- 08 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 8 มกราคม 2559 ออกอากาศทางช่องทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สถาพร : สวัสดีครับพี่ต้อย
สนธิญาณ : สวสัดีดีท่านผู้ชม ดูเหมือนว่าการสถาปนาสมเด็ดพระสังฆราชพระองค์ใหม่ พระองค์ที่ 20 ยังไงก้ต้องกลายมาเป็นประเด็นเเน่นอน คำว่าต้องกลายมาเป็นประเด็นเเน่นอน คือทั้งสองฝ่าย ฝ่ายสนับสนุนเเละฝ่ายคัดค้าน เดินหน้าเเน่เเละผู้ที่จะต้องชี้ขาดนาทีนี้ดูทว่าจะต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ซึ่งเรื่องนี้ไม่หมู คำว่าไม่หมูคือมันมีโอกาสเเละมีประเด็นที่จะนำพาไปสู่ประเด้นความขัดเเย้งของสังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง ผมขอย้ำมันเหมือนจะเป็นครั้งเเรกในประวัติศาสตร์ช่วงนี้ที่การเมืองกับศาสนามาเป็นเรื่องเดียวกัน คำว่าการเมืองนี้ ไม่ได้อยู่ในการช่วงชิงอำนาจการปกครองหรือเรื่องการเลือกตั้ง เเต่กลายเป็นเรื่องการเมืองที่อยู่ในภาคประชาชนด้วยซ้ำ ผมบอกเลยทั้งสองฝ่ายจะต้องเดินหน้าเเน่ ไปดูหลวงปุ่พุทธอิสระที่ให้สัมภาษณ์กับทีนิวส์ซึ่งได้ติดตามสัมภาษณ์มาโดยคุณยุคล วิเศษสังข์ เนื่องมาจากมีเฟซบุ๊คของหลวงปุ่ได้เผยเเพร่ออกมาเรื่องที่ ดีเอสไอ ได้นิมนต์หลวงปุ่ไปเเต่หลวงปู่ได้ส่งทนายความไป คุณยุคล คิดว่าเรื่องนี้ต้องไปฟังจากปากหลวงปู่เอง โดยเฉพาะความชัดเจนว่าเป็นความจริงตามที่หลวงปู่ได้โพสต์ คือ ดีเอสไอ ได้มีความเห็นว่าลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช เป็นสิ่งที่ต้องปฎิบัติคือโยงใยเข้าประเด็น เมื่อเป็นสิ่งที่ต้องปฎิบัติเเล้วคนที่ไม่ปฎิบัติตามคือ มส. เเละข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องในขณะนั้นมีความผิดทางมาตรา 157 เป็นเรื่องชนะค้างเอาไว้อยู่เเล้ว ผมสมมุติว่าถ้า มส. จะมีการประชุมเพื่อที่จะมติตั้งสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งนัยยะนี้ต้องเป็นสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เเน่ ก้อาจจะมีการดำเนินการเเจ้งความ อย่างที่ผมวิเคราะห์ตามหลักการเพราะอาจจะมีการดำเนินการเเจ้งความสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ฐานะที่อยู่ใน มส. เเละไม่ดำเนินตามลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช ยิ่งทำให้ท่านมีชนะมากขึ้นเเละจะเป็นประเด็นให้ฝ่ายคัดค้านนำมาเคลื่อนไหวต่อ ถ้ากลับไปนะประเด็นนี้ร้อนขึ้นเมื่อรู้ว่าวันที่ 11 มกราคม จะมีการพระมหาเถรสมาคม การจะประชุมพระเถรสมาคมเนี่ยในวันที่ 11 มกราคม ยืนยันว่าจะไม่มีเรื่องนี้เข้าวาระเเน่นอน เเต่ต้องกลับมาดูการให้สัมภาษณ์ของคุณพนม ศรศิลป์ ผุ้อำนวยการองศ์การพระพุทธศาสนาเเห่งชาติ
สถาพร :ท่านเป็นเลขาธิการ มส. ด้วย
สนธิญาณ : เมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา ดูเป็นข่าวเหมือนไม่มีอะไร เเต่ในความหมายที่จริงดูเหมือนจะมีการเตรียมการในเรื่องที่จะมีการเเต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชแน่นอน เพราะคุณพนมบอกว่าเเบบนี้ ความคืบหน้าถึงขั้นตอนการนำเสนอการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 โดยฝ่ายผู้เเทนของคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุทธ์ โดยพระพรมมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการบริหารคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุทธ์ ร่วมกับผู้เเทนฝ่ายสงฆ์มหานิกาย พระพรมโมลี ประธานคณะเลขานุการผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเกี่ยวข้อกฎหมายดังกล่าว จะได้หารือวันเวลาที่เหมาะสม เกี่ยวกับรายชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่อาวุโสตามกฎหมายต่อที่ประชุม มส. ส่วนสำนักงานพระพุทธศาสนาเเห่งชาติจะยึดตามเเนวปฎิบัติตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ 2545 ฉบับเเก้ไขเพิ่มเติม หมายความว่าขณะนี้ ได้มีคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยทั้งฝ่ายธรรมยุทธ์เเละมหานิกายกำลังเตรียมการ เเละสำนักพุทธในฐานะเลขา ก็ยืนยันว่าจะดำเนินตามกรอบกฎหมายที่กำหนด ก็คือเสนอสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เเน่นอน ในด้านของอีกฝั่งที่ชัดเจนที่เตรียมการคัดค้านต้องกลับมาดูวันนี้ ฝ่ายสนับสนุนก็ยืนยันชัดเจนว่ายังไงก็ยังสนับสนุน เเละผู้ที่คัดค้านก็เป็นเพียงคนกลุ่มน้อย ทางฝ่ายสนับสนุนได้ยืนยัน ฝ่ายสนับสนุนวันนี้มีใคร เเน่นอนครับมีกองกำลังใหญ่อยู่ที่ฐานวันพระธรรมกาย ซึ่งก็เเสดงถึงการเชื่อมโยงไปทางเครือข่ายวัดต่างๆที่วัดพระธรรมกายได้ดำเนินมาตลอด เราจะเริ่มเห็น ทยอยเห็น ปฎิกิริยาจากพระวัดต่างๆทั่วประเทศ จะเริ่มออกเเสดงพลังหรือสื่อออกมาทางหนึ่งทางใด เพื่อสนับสนุนการดำเนินการของมหาเถรสมาคมเเละสำนักงานพระพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นอีกฟากฝั่งหนึ่งก็ชัดเจน ณ นาทีนี้ก็มีหลวงปู่พุทธอิสระเป็นหัวหอกในฝ่ายสงฆ์ ส่วนทางฝ่ายฆราวาสก็ก่อตัวมาเเล้วนำโดยคุณไพบูลย์ นิติวัน ที่จะเดินหน้า เเต่ทว่าฝ่ายสนับสนุนได้บอกว่าเนี่ยเป็นกลุ่มคนเล็กๆ เเต่ไม่เล็กหรอกครับ อย่างที่ผมบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่้ยวพัน ระหว่างการเมืองเเละศาสนาเนี่ยเเยกไม่ออก เนื่องจากวัดพระธรรมกายได้ไปจัดกิจกรรมหรือเเสดงท่าทีสนับสนุนคุณทักษิณ ชินวัตร หรือฟากฝั่งเเกนนำเสื้อเเดงอย่าง หมอเหวงเเละอีกหลายคนบอกว่า อย่าไปเเตะวัดพระธรรมกาย นั้นก็คือปฎิสัมพันธ์ของคนเสื้อเเดงกับเครือข่ายคุณทักษิณ อย่างวัดพระธรรมกาย
สนธิญาณ : อีกฟากฝั่งหนึ่งก็ชัดเจนว่า ฝ่ายที่ไม่เอาระบบทักษิณ ไม่ว่าจะอยู่ในนามกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในนามของ กปปส. ก็เเล้วเเต่ จะอยู่ฝั่งไหนก็เเล้วเเต่ สิ่งที่เราเห็นก็คือเครือข่ายมวลชนขยายยังกว้างขวาง เพราะฉะนั้นการคัดค้านตั้งสมเด็จพระสังฆราช การคัดค้านสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ความรู้สึกส่วนหนึ่ง นอกเหนือความไม่เหมาะสมของทางฝั่งนี้ก็คือความรู้สึกนึกคิดทางการเมืองมีส่วนอย่างเเน่นอนที่จะต้องการสกั้ดกลั้นระบบทักษิณไม่ให้เติบโต ไม่ให้วัดพระธรรมกายเติบโต ทำไมจะต้องสกั้ดกลั้นวัดพระธรรมกายด้วยเพราะถ้าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป้นสมเด็จพระสังฆราช เรื่องมลทินต่างๆของพระธัมชโยอาจจะคลี่คลายไปได้ เหมือนที่หลวงปู่พุทธอิสระว่า ลิขิตของพระสังฆราชถือเป็นกฎหมายหนึ่งของสงฆ์ ซึ่งมีกฎหมาย ข้อบังคับรองรับ ตรงเนี่ยเป็นประเด็น เพราะฉะนั้นนาทีนี้อยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา คนเดียว ทำไมถึงเรียนว่าอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา เพราะมันมีสิ่งหนึ่งที่ปรากฎขึ้นเป็นข่าวเมื่อวาน ได้ให้สัมภาษณ์ชัดเจนเเล้วว่าให้ดูตามกฎหมายเเละความเหมาะสม เเต่ถ้าเรื่องไม่เรียบร้อยจะรอไว้ก่อน
สถาพร : ถ้ายังขัดเเย้งกันอยู่ ก็ต้องรอเคลียรให้จบก่อน
สนธิญาณ : ถูกต้องครับ ระหว่างที่บอกว่ารอให้จบก่อนเนี่ย ที่ผมบอกประเด็นอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา เนี่ยต้องมาเเบกความเดือนร้อนเนี่ย ความเห็นของทางฟากฝั่งพระพรหมเมธีเนี่ย ผมมาย้อนข่าวเก่าให้ดู พระพรหมเมธีได้ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2558 ในการประชุม มส. ในครั้งก่อนโน้น พระพรหมเมธีได้บอกว่าขั้นตอนยังไงก็ต้องตั้งต้นจาก ครม. นั้นก็คือจะต้องตั้งต้นจากนายกรัฐมนตรี คำว่าตั้งต้นนั้นหมายถึงว่า ให้ ครม. มีเรื่องมาถึง มส. เพื่อให้ มส. เสนอรายชื่อ ถ้าพล.อ.ประยุทธื บอกรอให้รอเรื่องเรียบร้อย ให้มันเสร็จก่อนได้ไหม ให้เคลียร์ให้จบก่อนเเล้วค่อยตั้งก็เเสดงว่า ความเห็นหรือน้ำหนักของ พล.อ.ประยุทธ์ในขณะนี้มาในทิศทางที่ชะลออยู่ นั้นล่ะครับพบสรุปเบื้องต้น ผู้ที่มีหน้าที่ดำเนินการโดยตรงมีอำนาจสูงสุดในขณะนี้เห็นว่า ควรให้เรื่องหยุดไว้หรือหมายความว่าชะลอเอาไว้ก่อน เเต่ฝ่ายเคลื่อนไหวบอกว่าต้องเดินหน้าเต็มที่ สนับสนุนให้ตั้งไม่งั้นเเผ่นดินจะลุกเป็นไฟ ฝ่ายคัดค้านก็คัดค้านอย่างเต็มที่ คือสถานการณ์ล่าสุด ย้ำนะครับว่า วันที่ 11 มกราคม ยังไม่มีการนำเสนอวาระนี้เเน่นอน เเต่ก็ย้ำว่า การปฎิบัติการของฟากฝั่ง มส. ได้เตรียมการไว้อยู่เเล้ว นี้ก็หยิบยกสถานการณ์เอามาให้เห็นทุกเเง่ทุกมุม ต้องดูเเล้วเฝ้าติดตามต่อไป ว่าเเต่ล่ะฝ่ายจะเคลื่อนไหวยังไง
สถาพร : พี่ต้อยครับ ความขัดเเย้งทางศาสนาของเรา มันจะคล้ายกับเรื่องของตะวันออกกลางไหมครับ ที่เป็นสองนิกายของตะวันออกกลาง จะไปสู่จุดนั้นได้ไหม?
สนธิญาณ : ไม่เหมือนครับ ไม่มีทางเหมือนเเนวทางปฎิบัติของเเต่ละศาสนาต่างก็มีเเนวทางปฎิบัติไป ส่วนของเราเเบบเป็นสองนิกายใหญ่คือ มหานิกาย กับธรรมยุตนิกาย ย้ำนะครับ ธรรมยุตนิกายเกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่ในสมัยราชการที่ 4 เมื่อยังทรงผนวชอยู่ คือในรัชสมัยรัชการที่ 3-4 ผนวชอยู่สู่การสถาปนาคณะธรรมยุตินิกายขึ้น เพราะเห็นว่าคณะสงฆ์ในคณะนั้นมีความเละเทะนะครับ พระองค์ท่านจึงอยากให้มีคณะสงฆ์ได้ดูกันเป็นเเบบอย่างในการปฎิบัติ ซึ่งหลังจากรัชกาลที่ 4 มาก็สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง จนมาเป็นที่ยอมรับประชาชนทั้งหลาย ก็เมื่อหลวงปู่มั่น หลวงปู่เสาร์ ได้ปฎิบัติตนให้เห็นว่าพระที่ปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบเป็นอย่างไรเเละมีลูกศิษย์ลูกหา ซึ่งเป็นพระอรหันต์นับจำนวนกว่า 100 รูปเลยนะครับ ได้เกิดขึ้นในเเผ่นดินอย่างที่เราได้ชื่ออย่างคุ้นเคยกันอย่างหลวงปู่เเหวน หลวงปู่หล้า หลวงปู่เทศ หลวงปู่ปั้น หลวงตาหาบัว หลวงปู่บุญจันทร์ ที่ได้ยินชื่อมา เพราะฉะนั้นไม่เหมือนเเน่นอน ความขัดเเย้งของเราไม่ได้นำพาไปสู่ความรุนเเรง ที่ว่ามันจะรุนเเรงเพราะว่ามันไปเชื่อมโยงกับการเมือง วันนี้มันถูกโยงกับการเมือง น่าจะมั่นใจนายกไว้ก่อนว่าจะเอาอยู่ในความเห็นของผม ต้องคิดว่าท่านนายกจะเอาอยู่ เเต่ว่าจะเอาอยู่เนี่ยจะต้องใช้วิธีการอย่างไรเพื่อดำเนินการ ซึ่งหลักการอะไรที่นายกดำเนินการมาตลอดก็คือการใช้ขั้นตอนของกฎหมาย ย้ำว่าใช้ขั้นตอนการเป็นกฎหมาย ซึ่งขั้นตอนของกฎหมายมันจะเป็นตัวสะกด ไม่ใช่เรื่องที่ดำเนินการหรือทำอะไรตามอำเภอใจ ก็ต้องรู้ขั้นตอนของทั้งสองฝั่ง ขั้นตอนกฎหมายที่จะนำเสนอเรื่องที่ค้างคาที่ ดีเอสไอ ว่าที่เป็นอยู่นั้นต้องปฎิบัติอย่างไร เเละภายใต้ความหมายของคำว่า ในเรื่องมันเงียบก่อนนะครับ สวัสดีครับ
สถาพร : ขอขอบคุณครับพี่ต้อย
