ถามใจคนไทย !!! แจกปฏิทิน "ทักษิณ - ยิ่งลักษณ์" เหมาะสมหรือไม่ ??

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 


จากกรณีที่ได้มีการจัดทำ "ปฏิทิน 2 นายกฯ" ซึ่งเป็นปฏิทินที่เป็นภาพถ่ายคู่ 2 เวอร์ชั่น ระหว่าง นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเป็นการส่งความสุข เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ 2559

 

 

 


ซึ่งต่อมาปฎิทินดังกล่าวนั้นก็เป็นประเด็นขึ้นมาเมื่อที่จังหวัดร้อยเอ็ดได้มีการแจกปฎิทินแต่ทางด้านของ นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ก็ได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกมองว่าไม่เป็นกลางทางการเมือง

 


ในขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ก็ได้มีการพูดถึงการแจกปฎิทินปีใหม่ ของนายทักษิณ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2อดีตนายกรัฐมนตรี

 


ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดแรกของปี 2559 ว่า โดยย้อนถามว่า

 


เรื่องนี้สมควรไหม ต้องการทำเพื่ออะไร และคนทำผิดกฎหมายแล้วมาทำปฎิทินแจกปีใหม่ได้ไหม พร้อมถามว่าความถูกต้องนั้นอยู่ตรงไหน และการที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการเช่นนี้ก็ถือว่าทำเพราะความถูกต้อง ซึ่งถ้าไม่ทำผิดจริง ก็ขอให้กลับมา และเดี๋ยวส่วนตัวจะให้ทำปฏิทินหลายเล่มด้วย

 


ส่วนกรณีที่ พรรคเพื่อไทย จะยื่นหนังสือร้องเรียนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ต้องมา ส่วนตัวจะไม่ตอบ เพราะขอให้ดูว่าเรื่องนี้ผิดไหม และในปฏิทินนั้นมีคนที่ทำผิดกฎหมายหรือไม่ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ วางตัวเหมาะสมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เรื่องนี้คงต้องให้ไปถามนางสาวยิ่งลักษณ์เอง

 


ล่าสุด นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว


นายพานทองแท้ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวถึงกรณีที่ห้ามแจกปฏิทินของ นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่ว่า “ปฏิวัติ” หรือ “ปฏิรูป” ต่างก็ต้องชิดซ้าย เมื่อเจอ “ปฏิกริยา” ของท่านผู้นำ ต่อ “ปฏิทิน แม้ว-ปู” เจ้าปัญหา

 


พร้อมกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงบิดาของตนเองว่า ถ้าคิดว่าไม่ผิดก็กลับมา จะทำปฏิทินให้อีกหลายๆ เล่ม ว่า นี่แหละวุฒิภาวะผู้นำคนปัจจุบัน ของประเทศไทยของเรา ผิดไม่ผิดวัดกันตรงไหนครับ จากสถานการณ์ในปัจจุบัน อะไรสามารถพิสูจน์ได้ว่าจะมีการให้ความเป็นธรรมกับพ่อของตนจริงๆ

 


นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงนายกรัฐมนตรีต่อว่า อย่ามัวแต่พาดพิงผู้อื่น ถ้ากระบวนการยุติธรรมปกติ ตัวนายกรัฐมนตรีเองยังไม่กล้าเผชิญ ตนว่าเลิกกล่าวอ้างถึงคนที่โดนหน่วยงานพิเศษ ที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมาตรวจสอบดีกว่า ไม่เช่นนั้นจะเข้าทำนอง ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

 


ขณะที่ทางด้านของ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ยึดปฏิทินปีใหม่ที่มีรูป 2 อดีตนายกรัฐมนตรี และเรียกตัวมวลชนคนเสื้อแดงขอนแก่น มารายงานตัวและปรับทัศนคติ หลังร่วมกันแจกปฏิทินว่ารัฐบาลควรเอาเวลา ควรทุ่มเทสรรพกำลังสติปัญญาไปใส่ใจกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ทั้งชาวนาที่ราคาข้าวตกต่ำเป็นอย่างมาก ชาวสวนยางที่กำลังเผชิญปัญหายางราคา 4 โลร้อย มากกว่าจะไปทำในสิ่งที่ธุระไม่ใช่ และไม่ได้จัดลำดับก่อนหลัง เรียงลำดับความสำคัญของงานให้ดี


ประเทศไทยปี 2559 เรามาถึงจุดนี้ จุดที่แจกปฏิทินปีใหม่ผิดกฎหมายได้ยังไง ท่านผู้มีอำนาจช่วยตอบประชาชนที แล้วอย่ามาอ้างว่า ปฏิรูปสะดุด เพราะต้องหยุดเคลียร์ปฏิทิน

 


นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง โพสต์รูปภาพ พร้อมระบุข้อความลงเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า  ขอแจ้งข่าวพี่น้องที่โทรศัพท์และส่งไลน์มาที่ตนขอปฏิทินที่มีรูปอดีตนายกฯ ทักษิณ และนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า เวลานี้ปฏิทินในส่วนที่ตนได้มานั้นหมดแล้วจริงๆ แม้แต่ตนเองจะเอาไว้ติดบ้านซักแผ่นยังมีคนมาเอาไป ตนไม่ได้แจกเองหรอก พี่
         

 

พี่น้องครับต้องขอบคุณผู้ว่าฯ จังหวัดร้อยเอ็ด และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ทำให้ปฏิทินกลายเป็นของหายาก

 


เรื่องแจกปฏิทินที่มีรูปอดีดสองนายกฯ จนเป็นเหตุให้คนระดับผู้นำบางคนออกมาให้เหตุผลไปต่างๆ นานา เช่น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ท่านก็บอกว่า "ด้วยจารีตประพณีของไทย ภาพที่อยู่บนปฏิทินต้องเป็นภาพที่มีความหมายสำคัญยิ่งต่อคนในชาติ" วันนี้ผมจึงเอาภาพปฏิทินในอดีตมาให้ท่านดู และอยากถามท่านว่า ที่ทำกันมาในอดีตที่เห็นนี้คือจารีตประเพณีที่ดีใช่ไหม

 


เราไม่ว่ากัน ท่านอาจจะมีความคิดได้แค่นี้ แต่อยากจะบอกว่า อย่าเอาเรื่องหน่อมแน้มมาคิดมากเลย บ้านเมืองกำลังอยู่ในยุคที่จะต้องแก้ไข ช่วยไปแก้ไขสิ่งที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน