การเมืองตื่นตัว!! หลัง "สนช." เตรียมผุด "กมธ.สร้างสังคมสันติสุข เพื่อความปรองดอง" - เสื้อแดงเชื่อปรองดองลวง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 


ถือเป็นการจุดกระแสทางการเมืองให้กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้งหนึ่ง จากกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.เตรียมเสนอให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุข เพื่อสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นเพราะฉะนั้นในวันนี้เราจะทำการลำดับที่มาที่ไปให้คุณผู้ชมได้รับทราบดังต่อไปนี้

 

 

 


นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เปิดเผยว่าสนช.เตรียมจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุข โดยมีแนวคิดนี้มาจากสถาบันพระปกเกล้า โดยสนช.จะเสนอตั้งกมธ.ชุดนี้ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ศึกษาหาแนวทางสร้างความปรองดองและสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยจะมีกมธ.20 กว่าคน จะเชิญคู่ขัดแย้งในสังคมทุกฝ่ายทั้งกลุ่มการเมืองอาทิ นปช. กปปส. ตลอดจนพรรคการเมืองมาร่วมเป็นกรรมาธิการ


ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาตัวคนในสนช. มาทำหน้าที่ประธานกมธ. คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน และเสนอเป็นญัตติต่อที่ประชุมสนช. เพื่อให้ความเห็นชอบแต่งตั้งกมธ.ชุดดังกล่าวต่อไป ส่วนกรอบเวลาการทำงาน จะทำให้เสร็จเร็วที่สุด แต่ระยะเวลาสูงสุดคงไม่เกิน 180 วันตามข้อบังคับการประชุมสนช.


เมื่อกมธ.ศึกษาจนได้ข้อสรุปแล้ว กระบวนการต่อไป ต้องดูว่าจะต้องส่งเรื่องใดให้รัฐบาล หรือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) แต่หากมีความจำเป็นต้องออกกฎหมาย เพื่อนำไปสู่การสร้างสันติสุขก็ต้องทำ


ส่วนจะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับความเห็นของกมธ. แต่ส่วนตัวมองว่า การนิรโทษกรรมเป็นกระบวนการปลายทาง


อย่างไรก็ตามแนวทางการศึกษาของกมธ.ชุดนี้คงต้องนำผลศึกษาเรื่องแนวทางปรองดองของคณะกรรมการชุดต่างๆ เช่น คณะกรรมการเพื่อความสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายดิเรก ถึงฝั่ง เป็นประธาน มาพิจารณาประกอบด้วย เชื่อว่า กมธ.ชุดนี้จะไม่ทำงานซ้ำซ้อนกับคณะกรรมาธิการปรองดองที่สภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ(สปท.) ด้านการเมืองทำอยู่ เพราะจะเป็นการดำเนินการแบบคู่ขนานกันไป


ทั้งนี้มีรายงานว่าแนวทางดังกล่าวถูกเสนอโดย พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์อดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 12 (ตท.12) เพื่อนร่วมรุ่นและอดีตที่ปรึกษาของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีวึ่งจะเข้าที่ประชุมวิป สนช.ในวันอังคารที่ 12 ม.ค. จากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุม สนช.เพื่อให้ความเห็นชอบในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯโดยเร็วที่สุด


พล.อ.อกนิษฐ์ กล่าวว่าความตั้งใจคือจะเชิญผู้ที่มีความเห็นแตกต่างทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายเข้ามาในคณะกรรมาธิการชุดนี้ ถือเป็นการเปิดพื้นที่ของสภาให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นและแสวงหาทางออกร่วมกันโดยบุคคลที่แสดงเจตนารมณ์เข้าร่วม เป็นระดับแกนนำของทุกกลุ่ม ซึ่งคณะกรรมการศึกษาแนวทางปรองดองชุดอื่นๆ ไม่เคยเชิญคนเหล่านี้มาพูดคุยพร้อมกัน ได้แต่ไปฟังทีละฝ่าย แต่การทำงานของตนได้เชิญทุกฝ่ายมาคุยกัน และเห็นพ้องกันว่าต้องยุติกการเผชิญหน้าและหาทางออกให้ประเทศ


สำหรับผู้เห็นต่างทางการเมืองกลุ่มต่างๆ นั้น พล.อ.อกนิษฐ์ กล่าวว่าได้เชิญตัวแทนของทุกกลุ่มเข้าพูดเคยพร้อมกันหลายครั้งแล้ว กระทั่งมีความเห็นตรงกันว่าจะใช้เวทีสภาในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง


แหล่งข่าวนักวิชาการสายความมั่นคงที่ทำงานใกล้ชิดกับกองทัพ เปิดเผยว่าทิศทางการเมืองในระยะต่อจากนี้ รัฐบาลและ คสช.จะเน้นเรื่องการสร้างความปรองดองให้มากขึ้นและมีแนวคิดจะเชิญตัวแทนจากทุกกลุ่มทุกสี ทุกพรรคการเมือง เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อบริหารบ้านเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่านด้วย


