เกาะติดทุกข์ร้อน..พี่น้องสวนยางฯ!! "ทีนิวส์" เดินเครื่องตรวจสอบกลไกรัฐมีปัญหา??..เราจะฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน!!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง www.tnews.co.th

สถานการณ์ราคายางตกต่ำจนทำให้พี่น้องชาวสวนยางหลายพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้  นัดรวมตัวแสดงพลังต่อภาครัฐ เพื่อนำไปสู่การเร่งแก้ปัญหาต่างๆให้ทันเหตุการณ์ความเดือดร้อนมากขึ้น  โดยเฉพาะบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช   ที่คุณยุคล วิเศษสังข์  และทีมงานไปเกาะติดรายงานสดมาให้รับทราบละเอียดกันอย่างครบถ้วน

 

ทั้งนี้ข้อเรียกร้องที่มีการนำเสนอจากกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา  นอกเหนือจากการทำให้ราคายางขยับขึ้นในระดับ  60 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว  ก็คือการขอให้ภาครัฐเร่งรัดดำเนินการนำเงินจากกองทุนสงเคราะห์การทำงานสวนยาง  หรือ  เงินกองทุนเซส     จัดสรรให้กับเกษตรกรตาม    มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่  3 พ.ย. 2558    กำหนดให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้งบประมาณ   13,132  ล้านบาท  ในโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง  จำนวน  850,000  ครัวเรือน    แยกเป็นการช่วยเหลือเจ้าของสวนยาง/ผู้เช่าสวนยาง   900 บาทต่อไร่   ไม่เกินครัวเรือนละ 15 ไร่  และ  คนกรีดยางได้รับ 600 บาท/ไร่  ไม่เกินครัวเรือนละ 15 ไร่  

ขณะที่ก่อนหน้านั้น นายเชาว์ ทรงอาวุธ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย  ระบุว่าแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางและคนกรีดยางตามโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง  ว่า  ได้เริ่มจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)  พร้อมกันหลายพื้นที่แล้วตั้งแต่ในวันที่ 28 ธันวาคม 2558  ที่ผ่านมา    แต่ปรากฏว่าในกลุ่มเครือข่ายชาวสวนยางภาคใต้    ระบุว่าขั้นตอนดังกล่าวของกยท.ยังเป็นอย่างล่าช้า    โดยมีเกษตรกรที่ได้รับเงินช่วยเหลือแล้วจริง ๆ เพียงกว่า 2,000 ราย     เนื่องจากระเบียบขั้นตอนของทางราชการไม่ได้อำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรมากนัก   โดยเฉพาะการลงทะเบียนซึ่งต้องผ่านคณะกรรมการตรวจสอบรับรองสิทธิ์ตามข้อกำหนดของกยท. และยังต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์   ประกอบด้วยเงื่อนไขสำหรับเจ้าของสวนยาง/ผู้เช่าสวนยาง   ดังนี้

1.เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นเกษตรกรตามข้อมูลทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสริมการเกษตร ปี 2557/58
2.มีบัญชีเงินฝากไว้กับ ธ.ก.ส.
3.เป็นเป็นผู้ปลูกยางพาราที่มีพื้นที่เปิดกรีดในปัจจุบันตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป โดยสวนยางต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วนคุณสมบัติคนกรีดยางที่เข้าร่วมโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง   ต้องเข้าหลักเกณฑ์ดังนี้
1.ต้องขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นผู้ที่กรีดยางให้กับเกษตรกรตามข้อมูลทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสริมการเกษตร ปี 2557/58
2.มีบัญชีเงินฝากกับ ธ.ก.ส.

โดยเกษตรกรสวนยางพาราและคนกรีดยางสามารถขอใช้สิทธ์เข้าร่วมโครงการได้ที่ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัด   สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางอำเภอ    ศูนย์ปฏิบัติการสงเคราะห์สวนยางจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอ ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.58  ที่ผ่านไปจนถึงวันที่ -29 ก.พ.59

 

 

นอกเหนือจากมาตรการภาครัฐว่าด้วยการสนับสนุนงบประมาณเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นไปอย่างล่าช้าแล้ว  แนวทางการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดยเฉพาะการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท.ยังไม่ได้สนับสนุนให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายของพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และหัวหน้าคสช.

โดยทางด้าน   นายธีระชัย แสนแก้ว   นายกสมาคมชาวสวนยางภาคอีสาน ได้แสดงความเห็นถึงกรณีปัญหาราคายางตกต่ำในขณะนี้อีกครั้ง   ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเท่าที่มีการหารือกับแกนนำชาวสวนยางทั้งหมด  มีการประเมินว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างเดียว  ที่มีผลทำให้เป็นปัญหาการส่งออกยาง และราคายางตกต่ำ แต่เกิดจากความผิดพลาดของนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการยางในประเทศของระดับผู้บริหารของกระทรวงเกษตรฯและรัฐบาล  แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้จะดำเนินการผลักดันให้เกิดพ.ร.บ.การยางแห่งชาติขึ้น  เพื่อดำเนินการแก้ปัญหายางทั้งระบบเป็นผลสำเร็จ    แต่ปรากฎว่าเมื่อมีพ.ร.บ.ยางฯ ออกมาอย่างเป็นทางการกลับไม่มีการดำเนินการออกกฎระเบียบให้เสร็จสิ้นภายใน 120  วัน  ซึ่งเลยกำหนดสิ้นสุดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 2558  ที่ผ่านมา  ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการบริหารการยางแห่งประเทศไทย หรือ บอร์ดกยท. ที่ชัดเจน  ส่งผลทำให้ไม่มีตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางพาราเข้าไปมีส่วนรวมในการตัดสินใจนโยบายใดๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปวงการยางพาราของประเทศ

นอกจากนี้นายธีระชัย  ยังอ้างถึงปัญหาภายใน กยท. ว่า   ภายหลังจาก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ   ได้แต่งตั้ง  นายเชาว์ ทรงอาวุธ   ขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าการกยท.   ปรากฏว่าทาง กยท.ได้ไปเซ็นสัญญาผูกพันเรื่องการซื้อขายยางกับจีนจำนวน  2 แสนตัน  ทั้ง ๆที่ในการปฎิบัติรักษาการในตำแหน่งผู้ว่ากยท. ไม่ควรเซ็นสัญญาซื้อขายยางใดๆที่เป็นการสร้างพันธะผูกพันและเป็นปัญหาต่อเกษตรกรสวนยางทั้งประเทศ  เพราะเงื่อนไขที่กยท.เสนอไปว่าจะขายยางในราคาตลาดบวกเพิ่ม 15 บาท  มีส่วนโดยตรงในการทำให้ราคายางช่วงนี้ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ตามแรงกดดันของกลุ่มบริษัทเอกชนที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดราคายางในประเทศ  และถูกกำหนดให้เป็นผู้มีส่วนรับผิดชอบการซื้อขายครั้งนี้

ประเด็นสำคัญก็คือเงื่อนไขการเซ็นสัญญาที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจโดยกยท. ไม่ได้มีคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนเกษตรกรและมีส่วนได้เสียเข้าร่วมเลย  เนื่องจากบอร์ดกยท.ชั่วคราวในขณะนี้ไม่มีตัวแทนของเกษตรกรเลย   ดังนั้นเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นในลักษณะนี้ก็มีความจำเป็นจะต้องปลดผู้รับผิดชอบเดิมออกและหาผู้บริหารชุดใหม่ที่มีฝีมือเข้ามาบริหารแทน เพื่อเร่งขับเคลื่อนให้มีการดำเนินการตามพ.ร.บ.ยาง ฯในมาตรา 49  ซึ่งปัญหาเหล่านี้แกนนำกลุ่มเกษตรกรยางพาราในเขตพื้นที่ภาคอีสานและภาคใต้  จะได้มีการพูดคุยกันอีกครั้งในวันพุธที่ 13 ม.ค.  นี้ที่โรงแรม ดิเอ็มเมอร์รัล  รัชดาภิเษก  ก่อนรวบรวมเป็นข้อเสนอส่งให้รัฐบาลโดยเร็วที่สุด

 

 

ทั้งนี้โดยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาภายในกยท. ทางด้านเครือข่ายชาวสวนยางรายย่อย 8 จังหวัดภาคใต้เองก็เคยนำเสนอต่อสาธารณะไว้เช่นกัน   และล่าสุดยังได้เกิดกระแสข่าวด้วยว่าทางด้านกลุ่มสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจ กยท. ก็จะมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้การปรับปรุง แก้ไขปัญหาภายในองค์กรเช่นกัน

