็นว่าเป็นงบที่ใช้ในโครงการดังกล่าว ซึ่งงบกลางตามที่ได้ชี้แจงไปก็ได้นำไปก่อสร้าง 5 รายการเกี่ยวกับการก่อสร้างรอบฐานอนุสาวรีย์ รวมถึงรั้ว

 


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงผลสอบทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ของกระทรวงกลาโหม(กห.) ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบฯ ระบุการเชิญบุคคที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลเรื่องการหล่อพระรูปฯ นั้นบางคนไม่ให้ข้อมูล และบางคนติดตามตัวไม่ได้ว่า เรื่องนี้ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) และสำนักงานคงตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เข้ามาดำเนินการตรวจสอบต่อ ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมพร้อมให้ข้อมูลอย่างเต็มที่
        
 "ไม่ใช่เราจะปฏิเสธว่ากระทรวงกลาโหมกั๊ก ไม่ใช่ เราทำทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่เราไม่ชี้นำใครผิดใครถูก"

 


ด้านพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ หลังได้รับตำแหน่งขึ้นเป็นประธานป.ป.ช.วันแรก โดยมีแนวทางเร่งสะสางคดีเก่า ยึดหลักทำงานมืออาชีพ โปร่งใส พร้อมสอบคดีอุทยานราชภักดิ์

 


พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมสรุปผลตรวจสอบการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ พบว่าไม่พบการทุจริต ป.ป.ช. จะเข้าร่วมตรวจสอบกรณีดังกล่าวหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า คดีดังกล่าว ส่วนราชการและหน่วยงานอื่นดำเนินการตรวจสอบไปแล้ว ป.ป.ช.ก็มีอำนาจหน้าที่ พร้อมจะดำเนินการ แต่ต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

 


ด้านนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผย ว่า ขณะนี้ ป.ป.ท. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงานโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ภายหลังจากได้รับมอบหมายจากที่ประชุมศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้

 


นายประยงค์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นสำคัญที่ ป.ป.ท. จะเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก คือ การเรียกรับหัวคิวในงานหล่อองค์พระรูปบูรพกษัตริย์ทั้ง 7 พระองค์ คู่ขนานไปกับงานตรวจสอบที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานตรวจสอบอื่นๆ อาทิ สตง. ที่กำลังดูรายละเอียดเรื่องการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน เป็นหลัก

 


"ผมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เข้าไปตรวจสอบเรื่องหัวคิวเป็นทางการแล้ว ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าไปดูข้อมูลงานหล่อองค์พระรูป ทั้งในส่วนของเอกสารการดำเนินงาน และเชิญตัวแทนที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำ ทั้งเจ้าหน้าที่ และตัวแทนเอกชนที่เข้ามารับงาน"

 


เลขาฯ ป.ป.ท. ยังกล่าวด้วยว่า สาเหตุที่ป.ป.ท.ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบปัญหาเรื่องหัวคิวเป็นหลัก เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ และถูกระบุถึงเป็นอย่างมาก ตัวเลขหัวคิวปรากฎอยู่ที่10 % ของราคางานก่อสร้างหลายสิบล้าน จึงจำเป็นต้องทำความจริงเรื่องนี้ให้กระจ่างชัดโดยเร็วที่สุด ว่ามีกระทำผิดเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง

 


"ผมยังบอกไม่ได้หรอกว่า จะใช้เวลานานแค่ไหนในการตรวจสอบรื่องนี้ แต่ยืนยันว่า จะรีบทำงานโดยเร็วที่สุด ไม่ชักช้า หลักฐานปรากฏออกมาเป็นอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น และที่สำคัญเรื่องนี้ควรจะต้องพิสูจน์กันด้วยหลักฐาน เพื่อให้สังคมได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่ใช้ความเห็นหรือเรื่องเล่ามาตัดสินความผิดกันแบบที่ผ่านมา ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา) ก็ได้ให้นโยบายมาโดยตลอดเวลา เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสิ้น" 

 


เมื่อถามว่า ปัญหาหัวคิวโรงหล่อ ตัวละครสำคัญ อย่างเซียนพระ ถูกระบุว่าหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่สามารถติดตามตัวได้ เลขาฯ ป.ป.ท.ระบุว่า "เรื่องนี้ จนท.กำลังดูข้อมูลอยู่ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน เชื่อว่าจะได้เห็นข้อมูลอะไรที่ชัดเจนมากกว่านี้แน่นอน"

 

 

ขณะเดียวกันทางด้าน นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามออกประกาศเปลี่ยนแปลงชื่อมูลนิธิราชภักดิ์เป็น"มูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร”และเปลี่ยนแปลงกรรมการ

 


นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 126 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ออกประกาศเรื่องจดทะเบียนข้อบังคับมูลนิธิราชภักดิ์ว่า มูลนิธินี้ชื่อว่า "มูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร" ย่อว่า "ร.ภ." เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Rajabhakti Pak Foundation Under the Royal Patronage of His Royal Highness Crown Prince Maha Vajiralongkorn
         

 

นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงกรรมของมูลนิธิจากเดิมเพียง 6 คนเปลี่ยนเป็น

1.พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เป็นประธานคณะกรรมการ

ส่วนกรรมการประกอบด้วย
พล.อ.ศุภวุฒิ อุตมะ
พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร
พล.ท.สุทัศน์ จารุมณี
นายไพศาล พืชมงคล
น.ส.มรกต ณ เชียงใหม่
น.ส.ณสรัญ มหิทธชาติกุล
นายชยุต ภวภานันท์กุล

พล.อ.ประสูตร รัศมีแพทย์ กรรมการและเหรัญริก

พล.อ.พอพล มณีรินทร์ กรรมการและเลขานุการ

พ.อ.สมชาย กุลภควา กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ


         

อนึ่งเมื่อปลายปี 2558 มีประชาชนเดินทางไปถวายสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพกษัตริย์กว่า 2 แสนคน และในพิธีสวดมนต์ข้ามปีที่อุทยานราชภักดิ์ มีประชาชนไปร่วมพิธีมากที่สุดของประเทศไทยอีกด้วย.