พลันที่ข้อเสนอดังกล่าวถูกจุดขึ้นมาภาคส่วนต่างๆทางการเมืองและฝ่ายต่างๆก็เริ่มออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและคัดค้าน


นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี สนช.เตรียมจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุข โดยจะเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาร่วมเป็น กมธ.ว่า ถ้ามีการเชิญมา คงไม่ส่งคนอื่น แต่ตนจะไปเองเลยในฐานะหัวหน้าพรรค เรื่องความปรองดองตนพร้อมจะเข้าร่วม ส่วนจะมีข้อเสนออะไรนั้น ก็ต้องดูก่อนว่าแต่ละฝ่ายมีความตั้งใจแค่ไหน หากทุกคนเอาความปรองดองเป็นที่ตั้งก็น่าจะลงตัว และเห็นด้วยที่จะเชิญคู่ขัดแย้งหรือพรรคการเมืองเข้าร่วม ถ้าเอาคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย เกมก็ไม่จบ คนอยากจะดีกันมันง่าย ให้มานั่งคุยกัน และคิดว่าไม่มีใครได้หรือเสียทั้งหมด


ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวไม่แคล้วเป็นปรองดองลวงโลก ก่อนหน้านี้ทำมาแล้ว 2 ชุด คือชุด สปป.ของทหาร และชุดของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ไปไกลมาก แต่สุดท้ายก็เป็นการปรับทุกข์เล่าสู่กันฟัง ไม่มีผลเชิงปฏิบัติ เพราะมีหน้าที่คุย แต่ไม่มีอำนาจ ให้เป็นยักษ์แต่ไม่ให้กระบอง


"วันนี้จะมาให้คุยกันใหม่ จะมาให้คุยกันอีกมันก็คนหน้าเดิมๆ คุยไปก็เท่านั้น อายกันหมดแล้ว ชุดนี้จะมีน้ำยาอะไร ไปนัดคุยกันในโรงพยาบาลบ้าน่าจะดีกว่า ปัญหาอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์คนเดียว จะทำจริงๆ หรือเปล่า วันนี้ยังกล้าแม้แต่นิรโทษกรรมตัวเอง แล้วทำไมไม่กล้านิรโทษกรรมให้ประชาชนบ้าง แกนนำไม่จำเป็น การปรองดองไม่ต้องเริ่มตรงไหน ขอให้เริ่มตรงนี้ดีกว่า"


นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรคชาติพัฒนา เปิดเผยว่า พรรคชาติพัฒนาสนับสนุนแนวคิดในการศึกษาหาแนวทางสร้างความปรองดอง และสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมไทยของประธานสภานิติบัญญัติ (สนช.) และเห็นด้วยที่จะเชิญทุกฝ่าย พรรคการเมืองและคู่ขัดแย้งมาร่วมทำงาน เพื่อหาแนวทางที่จะได้ข้อยุติของปัญหาความขัดแย้งของสังคมไทย ทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมืออย่าท้อแท้กับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง เพราะเป็นปัญหาที่เกิดมานานควรต้องช่วยกันหาทางออกให้บ้านเมือง ความร่วมมือในการสร้างความปรองดอง และลดความขัดแย้ง จะเป็นสัญญาณที่ดีเช่นเดียวกับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และการเลือกตั้ง และจะเป็นปัจจัยบวกให้กับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศ


โดยพรรคชาติพัฒนายินดีให้ความความร่วมมือและพร้อมที่จะส่งผู้แทนเข้าร่วมทำงานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุข ที่สนช.จะแต่งตั้งขึ้นเพื่อที่จะช่วยหาทางออกให้กับประเทศ


ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ว่า


เรื่องการปรองดองสมานฉันท์นั้นมีการพูดกันมานาน หลายคนก็ยังเข้าใจว่าการปรองดองสมานฉันท์ก็คือการนิรโทษฯ ยกโทษให้ ตนเคยเรียนไปหลายครั้งแล้วว่าจะต้องมาด้วยกฎหมายอันนี้ ก็ขอให้ดำเนินการต่อไป โดยคณะทำงานฝ่ายกฎหมายว่าจะทำยังไงกันต่อไป จะมาเป็นเหตุผลให้ทำยังไงให้มีการเลือกตั้งหรือผ่านรัฐธรรมนูญ แต่ต้องปรองดอง นิรโทษฯ ตนว่าคนละเรื่องกันนะ เรื่องการ


ปฏิรูป กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ก็เหมือนกัน ทุกคนก็ต้องเร่งดำเนินการ หน่วยงานของใครของมัน ก็เร่งดำเนินการของตัวเองมาด้วย ทั้งนี้ ตนระมัดระวังอยู่เสมอ ทุกคนมีสิทธิ์ในการต่อสู้ด้วยกฎหมาย อย่าไปต่อสู้ด้วยสื่อ ด้วยพูด ด้วยอะไรต่างๆ ทำให้สังคมปั่นป่วนไปหมด บิดเบือน บางอย่างก็ไม่มีข้อเท็จจริง