"สนธิญาณ" ชี้ !! "ทักษิณ" ไม่ผิดหวังเอา "ยิ่งลักษณ์" มาเป็นเน็ตไอดอลการต่อสู้ - แนะคสช. อย่าเมาหมัด กล้าจัดการพท.

"สนธิญาณ" หนุน !! แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่มีจุดอ่อนการมีส่วนร่วมของ ปชช. - ชี้ "ทักษิณ" คิดถูกยก "ยิ่งลักษณ์" เป็นเน็ตไอดอลการต่อสู้ ทำให้เกิดกระแสตลอดมา มีน้ำหนัก - แนะ คสช. อย่าเมาหมัด กล้าจัดการ



"สนธิญาณ" หนุน !! แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่มีจุดอ่อนการมีส่วนร่วมของ ปชช. - ชี้ "ทักษิณ" คิดถูกยก "ยิ่งลักษณ์" เป็นเน็ตไอดอลการต่อสู้ ทำให้เกิดกระแสตลอดมา มีน้ำหนัก - แนะ คสช. อย่าเมาหมัด กล้าจัดการพรรคเพื่อไทย


 

 

 

 

รายการ "ยุคล ถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำคืนวันจันทร์ที่ 4 มกราคม 2558 ออกอากาศทางช่องทีนิวส์  ดำเนินรายการโดย คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) และคุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง)  โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
 

 

ยุคล: สวัสดีครับขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้ามาในช่วงเวลาของ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ค่ำคืนนี้ 4 ม.ค. 2559 พบกับผม "ยุคล วิเศษสังข์" เช่นเดิมนะครับ และแขกรับเชิญกับศักราชใหม่นะครับ 2559 ก็ยังเป็นคนเดิมอยู่นะครับ พี่ต้อย "สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม" ผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์ วันนี้นั่งข้างๆ ผมเช่นเดิมนะครับ ไปทักทายปีใหม่กับพี่ต้อยกันก่อน สวัสดีปีใหม่ครับพี่ต้อย   

 


สนธิญาณ: สวัสดีครับหนึ่ง สวัสดีปีใหม่ ท่านผู้ชมแฟนข่าวทีนิวส์ทุกท่านนะครับ โผล่หน้ามาก็อยากจะขออวยพรตามธรรมเนียมของคนไทยผ่านทางหน้าจอว่าท่านที่ศรัทธา นับถือศาสดาของศาสนาใดก็ตามแต่ ก็ขอให้ความศรัทธาซึ่งเป็นความดีงามนั้น ส่งผลให้ท่านผู้ชมของทีนิวส์ทุกท่าน ได้รับความสุข และความสุขที่สำคัญนั้นเราสามารถสร้างขึ้นได้จากใจของเราเอง จากความพอในสิ่งที่เรามี ดีใจในสิ่งที่เราเป็น เพียงเท่านี้หัวใจของเราก็จะเป็นสุข แล้วก็จะได้ช่วยกันดูแลรักษาประเทศเรา ให้เข้มแข็งและยืนฝ่าลมฝน ในสถานการณ์โลกที่เป็นอยู่ได้ ขอให้ทุกท่านมีความสุขครับ          

 


ยุคล: ก็สั้นๆ กระชับ ใช้คำว่าความสุขอยู่ที่ใจ

 


สนธิญาณ: มันเป็นเรื่องจริงที่เข้าใจยาก ปัญหากับความทุกข์มันคนละเรื่องกัน 

 


ยุคล: แต่ปกติคนจะมองว่าปัญหากับความทุกข์มาพร้อมกันเสมอนะครับพี่ต้อย

 


สนธิญาณ: คนส่วนใหญ่เอาปัญหากับความทุกข์มารวมกัน คือปัญหาเนี่ยมันก็เป็นปัญหา ไม่ได้พูดกวนนะหนึ่ง ปัญหามันเป็นปัญหา และถ้าแก้ได้เราก็จะหมดปัญหา ถ้าแก้ไม่ได้...    

 


ยุคล: เราก็จะมีปัญหาต่อไป

 


