ประเทศไทยต้องเร่งตั้ง "สังฆราช" หรือไม่ ?? ถ้าทำพุทธศาสนิกชนขัดแย้ง !!!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

กลายเป็นประเด็นขึ้นมา เมื่อพระพุทธะอิสระ ได้เปิดเผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มีมติเอกฉันท์ ให้พระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิก ตามพระวินิจฉัยของสมเด็จพระสังฆราชตั้งแต่ปี 2542

 


7 มกราคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว   ระบุว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เชิญตนไปรับทราบความคืบหน้าของคดีพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กับพวก ที่ตนได้แจ้งความร้องทุกข์ไปทั้งหมด 11 คดี แต่ตนไปไม่ได้จึงได้ส่งทนายไปรับฟังแทน

 


  ซึ่งทนายของตนได้รายงานความคืบหน้ามาทั้งหมด 7 ประเด็น แต่เพื่อไม่ให้เสียรูปคดี คงจะเปิดเผยแต่เพียงว่า ดีเอสไอมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ จากคณะกรรมการพิจารณาคดีพิเศษ หลังจากสอบสวนพยานเอกสาร พยานวัตถุ พยานบุคคล จนได้ข้อสรุปว่า พระธัมมชัยโย ต้องอาบัติปาราชิกตั้งแต่ปี 2542 จริงตามที่สมเด็จพระสังฆราชทรงวินิจฉัย

 


 ทั้งนี้ ดีเอสไอ จึงมีหนังสือแจ้งให้สำนักพุทธและกรรมการมหาเถรสมาคมเร่งดำเนินการกับพระธัมมชโยให้พ้นจากการเป็นพระสงฆ์ และส่งหนังสือเร่งรัดแจ้งเตือนแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไป 3 ฉบับ หากสำนักพุทธและมหาเถรสมาคมยังไม่ดำเนินการใด ๆ อาจจะต้องเจอถูกจำคุกตามกฎหมายอาญามาตรา 157

 


และเพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีพระธัมมชโย เราได้ไปสัมภาษณ์พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

 


ความคืบหน้าทางคดีของพระธัมชโยจะเป็นอย่างไรก็ต้องติดตาม  และอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดนั่นคือ กระแสต่อต้านการคัดเลือกสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ได้อุบัติขึ้น เพราะความกังวลของพุทธศาสนิกชนว่าอาจเป็นการสร้างเครือข่ายอำนาจของวัดธรรมกาย

 


เพราะล่าสุด เครือข่ายปกป้องพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช และเครือข่ายสตรีปกป้องพระศาสนา เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีคัดค้านและขอให้ชะลอการประชุมของมหาเถรสมาคมเพื่อเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 มกราคมนี้

 


6 มกราคม 2559 นายไพบูลย์ นิติตะวัน พร้อมเครือข่ายยื่นหนังสือถึง สนช คัดค้านวาระการประชุมเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ดังนี้


1. ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์มาตรา 7 ตามขั้นตอนทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณาดำเนินการก่อน จึงค่อยขอความเห็นชอบค่อยส่งให้มหาเถรสมาคมพิจารณารายนามนั้น มิใช่ขั้นตอนโดยริเริ่มโดยมหาเถรสมาคมประชุมเพื่อเสนอชื่อมายังนายกฯ เป็นการกระทำผิดขั้นตอนของกฎหมาย


2. สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุด โดยสมณศักดิ์ในขณะนี้ยังมีข้อครหาและทักท้วงความไม่เหมาะสมอยู่หลายประการ โดยเฉพาะกรณีที่อาจมีการกระทำปกป้องสนับสนุนให้การคุ้มครองพระธัมมชโยไม่ต้องปาราชิกตามพระวินิจฉัยของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ และยังสนับสนุนให้เลื่อนชั้นสมณศักดิ์ในภายหลังด้วย โดยขณะนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้กล่าวหาพระธัมมชโยเป็นผู้กระทำผิดในกรณีร่วมกันยักยอกเงินของสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งหากมีการเสนอชื่อพระอุปัชฌาย์พระธัมมชโยให้ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช อาจจะกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินการอยู่


และการกระทำของสมเด็จพระราชาคณะอาวุโสสูงสุดในการปกป้องคุ้มครองพระธัมมชโยนั้น เป็นการกระทบต่อพระเกียรติของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ที่เป็นที่สักการะและเคารพของพุทธศาสนิกชนของประเทศ แต่กลับได้รับการพิจารณาแต่งตั้งสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชแทน จะเป็นที่กระทบกระเทือนจิตใจพุทธศาสนิกชนชาวไทยอย่างมากมาย


3.ตามประเพณีแล้ว การจะนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯถวายจะต้องเป็นเรื่องที่ปราศจากข้อครหาใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สมควรที่จะนำเรื่องที่มีปัญหาคดีความค้างคาอยู่ขึ้นกราบบังคมทูล จะเป็นการทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

 


ขณะเดียวกัน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษเปิดเผยถึงกรณีที่นายไพบูลย์ ออกมาคัดค้านการที่มหาเถรสมาคมนัดประชุม เนื่องจากมีพระชั้นผู้ใหญ่ยังมีข้อร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมว่า กรณีหลวงปู่พุทธะอิสระ เข้ามายื่นคำร้องให้ดีเอสไอตรวจสอบพระชั้นผู้ใหญ่ที่เชื่อมโยงกับคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผ่านการบริจาคให้วันพระธรรมกาย โดยหนึ่งในข้อร้องเรียนระบุให้ตรวจสอบทรัพย์สินของเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญซึ่งรับพระทองคำจากวัดพระธรรมกาย พร้อมขอให้ตรวจสอบเงินเดือนตอบแทนตำแหน่งพระสังฆราช ซึ่งดีเอสไอพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องดังกล่าวไม่ใช่การกระทำผิดทางอาญา จึงได้ส่งเรื่องไปให้สำนักงานพระพุทธศาสนา(พศ.)และมหาเถรสมาคม ตรวจสอบเพื่อดำเนินการทางสงฆ์ต่อไป

 


สำหรับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) เป็นผู้ที่มีชื่อครอบครองรถเบนซ์จดประกอบ ขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของดีเอสไอ และประเมินภาษีโดยศุลกากร

 


และกับกรณีที่นายไพบูลย์ยื่นหนังสือถึงสนช.ให้ชะลอการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ระบุว่า  ต้องดูสถานการณ์ ดูกฎหมาย ดูความเหมาะสม ถ้ายังมีปัญหา มีความขัดแย้งอยู่ก็ต้องทำให้คลี่คลายให้ได้ก่อน

 


เพราะฉะนั้น การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชคงต้องไปดูรายละเอียดกันที่ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2535


มาตรา 7 พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง

 


ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดย ความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุด โดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

 


ในกรณีที่สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ได้ ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จ พระราชาคณะรูปอื่นผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับ และสามารถปฏิบัติ หน้าที่ได้ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

 


มาตรา 8 สมเด็จพระสังฆราชทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก ทรงบัญชาการคณะสงฆ์ และทรงตราพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชโดยไม่ขัดหรือ แย้งกับกฎหมาย พระธรรมวินัยและกฎมหาเถรสมาคม

 


ขณะที่ มาตรา 10 ในเมื่อไม่มีสมเด็จพระสังฆราช ให้สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

 


ถ้าสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการมหาเถรสมาคมที่เหลืออยู่เลือกสมเด็จพระราชาคณะรูปหนึ่ง ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

 


ในเมื่อสมเด็จพระสังฆราชไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้ สมเด็จพระสังฆราชจะได้ทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระราชาคณะรูปใดรูปหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน

 


ในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชมิได้ทรงแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนตามวรรคสาม หรือสมเด็จพระราชาคณะซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชไม่อาจปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชได้ ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม

 


ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนามสมเด็จพระราชาคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชตามมาตรานี้ในราชกิจจานุเบกษา

 


ซึ่งจากกข้อกฎหมายที่ปรากฏนั้นก็ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ในครั้งนี้นั้นจะเป็นสมเด็จพระราชาคณะรูปใด

 


หากย้อนกลับไปการแต่งตั้ง พระสังฆราช สมัย รัชกาลที่ 4 เคยที่ทรงไม่โปรดที่จะแต่งตั้งพระสงฆ์รูปใด ให้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเลยตลอดรัชกาล

 


สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 7 สิ้นพระชนม์ เมื่อ พ.ศ.2396 รัชกาลที่ 4 ทรงไม่โปรดที่จะแต่งตั้งพระสงฆ์รูปใด ให้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเลยตลอดรัชกาล จนถึงกลางสมัยรัชกาลที่ 5 กว่าจะมีการตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่คือสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 8 เมื่อ พ.ศ.2434 ทิ้งระยะเวลาที่สยามไม่มีพระสังฆราชตั้งแต่ปี พ.ศ.2396-2434 นับรวมปีที่สยามประเทศไม่มีพระสังฆราชในตอนนั้นนานถึง 38 ปี

 


ทั้งนี้ต้องจับตาดูว่า จะมีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช เกิดขึ้นหรือไม่ และก็ต้องกลับไปกันที่ การประชุมของมหาเถรสมาคม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 มกราคมนี้เพื่อเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ด้วย

 


และหากตรวจสอบ กรรมการมหาเถรสมาคมที่เป็นโดยการแต่งตั้ง ซึ่งทำหน้าที่คล้าย ๆ คณะรัฐมนตรี โดยมีสมเด็จพระสังฆราชหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง สมเด็จพระราชาคณะทุกรูปเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และพระราชาคณะซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งไม่เกินสิบสองรูป เป็นกรรมการโดยการแต่งตั้ง


กรรมการมหาเถรสมาคมชุดปัจจุบัน ประกอบด้วย

ฝ่ายมหานิกาย
ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม 
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ)
วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เริ่มวาระ พ.ศ. 2538

 


กรรมการมหาเถรสมาคมโดยสมณศักดื์ 
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (วีระ ภทฺทจารี)
วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร  เริ่มวาระ พ.ศ. 2553 

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) 
วัดพิชยญาติการามวรวิหารเริ่มวาระ  เริ่มวาระ พ.ศ. 2554 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ)
วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร  เริ่มวาระ พ.ศ. 2557 


กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง 
พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร) 
วัดยานนาวา เริ่มวาระ พ.ศ. 2556 

พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ) 
วัดปากน้ำ เริ่มวาระ พ.ศ. 2556 

พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) 
วัดสามพระยา เริ่มวาระ พ.ศ. 2555 

พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) 
วัดปากน้ำ เริ่มวาระ พ.ศ. 2557

พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) 
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เริ่มวาระ พ.ศ. 2558 

พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) 
วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เริ่มวาระพ.ศ. 2555 

 


ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยสมณศักดื์ 
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) 
วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร  เริ่มวาระ พ.ศ. 2544 

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) 
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหารเริ่มวาระ  พ.ศ. 2552 

สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) 
วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร  เริ่มวาระพ.ศ. 2552 

สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) 
วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร เริ่มวาระ พ.ศ. 2553  22 ตุลาคม


กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง 
พระพรหมเมธาจารย์ (คณิศร์ เขมวํโส) 
วัดบุรณศิริมาตยาราม เริ่มวาระ พ.ศ. 2555 

พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) 
วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร เริ่มวาระพ.ศ. 2555 

พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) 
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เริ่มวาระพ.ศ. 2556 

พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสฺสโร)
วัดเครือวัลย์วรวิหาร เริ่มวาร   เริ่มวาระะพ.ศ. 2555 

พระธรรมธัชมุนี (อมร ญาโณทโย) 
วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร   เริ่มวาระพ.ศ. 2555 

พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล) 
วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เริ่มวาระพ.ศ. 2555 

 


ขณะเดียวกันกับกระแสแต่งตั้ง พระสังฆราชองค์ใหม่พบมีความเกี่ยวข้องและให้การสนับสนุนกิจกรรมกับวัดพระธรรมกาย พุ่งไปที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้มีอาวุโสสูงสุด และมีศักดิ์เป็นทั้งอาจารย์และพระอุปัชฌาย์ของ “ธัมมชโย

 


สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งเป็นฝ่ายมหานิกายได้สมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะ เมื่อ พ.ศ.2538 ปัจจุบันอายุ 90 ปี

 


ซึ่งสมเด็จช่วงเป็นทั้งอาจารย์และพระอุปัชฌาย์ของพระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย  นอกจากนี้แล้วยังพบข้อมูลเคยถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจสอบ รถยนต์หรู ที่อยู่ในครอบครองของ สมเด็จช่วง ซึ่งปัจจุบันพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน