- 05 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
นับแต่การยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 ผ่านมากว่า 1 ปีครึ่ง ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้หายไปจากกระแสข่าว โดยเฉพาะช่วงปี 2558 ที่ผ่านมา ทั้งคู่ผลัดกันเป็นข่าวใหญ่
น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นถูกคุมเข้ม ต่างจากครึ่งปีแรกของการรัฐประหารในปี 2557 ที่แม้จะถูกจับตาจาก คสช.แต่ก็เป็นในช่วงแรกๆ เท่านั้น เมื่อเป็นที่ประจักษ์ว่าไม่มีเจตนาก่อหวอดเคลื่อนไหวต่อต้าน อดีตนายกฯ ก็ใช้ชีวิตอย่างปุถุชนทั่วไปตามปกติ
แต่ปีที่ผ่านมา ยิ่งลักษณ์ตกเป็นข่าวใหญ่ตั้งแต่ต้นปี เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติในวันที่ 23 ม.ค. ถอดถอน ฐานเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ส่งผลให้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี
และยังถูกอัยการสูงสุดสั่งฟ้องดำเนินคดีอาญา รวมถึงมีการดำเนินการเพื่อจะใช้อำนาจทางปกครองสั่งให้ชดใช้ความเสียหายทางแพ่งในกรณีจำนำข้าวอีกทางหนึ่งด้วย
ซึ่งในปี 2559 น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็มีความเคลื่อนไหวและพบปะประชาชนอยู่ตลอดเวลา เริ่มกันตั้งแต่ปลายปี 2558
เมื่อวันที่ 1 มกราคม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวีตภาพการ์ดขอบคุณ ว่า ขอบคุณทุกคนที่อวยพรปีใหม่มาให้ นับเป็นกำลังใจอย่างดี และขอให้ทุกท่านนั้น มีความสุข มีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายและใจ และโชคดีตลอดปี 2559
วันที่ 2 มกราคม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานพิธีตัดหวายลูกนิมิตที่วัดท่าด้วง หมู่ที่ 8 ต.ท่าด้วง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ โดยมีด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ “น้องไปป์”บุตรชาย
ต่อมา วันที่ 4 มกราคม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ลงพื่นที่ใน จ.ขอนแก่น ที่ตลาดสดและในวัด โดยมีประชาชนที่ทราบข่าวมารอต้อนรับมอบดอกกุหลาบสีแดง และรับปฏิทินที่มีรูปคู่ของอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่มอบเป็นของขวัญปีใหม่ ขณะที่ทหารได้ตรวจยึดแผ่นป้ายที่มีข้อความว่า "พวกเรารักนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เรายังรอท่าน" รวมไปถึงปฏิทินที่มีภาพของอดีตนายกฯ ทั้งสองคนไว้กว่า 10 ชุด
ซึ่งก่อนหน้าที่น.ส.ยิ่งลักษณ์จะออกมาเคลื่อนไหวนั้น ตอนปลายปี 2559ได้จัดทำ "ปฏิทิน 2 นายกฯ" ซึ่งเป็นปฏิทินที่เป็นภาพถ่ายคู่ 2 เวอร์ชั่น ระหว่าง นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเป็นการส่งความสุข เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ 2559 เพื่อเป็นการขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความรัก และมีความปรารถนาดีต่อครอบครัวชินวัตรมาโดยตลอด
โดยปฏิทินดังกล่าว ถูกผลิตขึ้นจำนวน 300,000 ฉบับ ซึ่งหลังจากมีการเผยแพร่ภาพถ่ายปฏิทินออกไป ก็มีประชาชนจำนวนมาก แสดงความประสงค์ขอปฏิทินดังกล่าวจาก อดีต ส.ส ของพรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย
การจัดทำและส่งต่อปฏิทินทักษิณไปให้กับมวลชน 3 แสนคน แสดงให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ของฝ่ายระบอบทักษิณในปี 2559 อย่างชัดเจน ว่าต้องการรักษาการรับรู้ของมวลชนเอาไว้ เพื่อรอคอยโอกาส ในสนามการต่อสู้
ซึ่งต่อมาปฎิทินดังกล่าวนั้นก็เป็นประเด็นขึ้นมาเมื่อที่จังหวัดร้อยเอ็ดได้มีการแจกปฎิทินแต่ทางด้านของ นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ก็ได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกมองว่าไม่เป็นกลางทางการเมือง
ส่วนทางฟากฝั่งของพรรคเพื่อไทยก็มีการได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าให้ ตรวจสอบคำสั่งผู้ว่าร้อยเอ็ดปมห้ามแจกปฏิทิน
พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ โดยมี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค เป็นผู้ลงนามเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตรวจสอบคำสั่งและการกระทำของผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ได้ออกคำสั่งจังหวัดร้อยเอ็ด ไปยังนายอำเภอทุกอำเภอ เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบการแจกปฏิทินปี 2559 โดยคำสั่งดังกล่าวได้อ้างเรื่องความสงบเรียบร้อยและเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ โดยเห็นว่า การกระทำของ ผวจ.ร้อยเอ็ด เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
ในส่วนของ จ.เชียงใหม่นั้นทาง นายพฤกษ์ พฤกษ์สุนันท์ หรือ ลุงยิ้ม ตาสว่าง แกนนำ นปช. พร้อมกลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่
ได้นำปฏิทินทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์ จำนวน 5,000 ใบ แจกจ่ายให้กับผู้คนหลายพื้นที่ในจังหวัด นอกจากนั้นยังเดินทางไปส่งปฏิทินอีก 1,000 ใบ
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกลตอนหนึ่งว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ระบุว่าไม่มีใครเอารูปตัวเองมาทำเป็นปฏิทินปีใหม่กัน เป็นสิ่งไม่เหมาะสม ในเทศกาลขึ้นปีใหม่เป็นสิ่งปกติที่ใครก็สามารถทำปฏิทินปีใหม่มาแจกประชาชนได้ แต่ผู้นำรัฐบาลกลับมาห้ามแจกจ่าย ตามจับ ตามยึดปฏิทิน จนดูเหมือนว่า ปฏิทินเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของ คสช. ไปเสียแล้ว
การมาจับเรื่องปฏิทิน เมื่อปฏิวัติแล้วมากลัวปฏิทินจะไหวเหรอ กลายเป็นภัยคุกคามความมั่นคง ใช้ทหาร-ตำรวจไปจับปฏิทิน เป็นความเลอะเทอะและบ้าอย่างมาก ปฏิทินมีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เป็นสิ่งปกติที่ทุกฝ่ายก็ทำขึ้น และมีรูปตัวเองทั้งนั้น
ด้านนายภูมิสรรค์ เสนีวงค์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และกิจกรรมพิเศษ ภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากฝากทำความเข้าใจถึงพี่น้องชาวอีสานเรื่องประเด็นการแจกปฎิทินดังนี้
1.ส่วนตัวมีความเข้าใจว่า คสช. หรือทางรัฐบาลไม่ได้มีเจตนาปิดกั้นการแจกปฎิทินหรือ สคส.ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือประชาชนก็ตามซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน
2.การแจกปฎิทินในแต่ล่ะพื้นที่เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ต้องเฝ้าดูและเฝ้าระมัดระวังในพื้นที่ที่จะแจก ซึ่งถ้าแจกในหน่วยงานราชการอาจจะเป็นการไม่เหมาะสมหรือผิดกฎหมาย
3.ขอฝากไปยังรัฐบาล หน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายปกครองโปรดพิจารณาการนำรูปนักโทษที่หนีคดีแจกจ่ายไปทั่วราชอาณาจักรเป็นการเหมาะสมหรือไม่ ผิดกฎหมายหรือไม่
ล่าสุด(05 ธ.ค.58) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ก็ได้มีการพูดถึงการแจกปฎิทินปีใหม่ ของนายทักษิณ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2อดีตนายกรัฐมนตรี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดแรกของปี 2559 ว่า โดยย้อนถามว่า เรื่องนี้สมควรไหม ต้องการทำเพื่ออะไร และคนทำผิดกฎหมายแล้วมาทำปฎิทินแจกปีใหม่ได้ไหม พร้อมถามว่าความถูกต้องนั้นอยู่ตรงไหน และการที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการเช่นนี้ก็ถือว่าทำเพราะความถูกต้อง ซึ่งถ้าไม่ทำผิดจริง ก็ขอให้กลับมา และเดี๋ยวส่วนตัวจะให้ทำปฏิทินหลายเล่มด้วย
ส่วนกรณีที่ พรรคเพื่อไทย จะยื่นหนังสือร้องเรียนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ต้องมา ส่วนตัวจะไม่ตอบ เพราะขอให้ดูว่าเรื่องนี้ผิดไหม และในปฏิทินนั้นมีคนที่ทำผิดกฎหมายหรือไม่ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ วางตัวเหมาะสมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เรื่องนี้คงต้องให้ไปถามนางสาวยิ่งลักษณ์เอง
และจากกรณีฝ่ายปกครองเเละเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ เข้าควบคุมการแจกปฎิทิน รวมถึงมีคำสั่งห้ามการแจกปฎฺิทินที่มีหน้านักการเมือง โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้แสดงความไม่เห็นด้วย เพราะไม่เคยเห็นการใช้หน้าของตัวนักการเมืองเองไปใส่ในปฎิทินเพื่อแจก
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ออกคำสั่งไปยังนายอำเภอทุกอำเภอ เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบการแจกปฏิทินปี 2559 ที่มีภาพ นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้ว
ทั้งนี้ เพื่อความสงบเรียบร้อยและความปรองดองสมานฉันท์ ส่วนตัวมองว่าเรื่องการแจกปฏิทินนั้น สามารถแจกได้หากไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง พร้อมฝากให้ประชาชนพิจารณาดูเองว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ เพราะโดยปกติแล้ว ไม่เคยเห็นใครทำปฏิทินโดยเอารูปภาพของตัวเองมาใส่ในปฏิทินในลักษณะนี้
ขณะที่ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสตฺเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าไม่อนุญาตครับท่าน ด้วยในทางจารีตประเพณีของไทย ภาพที่จะไปปรากฏอยู่บนปฏิทินแขวนฝาผนังบ้านมอบให้แก่ผู้คนในปีใหม่นั้น ต้องเป็นภาพที่มีความหมายสำคัญยิ่งต่อคนในชาติ ซึ่งแน่นอนไม่ใช่ตัวข้าพเจ้าผู้เป็นข้าราชการธรรมดาๆ คนหนึ่ง ต่างความหมายกับปฏิทินตั้งโต๊ะที่อาจจะเป็นภาพอะไรก็ได้
อาจมีทั้งเรื่องสนุกสนานรื่นเริงเฮฮาปาร์ตี้ ข้าพเจ้าบอกไปด้วยว่า คนไทยทุกคนมีความเข้าใจดีในเรื่องเช่นนี้ เพราะบรรพชน พ่อแม่ ครูอาจารย์สั่งสอนเรามาว่าอะไรควรมิควร ตัวเราเป็นใคร แค่ไหน ที่สำคัญ คือ คนไทยมีความสงบเสงี่ยมเจียมตัว ความงดงาม ความเหมาะสม และกาลเทศะ ถือเป็นเรื่องควรคำนึงของผู้ที่มีความรับผิดชอบในการกระทำทั้งหลายทั้งปวงเช่นนี้ ดูท่านผู้มีน้ำใจไมตรีและปรารถนาดีกับข้าพเจ้าจะมีความเข้าใจและไม่ถือโทษโกรธกัน
ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าในปี 2559 นี้ความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น จะเป็น 1 ในปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดอุณหภูมิการเมืองหรือไม่
