สถิติใหม่! ยอดซื้อสลากฯ งวด 17 ม.ค. ถล่มทลาย หมดเกลี้ยงแค่ 2.13 นาที !!!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

 

ในวันนี้ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้มีการเปิดสั่งซื้อ-จองสลากล่วงหน้า ครั้งที่ 7 เรียกว่าได้ว่าเป็นการทำลายสถิติใหม่ อย่างถล่มทลาย โดยในครั้งนี้มีจำหน่ายสลาก 2 ล้าน 5 แสนฉบับ ซึ่งหมดภายในเวลา 2 นาที13วินาที

 

 

 


ทันทีที่เปิดให้สั่งซื้อสลากฯ งวดวันที่ 17 มกราคมในเวลา 08.00 น. ปรากฏยอดสั่งซื้อสลากจำนวน 2 ล้าน 5 แสนฉบับ จำหน่ายหมดภายใน 2.13 นาที โดยมีรายย่อยสามารถซื้อผ่านระบบออนไลน์ได้จำนวน 2,579 ราย


              
ขณะที่ยอดสั่งจองสลากฯ งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ กว่า 44 ล้านฉบับ จำหน่ายหมดภายใน 29 นาที รายย่อยจองได้ จำนวน 44,000 รายรวมสลากที่เปิดให้ซื้อและจอง 46.57 ล้านฉบับ จำนวนผู้จองและซื้อ 46,579 ราย

 


ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยได้ปรับปรุงระบบ เพื่อรองรับการสั่งซื้อและจองสลากได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งให้ทหารลงพื้นที่ควบคุมบริเวณเอทีเอ็มของธนาคารทุกตู้ เพื่อสร้างความโปร่งใสในการสั่งซื้อและจองสลาก               

 


สำหรับหนึ่งในปัญหาการจอง-ซื้อสลากฯ คือการจองผ่านตู้เอทีเอ็มและระบบออนไลน์ของธนาคารกรุงไทย

 


นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ปัญหาที่พบ คือ สลากยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีความสามารถในการพิมพ์สลาก 100 ล้านคู่ ขณะนี้พิมพ์ออกมาประมาณ 50 ล้านคู่ เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญก็คือ ยังสามารถพิมพ์สลากเพิ่มได้ จึงมีแนวโน้มว่าจะค่อยๆ ทยอยเพิ่มเข้าไปในระบบประมาณ 10 ล้านฉบับ ซึ่งต้องพิจารณากันอีกครั้ง

 


สำหรับการเปิดจองสลากที่พบปัญหา ยกตัวอย่าง บริเวณหน้าตู้เอทีเอ็มที่ธนาคารกรุงไทย สาขาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ นนทบุรี

 


หลังจากได้เวลาเปิดให้จองผ่านตู้เอทีเอ็มในเวลา 08.00 น. ผู้ขายหวยจาก ที่มายืนรอเป็นคิวแรก ก็ได้ทำการกดข้อมูลผ่านตู้เอทีเอ็ม และสามารถซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ตามโควต้า 5 เล่ม ขณะที่รายที่สองได้คีย์ข้อมูลไป แต่ใช้เวลานานพอสมควร และไม่สามารถจองได้

 


อย่างไรก็ตาม การจองบริเวณหน้าตู้เอทีเอ็มที่ธนาคารกรุงไทย สาขาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ นนทบุรี  สามารถทำการจองได้เพียง 3 รายเท่านั้น

 


ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นปกติอย่างนี้ทุกครั้งที่มีการซื้อหวยรัฐบาลผ่านตู้เอทีมเอ็ม และไม่สามารถสั่งซื้อได้

 


หลังจากนั้น 08.30 น.ธนาคารกรุงไทยเปิดทำการ ให้ผู้ค้าสลากกินแบ่งได้เข้าไปในธนาคารเพื่อจับลำดับบัตรคิว  โดยธนาคารได้เปิดบริการทุกเคาท์เตอร์  แต่ก็ยังพบว่าการสั่งจองนั้นไม่สามารถสั่งได้

 


สำหรับขั้นตอนสั่งซื้อ-สั่งจองสลากฯ โดยตรงจากสำนักงานสลากฯ ในราคาคู่ละ 70.40 บาท โดยไม่ต้องผ่านยี่ปั๊ว-ซาปั๊วดังต่อไปนี้


1. ผู้ค้าที่สนใจสั่งซื้อหรือสั่งจองล่วงหน้าต้องมีคุณสมบัติเป็นบุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ มีบัญชีธนาคารกรุงไทย และได้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว


2. ลงทะเบียน ซึ่งการลงทะเบียนสามารถทำได้ 2 ช่องทาง คือ นำสมุดบัญชีธนาคาร พร้อมบัตรประชาชน ไปลงทะเบียน ณ ที่ทำการธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาในวันเวลาทำการ


3. เมื่อลงทะเบียนแล้วธนาคารกรุงไทยจะจัดทำบัตรซื้อตรง-จองซื้อล่วงหน้าและส่งให้ผ่านไปรษณีย์ไทย

 
4. ขายสลากฯ ประเภทสั่งซื้อและสลากฯ สั่งจองล่วงหน้า โดยสามารถซื้อตรง-จองซื้อผ่านระบบของทางธนาคารทั้ง 3 ช่องทาง ได้แก่ ผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคารกรุงไทยกว่า 1,200 สาขาทั่วประทศ ผ่านระบบตู้ ATM และระบบ NET BANK (อินเทอร์เน็ต) ซึ่งการซื้อหรือจองล่วงหน้าสลากฯ ในแต่ละงวดจะทำธุรกรรมได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งและจะทำรายการได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น


5. ทางไปรษณีย์ไทยจะจัดส่งสลากฯ และรับสลากฯ แบบด่วนพิเศษ รับประกันเต็มมูลค่าสลากฯ โดยผู้ซื้อสลากฯ จะไปรับสลากฯ ที่ไปรษณีย์ตามที่ลงทะเบียนไว้ภายใน 3 วัน (กทม. 1 วัน) นับถัดจากวันที่ได้รับการยืนยันการชำระเงินค่าสลากฯ เรียบร้อย

 


หากตรวจสอบจำนวนเครื่องเอทีเอ็ม ซื้อ-จองสลาก
-กรุงเทพมหานคร 1,633 เครื่อง
-ภาคกลาง 542 เครื่อง
-ภาคเหนือ 766 เครื่อง
-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1,023 เครื่อง
-ภาคตะวันออก 49 เครี่อง

 


 

 

 

 


 

ตลอดทั้งปี 2558 การแก้ไขปัญหาสลากแพงด้วยการนำของ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล สร้างความฮือฮาไม่น้อย หลายนโยบายเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครคิดว่าจะกล้าทำ เช่น การยึดโควต้าจาก 5 เสือ การเพิ่มปริมาณสลากเป็น 100 ล้านฉบับ เพื่อแก้โจทย์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้คุมราคาสลากที่ 80 บาทตามราคาจริงให้ได้

 


บอร์ดสลากชุดใหม่ภายใต้การนำของ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ จึงวางแผนการดำเนินงาน (โรดแมป) ไว้ 3 ระยะ

 


ระยะที่1.เน้นการจัดระเบียบและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อไม่ให้สลากเกินราคา 80 บาท ซึ่งดำเนินการ ทั้งเพิ่มส่วนลดให้ผู้ค้า ตัดโควต้าผู้ค้ารายใหญ่ และจัดสรรให้มูลนิธิคนพิการเพิ่ม


ระยะที่2.ยกเลิกรางวัลแจ๊กพ็อตเพื่อลดปัญหาการนำสลากไปจัดชุด


ระยะที่ 3 ลงทะเบียนเป็นผู้ค้าสลาก เพื่อซื้อ และจองสลากผ่านธนาคารกรุงไทย โดยไม่มีกำหนดปิดลงทะเบียน

 


ในปี 2559 ต้องจับตาสิ่งที่บอร์ดสลากเคยแย้มไว้เมื่อปี 2558 ทั้งเรื่องเพิ่มปริมาณสลากให้มากกว่า 100 ล้านฉบับ การจัดระบบการขายใหม่ จากขณะนี้ยังมี 2 ระบบ คือผ่านธนาคารกรุงไทย และระบบโควต้า ซึ่งตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2558 สำนักงานสลากฯ ได้ลงพื้นที่สำรวจเรื่องปริมาณการขาย จากผู้ค้าทั่วประเทศ เพื่อนำข้อมูลมาสรุปสำหรับใช้เป็นนโยบายระยะต่อไปในแก้ปัญหาสลากเกินราคาอย่างยั่งยืน และนำไปสู่การแก้ปัญหาระยะที่ 3

 

พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวถึงผลงาน ในปี 2558 ว่าพอใจกับการแก้ปัญหาสลากแพง เพราะได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้การแก้ปัญหาสลากแพงทำได้สำเร็จแล้ว 70% และสามารถเดินไปตามแผนโรดแมปที่วางไว้ 3 ระยะ

 


ปี 2559 มีเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการคือการพิมพ์สลากเพิ่มว่าจะต้องพิมพ์เท่าใด จากศักยภาพขณะนี้สามารถพิมพ์ได้อีก 100 ล้านฉบับ เป็น 200 ล้านฉบับ และเท่าที่ติดตามข้อมูลการขายสลากที่ 100 ล้านฉบับในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาพบว่าไม่เพียงพอ แต่การจะพิมพ์เพิ่มนั้นต้องตอบสังคมให้ได้ว่าไม่มอมเมา และต้องหารือกับกลุ่มเอ็นจีโอก่อน        

 


ทั้งนี้ เบื้องต้นของการพิมพ์เพิ่มจะทำในลักษณะขั้นบันได คือเริ่มที่ 5-10 ล้านฉบับก่อน ถ้าไม่พอจะเพิ่มอีกในงวดต่อไป แต่ถ้าสลากล้นมีปัญหาขายไม่ออก ก็จะลดปริมาณการพิมพ์ลง โดยการพิมพ์สลากเพิ่มจะสรุปในช่วงเดือนมกราคม 2559 ซึ่งสลากที่จะพิมพ์เพิ่มนอกจากนำมาขายให้รายย่อยผ่านธนาคารแล้ว ยังจะเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอี เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง

 

สิ่งที่จะนำมาประเมินว่าระยะ 2 สำเร็จหรือไม่ จะดูเรื่องปริมาณสลากว่าสอดคล้องกับคนซื้อและคนขายหรือไม่ และต้องดูว่าปริมาณที่พิมพ์อยู่ในปัจจุบัน 100 ล้านฉบับเพียงพอ ซึ่งแผนระยะที่ 2 แม้ดำเนินการในหลายเรื่องมาแล้ว แต่ยังไม่จบและเริ่มมีแผนใหม่ๆ ให้เห็นช่วงปี 2559