สนธิญาณ: มันก็มีปัญหาต่อไปเพราะมันแก้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราเอาความทุกข์กับปัญหามารวมกัน เรารู้มีปัญหาแล้วเป็นทุกข์ ถ้าแก้ได้ก็หมดทุกข์ แต่แก้ไม่ได้ก็เป็นทุกข์ต่อไป แต่มันแก้ไม่ได้แล้วจะเป็นทุกข์กันไปทำไม ลองใคร่ครวญ เพราะฉะนั้นเนี่ย ถ้าเราแยกปัญหากับความทุกข์ออกจากกันได้ มันจะเป็นเรื่องที่ดีมาก แล้ววิธีแยกเนี่ยนะครับ ก็คือการพิจารณาถ่องแท้ให้ไปถึงความจริงให้ได้ ก็คือการมาสำรวจดูชีวิตและจิตใจตนเอง ผมเองก็เรียกได้ว่าผ่านคลื่นลม ในปี 2558 ที่ผ่านมามากนะ ท่านผู้ชมที่เป็นแฟนทีนิวส์ติดตามกันมาก็คงจะรู้ดีนะครับว่าเราได้ทำในสิ่งที่เจ็บปวด เราได้เสียเพื่อนร่วมงานไปเกือบครึ่ง สำหรับคนที่อยู่ผู้บริหารทั้งหลายก็ในช่วงปีใหม่มีความสุขเฉลิมฉลองเตรียมการขึ้นเงินเดือน พวกเราเงินเดือนก็ต้องลดน้อยถอยลง อันนี้เป็นความจริงที่ก็เหมือนเรามานั่งแลกเปลี่ยนกัน มันเป็นปัญหาก็ต้องแก้ แต่ถ้าเราทุกข์มันก็ทำอะไรต่อไปไม่ได้ แถมปิดท้ายก็ยังมีเรื่องส่วนตัวอีก คือผู้มีพระคุณเสมือนพ่อบังเกิดเกล้าเสียชีวิตลง แต่เมื่อเราพิจารณามันก็เป็นไปตามปกติ เป็นไปตามธรรมชาติ มันก็ต้องเป็นแบบนั้น เพราะฉะนั้นความหมายที่มันต้องเป็นแบบนั้นเนี่ย ถ้าเราเข้าใจมัน มันก็จะทำให้สภาพการของสังคมดีขึ้น วันนี้สิ่งที่กำลังกลายเป็นประเด็นของสังคม คือความไม่พอทั้งสิ้น ไม่ว่าจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็ตามแต่ บางคนก็อาจจะมีเจตนาดีต่อประเทศชาติ แต่ความหมายของคำว่าเจตนาดีนี้ จะเป็นทิฐิของตนเองมากเกินไป บางคนก็อาจจะเป็นเจตนาดีที่แอบแฝง เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มของธุรกิจ บางคนก็เจตนาดีเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ก็ต้องไปคิดพิจารณาและทบทวน แต่สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ปี 2559 เปิดปีใหม่ขึ้นมาก็จะดูเหมือนว่าเป็นเรื่องที่ร้ายซักนิด แต่ผมคิดว่าสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้น                    

 


ยุคล: วันนี้เรียนคุณผู้ชมนะครับว่าเป็นตอนต่อจากครั้งที่แล้ว สัปดาห์ที่แล้วพี่ต้อยได้พูดสรุปสถานการณ์ในภาพรวมของปี 2558 ไปเรียบร้อย และรับปากกับคุณผู้ชมนะครับว่า มาสัปดาห์นี้ วันนี้ เราจะมาวิเคราะห์กัน ว่าสถานการณ์ในปี 2559 นี้ จะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นวันนี้พี่ต้อยกำหนดหัวข้อ ชื่อประเด็นของรายการก็คือว่า "59 ปีแห่งการท้าทาย คสช." ถามก่อนเลยนะครับว่า ที่ผ่านมามันไม่ท้าทายหรอครับ เราเดือนนี้ ปีนี้ หรือในปีต่อๆ ไป มันจะท้าทายมากขึ้นกว่าที่ผ่านมายังไง 3 ประเด็นด้วยกันครับ เรื่องแรก จากสถานการณ์โลก ซึ่งจะก่อให้เกิดเหตุความรุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อประเทศเรา นั่นเป็นเรื่องจากภายนอกที่รัฐบาลและ คสช. จะต้องตั้งรับให้ได้     

 


เรื่องที่สองที่จะต้องท้าทาย คสช. เป็นอย่างยิ่งก็คือเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งประเด็นหลักและประเด็นใหญ่อยู่ที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ นี่เป็นประเด็นใหญ่นะครับ โดยเฉพาะข้าวและยาง ไม่มีทีท่าจะโงหัวขึ้น เพราะสินค้าเกษตร หรือพืชเกษตรทั้ง 2 ชนิดนี้เนี่ย ครอบคลุมผู้คนเกือบครึ่งประเทศ เกี่ยวพันกับความเป็นอยู่และความเป็นไปของพวกเค้า

 


สามก็คือเรื่องของการเมือง ซึ่ง คสช. จะต้องเผชิญทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ในแง่ของปัญหา หรือสิ่งที่มองไม่เหมือนกัน ในฐานะนักการเมืองกับคนที่เจ้ามาแก้ปัญหาการเมือง โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นตัวตั้ง กับที่ลงลึกไปก็คือ ปัญหาของระบอบทักษิณ ซึ่งมีการเคลื่อนไหวที่แหลมคมมากยิ่งขึ้น และจะถูกหยิบยก มาคู่กับเรื่องทางศาสนา คือเรื่องประเด็นการตั้งพระสังฆราช เรื่องประเด็นวัดธรรมกาย จะถูกผูกโยงเข้ามาเป็นเรื่องเดียวกัน แค่พูดแค่นี้นี่ท้าทายมั้ย         

 


ยุคล: 3 หัวข้อนะครับ

 


สนธิญาณ: 3 หัวข้อหลักท้าทายมั้ย ซึ่งท้าทายที่สุดอยู่ตรงประเด็นสุดท้ายนี่แหล่ะครับ ประเด็นสุดท้ายผมคิดว่า คสช. กำลังมึนงง หรือกำลังหลงทาง

 


ยุคล: คสช. นี่ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ นะครับ

 


สนธิญาณ: ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช. ทั้งคณะแหล่ะ แต่เมนหลักไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้าคณะ คสช. และท่านนายกก็อาจจะเป็นได้ คำว่ามึนงงหลงทาง เป็นข้อสรุปที่มาจากประเด็นใหญ่ ซึ่งเดี๋ยวเราจะได้ลงรายละเอียดกันไป มึนงงหลงทางคือ รัฐบาลถูกโจมตีว่าเป็นเผด็จการ ไปจำกัดสิทธิเสรีภาพ พอมีโพลล์ทำนู่นทำนี่ขึ้นมา ก็กลายเป็นประเด็น รัฐบาลก็ต้องคอยมาระมัดระวัง เอ๊ะ เรื่องนี้จำกัดสิทธิ เสรีภาพรึเปล่า ต่างชาติจะว่ารึเปล่า อันนู้นอันนี้จะว่ารึเปล่า อันนี้แหล่ะผมคิดว่างงหลงทาง ตัวเองเป็นเผด็จการทหาร เข้ามายึดอำนาจ วิธีการที่เข้ามาเผด็จการชัดๆ   

 


ยุคล: เผด็จการอยู่แล้ว

 


สนธิญาณ: ใช่ เผด็จการอยู่แล้ว จะมาใส่เสื้อว่าตนเองเป็นประชาธิปไตยมันตลกอ่ะ เพราะฉะนั้นความพยายามที่จะทำให้ดูเหมือนว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตย คิดแบบเป็นนักประชาธิปไตยต้องคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ นู่นนี่นั่น มันเลยเปิดช่องให้อีกฝ่ายเคลื่อนไหว ทิ่มหมัดเอาๆๆ นี่เป็นประเด็นแรก ประเด็นที่สองที่เดี๋ยวจะเกริ่นกัน นี่เป็นปัญหาของการปฏิรูป ซึ่งจะดำเนินการไป แล้วก็ปัญหาเศรษฐกิจที่ควบคู่กันไป พล.อ.ประยุทธ์ มีความคาดหวังเรื่องปฏิรูปสูงมาก และเตรียมการสูงมาก นำเสนอแนวคิดเรื่องประชารัฐ คิดว่ากระบวนการและวิธีการปฏิบัติเนี่ยมันเป็นปัญหา คือบอกว่าทำจากบนลงล่างอย่างเดียว ไม่ให้ส่วนของประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้องได้ อาจจะมีความพยายามไปตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจขึ้นมา โดยเอาส่วนราชการกับภาคเอกชนเข้ามาร่วมกัน แต่กลายเป็นว่าภาคเอกชนนั้นเป็นภาคเอกชนที่อยู่บนยอดบนของสังคมไทยทั้งสิ้น หลักคิดของกลุ่มธุรกิจเอกชนเหล่านั้น ต้องการกำไรที่มีในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้กำลังหุ้นของตัวเองดีขึ้น ถ้าบริษัทเหล่านี้เข้มแข็งขึ้น ดีขึ้น ก็จะฉุดดึงให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น แต่ผมเรียนได้เลยว่าข้อเท็จจริง ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เศรษฐกิจของไทยตกต่ำ ตลาดหลักทรัพย์ ล้วนแต่มีกำไรสูงขึ้นเกือบทั้งสิ้น ในขณะที่ย้อนกลับไปเมื่อปี 40 เนี่ยนะครับ ในขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทขนาดใหญ่เนี่ย ถูกพิษทางเศรษฐกิจของต่างชาติถาโถมเข้ามา ปรากฏว่าพืชการเกษตรมีราคาที่ดี ทำให้โครงสร้างพื้นฐานเข้มแข็ง และแข็งแรง นี่ประเด็นที่ผมคิดว่าเดี๋ยวเราต้องลงรายละเอียด แล้วก็หวังว่ารัฐบาลจะได้ไปคิดใคร่ครวญ และเพิ่มเติมรอบด้านให้ได้เห็นคุณค่าของประชาชน ในแง่ของความหมายที่เรียกว่าประชารัฐมากขึ้น

 


ยุคล: ก็เป็นเบรคแรกนะครับที่พี่ต้อยได้เกริ่นนำเอาไว้นะครับ ย้ำอีกครั้งนะครับว่าประเด็นที่เราตั้งกันในวันนี้ก็คือ "ปี59 จะเป็นปีแห่งการท้าทาย คสช. หรือไม่" พี่ต้อยได้ปักหมุดเอาไว้นะครับว่า มีอยู่หัวข้อหลักๆ นั่นก็คือ หนึ่งเรื่องของสถานการณ์โลก สองก็คือเรื่องของเศรษฐกิจ โดยให้น้ำหนักไปที่เรื่องของผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวกับยางพารานะครับ และปัจจัยที่สามเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ ก็คือเรื่องของการเมือง และการเคลื่อนไหวของระบอบทักษิณในปี 2559 นี้นะครับ เดี๋ยวพักกันซักครู่นะครับ ช่วงหน้ามาจำแนกแจกแจงทีละประเด็นกันนะครับ ซักครู่เดียวครับ (พักช่วง)  กลับเข้ามาในเบรคที่สอง ปีนี้จะเป็นปีแห่งการท้าทาย คสช. จริงหรือไม่ เดี๋ยวอีกสักครู่พี่ต้อยจะวิเคราะห์จากประเด็นที่ตั้งเอาไว้ในช่วงแรกได้ฟังกัน ช่วยวิเคราะห์ให้ฟังหน่อยครับประเด็นแรกเริ่มจากสถานการณ์โลก จะมาเป็นปัจจัยที่ท้าทายอำนาจ คสช.อย่างไรบ้าง

 

สนธิญาณ : คือสถานการณ์โลกต้องเรียนอย่างนี้ว่าตั้งแต่ทีนิวส์เปิดประเด็นสู่สงครามโลกครั้งที่สาม คุณสถาพรเกาะติดสถานการณ์มาไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อาจจะมีคนกลุ่มน้อยที่ศึกษาทางด้านสถานการณ์ต่างประเทศอยู่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันแต่ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักและยังไม่ได้คิด สำหรับผมเองและทีมงานส่วนหนึ่งในฐานะที่ตัวเองเป็นคนที่สนใจประวัติศาสตร์โลกและไทย แต่ไม่ได้เป็นนักวิชาการแต่ศึกษาเปรียบเทียบคือผมสนใจครับ สถานการณ์ในปัจจุบันคล้ายกับการเกิดเหตุในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สอง ประวัติศาสตร์ของฟากฝั่งตะวันตกคือผู้ชนะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ข้อสรุปทั่วๆ ไปที่เรารู้สึก สงครามโลกที่เกิดขึ้นเพราะเยอรมนีเกเร เรารู้สึกแบบนั้นไหมครับ เยอรมนีเกเร หนังสร้างออกมาเยอรมนีแย่หมด ฮิตเลอร์เลวร้าย เหตุการณ์ซึ่งด้านหนึ่งก็ถูกต้องแต่หยิบเอามาด้านเดียวมาปิดบังความเลวร้ายที่แท้จริง ซึ่งมาจากประเทศมหาอำนาจทั้งหลาย ที่ต้องการครอบงำดินแดนและทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีอยู่ในโลกนี้ สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 600 ปีที่ผ่านมา สงครามโลกครั้งที่สองเกิดขึ้นเมื่อ 70 กว่าปีที่ผ่านมา ยุคนนั้นเป็นยุคที่อังกฤษล่าอานานิคมไปทั่วโลก ประเทศเราก็เสียดินแดนไป 13 ครั้ง ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดถูกพวกนี้ยึดครองหมด แต่มีดินแดนหนึ่งที่ถูกยึดครองแต่คนไทยจะเข้าใจสถานการณ์น้อยกว่าไม่เหมือนกับเรื่องใกล้เคียงว่าฝรั่งเศสอังกฤษมายึดครองลาว เขมร พม่า มาเลเซีย อินเดีย แต่ที่ตะวันออกกลางมากกว่านั้นเพราะในสถานการณ์ขณะนั้นโลกได้ค้นพบน้ำมัน รู้จักการกลั่นน้ำมันขึ้นจากน้ำมันดิบและประเทศมหาอำนาจทั้งหลายรู้ว่า ที่ตะวันออกกลางคือแหล่งน้ำมันดิบอันสำคัญ รู้เท่าเทียมกันเยอรมนีเตรียมการในการที่จะบุกหรือเคลื่อนกำลังเข้ามาที่ตะวันออกกลางอังกฤษฝรั่งเศสสกัดแล้วจึงเกิดการรบขึ้น สหรัฐอเมริการออยู่ข้างนอกมาผสมโรงก็กลายเป็นผู้ชนะ หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสหรัฐอเมริกาคือคนที่ทำตัวเป็นเจ้าโลกและชี้ทิศทางของโลกตลอดมา กลับมาให้แคบเลยว่า ณ เวลานี้สถานการณ์ใกล้เคียงกันประเทศต่างๆ โดนกลุ่มทุนขนาดใหญ่ดูดทรัพย์เอาเม็ดเงินไปทำให้เกิดสภาวะของการตกต่ำทางเศรษฐกิจหมด คือไม่น่าจะตกต่ำคนเท่าเดิมเงินเท่าเดิมแต่ทำไมเศรษฐกิจตกต่ำ เพราะว่าเงินถูกดูดทรัพย์เอาไปไว้ที่กลุ่มคนเฉพาะกลุ่มเฉพาะพวกซึ่งครองอำนาจอยู่ในโลกขณะนี้ คนเหล่านี้แฝงตัวอยู่ทั่วโลกจะเรียกว่ากลุ่มยิวก็ได้ ในขณะเดียวกันองค์ประกอบของประเทศที่จะต้องสร้างศักยภาพของอำนาจสืบทอดต่อเนื่องทางความคิด คือเวลาเราพูดเรื่องสงครามคนคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ผมถามว่าสงครามที่ผ่านมามันเกิดมาได้อย่างไร สงครามที่เกิดไม่มีเรื่องเหตุผลเข้ามาเกี่ยวข้องถ้ามีเรื่องเหตุผลสงครามก็จะไม่เกิด เพราะคุยด้วยเหตุด้วยผลแล้วจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร สงครามเป็นเรื่องของการเกิดที่ไม่มีเหตุผลเป็นเรื่องของอัตตาเป็นเรื่องของผู้นำ ที่อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์และอำนาจที่อยู่ข้างหลังทั้งสิ้น สถานการณ์ในวันนี้โลกแบ่งเป็นสองขั้ว คือรัสเซีย จีน อิหร่าน เยเมน อิรัก ซีกหนึ่งตุรกี ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอเมริกา และอียูซีกหนึ่งกำลังต่อสู้กันในนี้รวมหมายความอิสราเอลรวมไปด้วยในการเผชิญหน้ากันสงครามในตะวันออกกลางรบกันเป็นบ้าเป็นหลัง เพียงแต่ว่าข่าวเหล่านี้ไม่ถูกปรากฏในสื่อของบ้านเรา ซาอุดิอาระเบียส่งกำลังไปสนับสนุนกลุ่มกบฏในเยเมนเพื่อรบกับรัฐบาลเยเมน สหรัฐอเมริกาส่งกำลังไปสนับสนุนกบฏในซีเรีย อิหร่านส่งกำลังเข้าไปปกป้องนี่สัมพันธ์กันกับเรื่องของนิกายชีอะห์และซุนนีย์  แต่พวกฝั่งตะวันตกมองแต่เรื่องผลประโยชน์ที่อยู่ข้างบนเห็นมุสลิมแตกแยกกันสิ่งที่ตัวเองจะได้มาก็คือผลประโยชน์ วันนี้เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาตกต่ำ อาจจะมีกระแสว่าปรับนู่นปรับนี่จะเพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นในภาวะที่กำลังย่ำแย่ ด้านซาอุดิอาระเบียเว็บประกาศชัดเจนว่าจะเป็นประเทศที่ล้มละลายประเทศที่ขายน้ำมันรายได้มาจากน้ำมัน 90 เปอร์เซ็นต์ ดูจากแผนที่อิหร่าน อิรัก ซาอุดิอาระเบีย ตุรกี เลบานอน ซีเรีย นี่คือประเทศที่โยงใยกันอยู่กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่จะจุดชนวน ทีนี้เมื่อกี้พูดถึงซาอุดิอาระเบียว่ากำลังจะเป็นประเทศที่ล้มละลาย ผู้นำยอมให้ล้มละลายได้ไหมเพราะผู้นำเกาะกับผู้นำสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกาหนุนซาอุดิอาระเบียเพื่อสร้างความขัดแย้งในตะวันออกกลางดุลในการรักษาอำนาจเอาไว้ ซาอุดิอาระเบียเจ๊ง สถานการณ์ล่าสุดปรากฏว่าซาอุดิอาระเบียประหารนักโทษไป 47 ราย เวลาประหารแบบนี้สหรัฐอเมริกาไม่ออกมาพูดอะไรเลย ของเราจับมาตรา112 โอ้โหซ้ำแล้วซ้ำอีกพูดอยู่นั่น ผมเปรียบเทียบให้ฟัง ว่าใครเป็นสมุนบริวารสหรัฐอเมริกาดีหมด สมัยไทยเป็นสมุนบริวารของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์เป็นต้นมาทำอะไรดีหมด จอมพลสฤษดิ์ทำถูกหมดเพราะเดินตามหลังสหรัฐอเมริกา ซาอุดิอาระเบียประหารนักโทษซึ่งนักโทษในจำนวนนั้นเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพเหมือนกันนะครับ มีผู้นำอยู่คนหนึ่งชื่อนิมร์ อัล-นิมร์ ซาอุดิอาระเบียเป็นซุนนีย์ นิมร์ อัล-นิมร์เป็นคนที่นับถือชีอะห์ แต่เขาก็ต่อสู้ในฐานะสิทธิ์ของเขาในที่เขาต้องอยู่ในประเทศนั้นปรากฏว่าการประหารของซาอุดิอาระเบีย ผู้ที่ออกมาต่อสู้โดนหมด 47 คน หาว่าเข้าไปร่วมกับกลุ่มก่อการร้าย  สหรัฐอเมริกาว่าอะไรไหมก็ไม่ว่าแต่ปฏิกิริยาเกิดขึ้นที่อิหร่าน เพราะอิหร่านปกครองด้วยผู้นำที่เป็นชีอะห์ ผู้คนในอิหร่านซึ่งเป็นชีอะห์เข้าประท้วงแล้วเผาสถานทูตซาอุดิอาระเบีย เหมือนที่ตุรกีเข้าจัดการกับสถานทูตไทยเป็นแบบนั้น ซาอุดิอาระเบียประกาศตัดสัมพันธ์กับอิหร่านทันที ก็เหมือนกับตอนสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งถ้าเราเห็นต่อโน้นทำสัมพันธ์กับนี่ นี่ไปทำสัญญากับนั่น ถ้าเราสังเกตสถานการณ์โลกตอนนี้จะเห็นเลยว่ารัฐมนตรีแต่ละประเทศบินกันไขว้ ผู้นำบินเดี๋ยวรัสเซียพบอินเดีย จะเป็นแบบนี้ภาษาชาวบ้านก็คือหาพวกเพราะกำลังจะตี หรือใครไม่เป็นพวกก็คุณอย่าเข้ามายุ่งนะเป็นกลางนะ ผมหยิบยกเรื่องนี้ให้เห็นว่าสถานการณ์เปิดศักราช ซาอุดิอาระเบียกับอิหร่านก็จะกลายเป็นเส้นบาง  ๆ ที่รอขาดจากเส้นอื่น ๆ ที่รอขาดอยู่แล้วทั้งสิ้นไม่ว่าเป็นเรื่องตุรกีกับรัสเซียและเรื่องอื่น ๆ ที่คงอยู่ ถ้าเกิดสงครามขึ้นจะส่งผลกระทบกับประเทศเรา ปัญหาเศรษฐกิจกระทบแน่นอน ราคาน้ำมันที่วันนี้ตกต่ำลงอย่างมากอย่างไม่น่าเชื่อก็จะกลายเป็นแพงขึ้นทันที ขนาดน้ำมันถูกขนาดนี้เศรษฐกิจยังเป็นแบบนี้ ถ้าสงครามเกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร ข้าวยากหมากแพงจะเกิดขึ้น ท่านผู้ชมอย่าสงสัยนะเวลาสงครามเกิดขึ้นทำไมเพราะเส้นทางการเดินเรือและลำเลียงน้ำมันเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่แต่ละฝ่ายจะต้องเข้าควบคุมพื้นที่ให้ได้ ก็จะทำให้การขนส่งไปมาไม่สะดวกทันที นี่เป็นเรื่องที่ คสช. ต้องคิดใคร่ครวญและตั้งรับกับผลกระทบที่จะเกิดละเลยไม่ได้ผมย้ำนะครับ ถามว่าท่านนายกคิดไหม ท่านนายกคิดนะครับ ผมไม่ใช่ว่าเชื่อว่าคิดแต่ผมมีหลักฐานว่าคิดน่าจะเปิดเสียงท่านนายกให้ฟังนะครับ เสียงที่ผมอยากจะเน้นอยู่เสมอตอนพูด ตอนวันแถลงผลงานครบรอบหนึ่งปี จะเป็นข่าวที่เหมือนกับข่าวเล็ก ๆ ที่เวลาท่านนายกพูดก็คือเรื่องของแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี จะพูดเรื่อยนะครับว่าจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ลองดูสิ

 

 

(คลิปเสียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี)

  

  

ยุคล : นี่ล่ะครับคำพูดของนายกในวันแถลงผลงานรัฐบาล

 

 

สนธิญาณ : ความจริงนายกจะพูดเรื่อยนะครับสิ่งที่ผมอยากจะเน้นก็คือเรื่องแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี แสดงว่าท่านนายกได้คิดและใคร่ครวญในแผนเรื่องยุทธศาสตร์ ซึ่งผมเองก็พูดบ่อยมากเหตุทีต้องเรียนว่าพูดบ่อยมากเราต้องย้อนรอยไปแบบนี้ว่าในปัจจุบันเราจะอยู่กับโลกเฉพาะหน้ากับเรื่องแค่ปลายจมูก เราจะเห็นแค่ว่าเศรษฐกิจดีไม่ดีเรียนท่านผู้ชมแบบนี้ครับ ต่อให้เป็นเทวดาเหาะมาตอนนี้ก็แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ เมื่อเราปลูกข้าวโดยไม่มีแผนการอะไรรองรับยังมีคนที่มีความคิดเลวร้ายเห็นกับประโยชน์ส่วนตนในการที่จะได้ทุจริตคอร์รัปชันและได้แสวงหาอำนาจคือพรรคเพื่อไทยพูดไม่หลบเลี่ยงเครือข่ายระบบทักษิณที่ได้จัดการให้เกิดการจำนำข้าวขึ้นในช่วงรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ย้ำเลยนะครับ การที่จะรับจำนำข้าวตันละ 15,000 บาท คุณวัฒนาเพิ่งออกมาพูดว่าเงินเป็นการโอนเข้าชาวนาโดยตรงเป็นการทำลายชาติเราพูดกันเรื่องเดียวครับ นี่พูดเรื่องข้าวเน่าแต่ความจริงนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ทำลายโครงสร้างการผลิตข้าวของประเทศ ซึ่งสืบทอดมาอย่างยาวนานเป็นการสืบทอดกับแบบสะเปะสะปะด้วยนะครับไม่มีแบบแผน ทำไมถึงเรียกว่าทำลายเพราะว่าหมื่นห้าทุกเม็ดปลูกกันระเนระนาดน้ำมีไม่มีก็ปลูกก่อนนี่คือสิ่งที่เราเห็นในฤดูกาลแรก ฤดูกาลที่สองเอาข้าวที่เบาข้าวที่สามเดือนข้าวที่ไร้คุณภาพจะปลูกอย่างไรขอให้ปลูกมาก่อนข้าวดีพันธุ์ดี ๆ ทิ้งไป ข้าวหอมมะลิเป็นพันธุ์ที่ส่งออกมีประโยชน์มากลดถอยมาเพราะคิดอัตราต่อไร่ปลูกข้าวขาวได้ดีกว่า ระบบการผลิตของประเทศพัง ระบบการผลิตที่สร้างสมกันมาอย่างยาวนานอย่างค่อยเป็นค่อยไปแบบเป็นไปเองแต่ถูกทำลายโครงสร้างเป็นเรื่องที่ใหญ่พอ ๆ กันเม็ดเงินที่ทุจริตคอร์รัปชันซึ่งผมจะย้ำอยู่เสมอมาว่าถ้าพูดว่านโยบายจำนำข้าวดีรัฐบาลอื่นมาคุณให้หมื่นห้า รัฐบาลอื่นก็มาให้หมื่นแปด ต่อมาให้สองหมื่น สองหมื่นห้า ปัญหาที่เขาพูดคือเอาเงินมาจากไหนมาให้แล้วจะทำให้โครงสร้างการผลิตเป็นอย่างไรอันนี้ล่ะครับเป็นประเด็นอันสำคัญที่นี้กลับมาว่าในเรื่องปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ยางพาราแบบเดียวกัน เมื่อก่อนเคยได้ 180-200 บาท วันนี้ 30-40 บาท ก็สภาพการตลาดเป็นแบบนี้ซึ่งที่ผมเรียนก็คือต้องกลับไปทบทวนเรื่องแผนยุทธศาสตร์ว่าแผนยุทธศาสตร์ของด้านพืชเศรษฐกิจ พืชหลักจะต้องให้สัมพันธ์กับกำลังการบริโภคอย่างไร ต้องให้สัมพันธ์กับการบริโภคของโลกอย่างไรของอันไหนที่โลกต้องการมากก็ปรับแผนมาปลูกมาทำให้มียุทธศาสตร์ให้มีการปฏิรูปที่ดินการจัดกำลังของน้ำเข้าไปส่งเสริมปฏิรูประบบน้ำ ผมคิดว่าท่านนายกพูดคิดแถมนโยบายออกมาอีกหนึ่งประชารัฐ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงและผมเองกังวลใจอยู่ตลอดมาก็คือว่าสิ่งที่ท่านนายกคิดและพูดอยู่เหมือนท่านพูดอยู่คนเดียวแสดงความตั้งใจดีแต่ไม่รู้ว่าองคาพยพในรัฐบาลทั้งหมดได้พยายามขับเคลื่อนหรือไม่ เอาดร.สมคิดมาเป็นรองนายกฝ่ายเศรษฐกิจ ดร.สมคิดเป็นคนขยับและทำแล้วบางส่วนคือตั้งคณะกรรมการพัฒนาแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจโดยเชิญเอานักธุรกิจระดับบนร่วมตั้งเป็นคณะกรรมการ 12 ชุด ถ้าจำตัวเลขไม่ผิด เดี๋ยวเราจะเจาะลงรายละเอียดเรื่องนี้มาให้ดูผลที่เกิดขึ้นก็คือมีแต่รัฐมนตรีกับบรรดานักธุรกิจระดับบนระดับสูง ใครเป็นบริษัทใหญ่หน่อยก็ได้เป็นประธานชุดของตัวแทนภาคเอกชนมีทักษะมีความสามารถในการที่จะคิดถึงยุทธศาสตร์รวมของชาติหรือไม่ไม่รู้  แน่นอนครับการร่วมกันดีกว่าที่รัฐบาลหรือภาครัฐคิดฝ่ายเดียวแต่ถ้าเมื่อคนที่ไปร่วมคิดหลักคิดของเขาคือผลประโยชน์คือกำไรของบริษัท กำไรที่ต้องงอกเงยในตลอดหลักทรัพย์เราจะเห็นได้ว่าบริษัทธุรกิจเหล่านี้มีโอกาสได้ขยายตัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุดแปลว่านั่นคือบริษัทขนาดใหญ่กำลังทำลายธุรกิจขนาดย่อยและ SME ให้หมดไปเรื่อย ๆ ตามพัฒนาการของทุนนิยมรัฐบาลตั้งชุดนี้ขึ้นมามองไม่เห็นว่าจะมีตัวแทนจากภาคประชาชนมีตัวแทนจากกลุ่มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาอาชีพไม่มีตัวแทนจากกลุ่มชาวนา จากกลุ่มสวนยาง เกษตรกรอื่น ๆ ที่เข้าไปในสัดส่วนที่ควรจะให้เขาได้คิดและก็ร่วมกันในเสนอด้วยว่าปัญหาและทางออกของเขาประเด็นที่จะได้คิดและข้อสรุปออกมาจะได้เกิดประโยชน์และกระจายประโยชน์ไปที่คนทุกกลุ่มนี่เป็นประเด็นจะไปคาดหวัง สปท. วันนี้ก็ไปปฏิรูปการเมืองก็ไปอีกทางปฏิรูปอะไรก็ไปอีกทางไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องยุทธศาสตร์ที่ท่านนายกพูดเรื่อง 20 ปี ไม่ได้เชื่อมโยงหรือว่าวันหน้าจะเอามาเชื่อมโยงผมก็ไม่รู้ แต่ความจริงในวันนี้สิ่งที่ต้องทำคือทำให้คนทั้งประเทศมีความรู้สึกร่วมกันว่าประชารัฐไม่ใช่เรื่องแต่ข้างบนสั่งหรือทำลงมาข้างเดียว ประชารัฐเป็นเรื่องที่ประชากับรัฐ และประชาไม่ใช่เฉพาะกลุ่มธุรกิจ ประชาต้องมีตัวแทนของกลุ่มของภาคประชาชนมีส่วนร่วมด้วย เมื่อประชาชนไม่เข้าใจไม่รู้สึกร่วมในการขับเคลื่อนก็จะเป็นนโยบายลงมาฝั่งเดียว

 

 

ยุคล : เมื่อพี่ต้อยพูดถึงสถานการณ์โลกก็มาคำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 2ส่วนนี่จะสอดรับหรือเชื่อมโยงกันอย่างไรครับ

 

 

สนธิญาณ : ต้องจัดให้สัมพันธ์กันว่าเมื่อโลกมีท่าทีที่จะเกิดสงครามขึ้น ทันทีที่เกิดสงครามสินค้าที่มีความจำเป็นสูงสุดจะขึ้นมาสองสินค้า คือพลังงานเพราะต้องใช้ในการสู้รบและอาหาร ทีนี้เมื่อเราพูดถึงเรื่องอาหารในขณะที่สิ่งนี้ก็มาจ่ออยู่เราควรจะพูดเรื่องอะไรครับ ควรจะพูดไหมว่าเรามาใช้เงินพัฒนารถไฟฟ้าพัฒนาอันนั้นหมื่นล้านอันนี้แสนล้าน ผมถามว่าทำไมเราทุ่มไม่ได้หรือครับในการทำเหล่านี้ไปคำนวณสวนยางที่เราปลูกกันเยอะ ๆ จ่ายเงินชดเชย ไปดูสิว่าจะกลายเป็นอาหารประเภทไหน กลายมาเป็นอ้อย กลายมาเป็นข้าวคือพืชเกษตรเป็นสองอย่างนะครับเรียนท่านผู้ชมแบบนี้ พืชเกษตรต้องแยกเป็นสองส่วน คือส่วนหนึ่งคือพืชพันธุ์ธัญญาหาร กับพืชที่ใช้ ซึ่งยางเป็นพืชที่ใช้แต่กินไม่ได้ มีมากไปก็ไม่มีประโยชน์ถ้าโลกไม่ต้องการ ซึ่งโลกก็หาเทคโนโลยีอื่นมาทดแทนเรื่อย ๆ  หรือความต้องการต่าง ๆ ที่ปลูกกันไปทั่วโลกทำให้ขาด แต่ถ้าเป็นข้าวราคาข้าวที่บอกว่าตกต่ำมาจากปัญหาซ้ำเดิมแต่ต้องมีการเตรียม การเตรียมนี้เตรียมตั้งแต่พื้นที่การวิเคราะห์พืชพันธุ์การพัฒนาคุณภาพผลผลิตต่อไร่ที่สูงขึ้นอันนี้เป็นเรื่องที่จะต้องเตรียมการเกิดเรื่องประเทศจะมีความยืนอยู่ได้ ณ เวลานั้นโลกกำลังต้องการมีโอกาสอย่างยิ่งที่ประเทศเราจะแข็งแรงขึ้นจากสภาพทางภูมิศาสตร์ความเหมาะสมและการชำนาญการผลิต เราไม่ต้องมีโรงเรียนเพื่อมีชาวนา แต่เราสามารถผลิตข้าวที่มีคุณภาพได้จากการทำสืบทอดต่อเนื่องมาผ่านทาง DNA ในชีวิตของพวกเราเฉพาะฉะนั้นผมถึงเรียนว่าปี 2559 ปีแห่งการท้าทายทั้งในแง่ผลมากระทบต่อในแง่ของความตั้งใจของ คสช. และรัฐบาล ผมยังเห็นถึงเจตนาดีแต่ภายใต้เจตนาดีแต่ยังขาดตกบกพร่องในส่วนของภาคประชาชน ท่านนายกหรือพล.อ.ประยุทธ์ ความจริงเป็นนโยบายชัดเจน กระทรวงทบวงกรมต่าง ๆ มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนต้องถามประชาชน แต่ความจริงวันนี้ที่ต้องถามประชาชนมากที่สุดคือเรื่องนโยบายยุทธศาสตร์ต้องให้ประชาชนต้องมีส่วนร่วมเขามีสติปัญหายืนยันรับรองได้ ผมทำงานร่วมกับภาคประชาชนมาพร้อมกับการทำข่าวมา 20-30 ปี ผมเชื่อว่าสิ่งที่เราได้สัมผัสได้เรียนรู้มีมากกว่าที่นักวิชาการทั้งหลายคิด นักวิชาการทั้งหลายเอาตำรามาจำแนกแจกแจง ตำราทั้งหลายต้องมาสรุปจากภาคปฏิบัติใครเป็นผู้ปฏิบัติมาก่อน ส่วนเรื่องที่สามเที่ยวหน้าต้องโฟกัสกันเรื่องการเมือง

 

 

ยุคล : คือเรื่องของประชารัฐที่พี่ต้อยบอกว่าจะมีปัญหาเพราะไม่ได้ทำมาจากฐานราก คนคิดที่จะเสนอไปบอกกล่าวให้เตือนสติให้นึกคิดให้ฉุกคิดขึ้นมา

 

 

สนธิญาณ : ผมก็พูดผ่านสื่อแล้ว จะพูดไปก็จะกลายเป็นอวดตัวความจริงมีคนเคยทำเรื่องนี้ครั้งหนึ่งตอนทำแผนแปด

 

 

ยุคล : เดี๋ยวมาต่อในเบรคหน้า แผนแปดที่พี่ต้อยกำลังพูดอยู่นั้นจะเป็นข้อเสนอของพี่ต้อยไปยังรัฐบาลหรือไม่ เดี๋ยวมาตามต่อในเบรคหน้าช่วงนี้พักกันก่อนสักครู่เดียวครับ (พักช่วง)