โดยรายงานข่าวดังกล่าว   ระบุว่า   ในวันที่ 11 ม.ค.นี้  ทางกลุ่มสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจ กยท. จะมีการนัดกันแต่งชุดดำเพื่อขับไล่  พล.อ.ฉัตรชัย  สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ และนายเชาว์ ออกจากตำแหน่ง  เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมามีการบริหารงานผิดพลาดจนทำให้ราคายางตกต่ำ  ทำให้ภาพลักษณ์ของกยท.เป็นผู้ร้ายในสายตาเกษตรกรสวนยางทั้งประเทศ

และยังเป็นการเคลื่อนไหวคัดค้านไม่เห็นด้วย   กรณีที่นายเชาว์ไปเซ็นขายยางให้กับบริษัทชิโนเคม  ซึ่งสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจ กยท.  เห็นว่าเข้าข่ายเป็นการเอื้อให้กับตลาดเอกชน และกดราคาในประเทศ  ทำให้เป็นปัญหาต่อเกษตรกรโดยรวม  รวมทั้งเห็นว่าขณะที่รัฐบาลชุดนี้ไม่มีความจริงใจที่จะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ยาง ฯ ในการออกกฎระเบียบรองรับหน่วยงาน กยท.ที่ตั้งโดยการยุบรวม 3 หน่วยงานมาไว้ที่เดียวกัน คือ กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง  ,  องค์การสวนยาง  และสถาบันวิจัยยาง  จนทำให้การบรรจุลูกจ้างใน กยท.มีปัญหา  ไม่นับรวมการเกลี่ยบุคลากรจาก 3 หน่วยงานในตำแหน่งต่างๆ ที่ยังคงเกิดปัญหาต่อเนื่อง    ส่งผลให้การออกเงินเดือนยังมีความล่าช้าอย่างมาก

สำหรับการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ดังกล่าว  เป็นหน่วยงานที่ถูกจัดตั้งขึ้นตามพ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย  พ.ศ.2558    โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญตาม มาตรา  8  คือ

1.เป็นองค์กรกลางรับผิดชอบดูแลการบริหารจัดการยางพาราของประเทศทั้งระบบอย่างครบวงจร  บริหารจัดการเกี่ยวกับการเงินของกองทุน  ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางพารา
2.ส่งเสริม  สนับสนุน และจัดให้มีการศึกษา  วิเคราะห์  วิจัย  พัฒนา  และเผยแพร่ข้อมูล และสานสนเทศเกี่ยวกับยางพารา
3.ส่งเสริม  สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง  สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง  และผู้ประกอบกิจการยาง  ด้านวิชาการ  การเงิน  การผลิต การแปรรูป  การอุตสาหกรรม  การตลาด  การประกอบธุรกิจ   และการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้อง  เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
4.ดำเนินการให้ระดับราคายางพารามีเสถียรภาพ
5.ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทนและการปลูกใหม่

นอกจากนี้ กยท.ยังถูกกำหนดให้มีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา 9  อาทิเช่น 

1.การส่งเสริมและสนับสนุนการปรับปรุงคุณภาพของผลผลิตและระบบตลาดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง
2.ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา
3.ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยาง รวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อลงทุนดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรมเกี่ยวกับยางพาราตามที่คณะกรรมการกำหนด
4.ส่งเสริม สนับสนุน  และให้ความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตยางพาราและองค์การระหว่างประเทศเกี่ยวกับยางพารา
5.ส่งเสริมและจัดให้มีการพัฒนาบุคลากรและการบริหารจัดการเกี่ยวกับยางพารา
6.ดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกยท.ตามที่คณะกรรมการกำหนด

อย่างไรก็ตามกับสถานการณ์การเคลื่อนไหวชุมนุมของเกษตรชาวสวนยางพาราในหลายพื้นที่ภาคใต้ที่เริ่มต้นขึ้นแล้วและจะยังคงมีต่อเนื่องไปถึงสัปดาห์หน้า  ล่าสุด พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ได้พูดถึงความคืบหน้าเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นของภาครัฐตามบัญชาของพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี