- 08 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
กลับมาที่ประเด็นร้อนว่าด้วยสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำอีกครั้ง โดยเฉพาะกับช่วงกำหนดเวลาที่เครือข่ายชาวสวนยางหลายกลุ่มแสดงเจตนาว่าจะมีการรวมกลุ่มเคลื่อนไหวทั้งที่เป็นทางการและเป็นการประชุมวงย่อยเพื่อสรุปข้อเรียกร้องเสนอต่อภาครัฐ ท่ามกลางการเฝ้าจับตาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเตรียมนำพ.ร.บ.ชุมนุมที่สาธารณะมาบังคับใช้เพื่อป้องกันเหตุบานปลาย
ขณะที่ ระดับราคายางตลาดกลางยาพารา อ.หาดใหญ่ ล่าสุดพบว่า ในส่วนของน้ำยางสด หน้าโรงงานมีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย คือ ปรับจาก 28.50 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 29 บาทต่อกิโลกรัม เช่นเดียวกับยางแผ่นรมควัน ที่ปรับขั้นจาก 34.12 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 34.63 บาทต่อกิโลกรัม แต่สำหรับราคายางแผ่นดิบยังคงปรับลดลง จาก 34.05 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 34.03 บาทต่อกิโลกรัม โดยสถาบันวิจัยยาง การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ระบุว่าปัจจัยที่ผลลบต่อระดับราคายางยังมาจากเรื่องของราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีน หลังจากธนาคารกลางจีนตัดสินใจปรับลดค่าเงินหยวนลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี อย่างไรก็ตามราคายางในประเทศยังพอมีปัจจัยบวกบ้างมาจากสถานการณ์เงินบาทอยู่ในระดับอ่อนค่าซึ่งมีส่วนสนับสนุนด้านการส่งออกในระยะนี้
และกับปัญหาราคายางตกต่ำดังกล่าว วันนี้ (8 ม.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้พูดถึงประเด็นนี้อีกครั้ง โดยเน้นย้ำว่าแนวทางการแก้ไขของภาครัฐจะให้ความสำคัญกับการบูรณาการภาคเกษตรกรรมยางพาราเพื่อความยั่งยืน โดยไม่นำมาตรการเรื่องการแทรกแซงราคาไปใช้เหมือนในอดีต เพราะงบประมาณประเทศที่มีอยู่ปีละ 2.5 ล้านล้านบาท ต้องนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับงบประจำแล้วถึง 2 ล้านล้านบาท จึงไม่มีเหลือเพียงพอจะไปจัดสรรในลักษณะอุดหนุนเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการเฉพาะได้ รวมถึงยังจะกลายเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด แม้ว่าภาครัฐจะเข้าใจในความยากลำบากของเกษตรกรชาวสวนยางพาราก็ตาม
ทางด้าน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่พูดถึงกรณีราคายางตกต่ำ ว่า เป็นปัญหาที่ภาครัฐโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญเป็นระดับต้น ๆ และได้มีการสั่งการให้กระทรวงเกษตรฯ ตลอดจนการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และ องค์การคลังสินค้า (อคส.) เข้าไปดูแลแก้ไขอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหาก็จะดำเนินการทั้งมาตรการสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรชาวสวนยาง ผ่านการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสำหรับเจ้าของสวนยาง ผู้เช่าสวนยาง 900 บาทต่อไร่ แยกเป็นเงินสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปัจจัยการผลิต 700 บาทต่อไร่ และเงินเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงคุณภาพผลผลิต 200 บาทต่อไร่ และ มาตรการช่วยค่าครองชีพสำหรับคนอีกยางอีก 600 บาทต่อไร่ ส่วนแนวทางในระยะยาวก็จะมีการปฏิรูปโครสร้างเกษตรทั้งระบบอย่างจริงจัง เพื่อทำให้สินค้าเกษตรมีราคาและมีมูลค่าทางการผลิตที่สูงขึ้น
ขณะที่ นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลัง จากการประชุมแนวทางลดผลกระทบจากปัญหายางพาราตกต่ำ ว่า มาตรการระยะสั้นในการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อแก้ไขปัญหายางตกต่ำ ทางกระทรวงจะได้เร่งประสานงานกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ให้สำรวจจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบในการผลิต เช่น อุตสาหกรรมยางล้อ , ยางยืด และ ถุงมือยาง เพื่อนำไปสู่การกำหนดแผนการช่วยเหลือด้านการรับซื้อผลผลิตยางให้มากขึ้น
ทั้งนี้เบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีโรงงานเกี่ยวข้องกับผลผลิตยางพาราที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) แล้ว และเตรียมการก่อสร้างอีกประมาณ 90 โรงงาน ด้วยกำลังการผลิตสูงสุดถึง 4 ล้านตัน โดยจะสามารถลงทุนจริงได้ภายในปี 2559 นี้ประมาณ 60 - 70 % ขณะที่อีกร้อยละ 30 - 40 จะได้เร่งติดตามปัญหาด้านการก่อสร้างโรงงานอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ก่อสร้างทันในปีนี้ และแปรรูปยางได้ทันที ซึ่งประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถรับซื้อน้ำยางดิบจากเกษตรกรได้ถึง 10,000 – 100,000 ล้านตัน/ปี
นอกจากนี้ยังจะได้ประสานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการเตรียมข้อมูลการใช้น้ำยางเพื่อก่อสร้างสนามกีฬาและสนามเด็กเล่น โดยขณะนี้ประเมินว่ามีจำนวนโรงงานกว่า 10 โรงงาน ที่มีความพร้อมในการก่อสร้างร่วมกับภาครัฐ รวมถึงจะมีการเสนอให้หน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ เช่น หน่วยงานทหาร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดซื้อยางพาราเพื่อนำมาใช้เพิ่มเติม โดยแผนทั้งหมดจะมีการเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันที่ 12 ม.ค. นี้ เพื่อรับทราบก่อนดำเนินการให้เป็นรูปธรรมต่อไป
ส่วนแนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่มีนัดหมายรวมตัวกันในสัปดาห์หน้า จากการตรวจสอบของสนข.ทีนิวส์พบว่าล่าสุดเริ่มมีการทยอยนำส่งข้อเรียกร้องถึงภาครัฐแล้วในหลายจังหวัด โดยเลือกจะไม่ไปรวมตัวกันในวันที่ 12 ม.ค. ที่มีการนัดหมายก่อนหน้า
โดยทางด้าน นายชยันต์ สังขไพฑูรย์ ประธานสภาเกษตรกร จ.สงขลา เปิดเผยว่า ที่ประชุมร่วมสภาเกษตรกรชาวสวนยาง 6 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดพัทลุง , สงขลา , ปัตตานี , นราธิวาส , สตูล และยะลา ได้นำข้อเสนอของสภาเกษตรกรจำนวน 10 ข้อ สำหรับการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ยื่นต่อ นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อส่งผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ประกอบด้วย
1.ให้ประกันราคายางพารา (น้ำยางสด) ที่ ก.ก.ละ 80 บาท
2.พักหนี้เกษตรกรชาวสวนยาง
3.ให้รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้เกษตรกร
4.รัฐบาลเร่งดำเนินการโครงการที่เกี่ยวข้องกับยาง ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 3 พ.ย.58 อย่างจริงจัง
5.ให้รัฐบาลเร่งรัดการจ่ายเงินในโครงการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนยาง 1,500 บาท
6.ลดเงื่อนไขและอุปสรรคในการจ่ายเงินเพื่อให้เกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้น
7.ให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเรื่องการศึกษาของบุตรหลานเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ได้รับผลกระทบจากราคายางตกต่ำ
8.เสนอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้กับสภาเกษตรกรแห่งชาติอย่างเร่งด่วน ในการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาเกษตรกรชาวสวนยางอย่างยั่งยืน
9.ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคี ประกอบด้วยชาวสวนยาง บริษัท และรัฐบาล ในการร่วมกันแก้ปัญหายางพาราทั้งระบบ
10.ให้รัฐบาลบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมยาง พ.ศ. 2542 สำหรับควบคุมตลาดซื้อขายยาง ผู้ค้ายาง เพื่อให้การซื้อ-ขายยางระดับท้องถิ่น น้ำยางสด ไปจนถึงยางแผ่นรมควัน อัดก้อน มีความยุติธรรมต่อเกษตรกร
ขณะที่สมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางและชาวสวนยางรายย่อย ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มเกษตรกรฯที่เลือกไม่ไปรวมตัวในวันที่ 12 ม.ค. และได้นำเสนอความเห็นเกี่ยวกับปัญหาและข้อเสนอบางส่วนเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการแก้ไขปัญหาสินค้ายางพาราอย่างเป็นระบบครบวงจร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ
1.ปัญหาแหล่งทุนต่างๆ เพื่อแกไขปัญหาที่รัฐบาลออกมาเป็นมาตรการ ทุกๆโครงการเกษตรกรรายย่อยไม่ค่อยได้รับประโยชน์ เพราะข้อจำกัดด้านคุณสมบัติ ระเบียบ หลักเกณฑ์ ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเข้าถึงของชาวสวนยางรายย่อย
2.การแสดงความคิดเห็นของเกษตรกรรายย่อย มักไม่ค่อยได้รับความสนใจจากผู้รับผิดชอบอย่างจริงจัง
3.ราคายางพาราที่ปรากฏในความรู้สึกของผู้รับผิดชอบแก้ไข มีเพียงยางแผ่นรมควันและยางแผ่นดิบ ซึ่งเป็นราคาของตลาดกลางและราคา FOB ที่ถูกกำหนดโดยพ่อค้าและผู้ประกอบการ
และด้วยข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากความรู้สึกของเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อย เราจะไปพูดคุยเพิ่มเติมกับคุณมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย ในฐานะผู้ประสานงานชาวสวนยางรายย่อย 8 จังหวัดภาคใต้ ถึงสภาพที่แท้จริงและสาเหตุที่ราคายางตกต่ำในทุกวันนี้ รวมถึงความรู้สึกต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ
