- 11 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง www.tnews.co.th
ต้องจับตามองสถานการณ์ของเกษตรกรชาวสวนยางพาราอย่างใกล้ชิด ว่าจะมีการกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวเพื่อกดดันให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำอย่างไรสืบเนื่องจากราคายางพาราที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้กำลังตกต่ำอย่างถึงที่สุดแล้วนั่นเอง
ขณะเดียวกันรัฐบาลได้พยายามหาวิธีการเข้าไปช่วยเหลือโดยล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ 8 กระทรวง ดำเนินการเพื่อใช้จ่ายงบประมาณส่งให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติกล่าวว่า ขอให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ จัดส่งแผนการใช้ยางพาราภายในวันนี้ พร้อมแผนงานในอนาคตอีก 1 ปี 6 เดือนที่เหลือว่าจะทำอะไรบ้าง ซึ่งต้องทำเป็นแผนงานใหญ่เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้สอดคล้องกับการใช้งบประมาณ เพราะปัญหาราคายางพาราตกต่ำในขณะนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นต้องบูรณาการให้ได้ทั้งระบบทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง
ต้นทางคือการรับซื้อยางที่เข้าสู่กระบวนการผลิตของโรงงาน และโรงงานจะนำผลผลิตเหล่านั้นมาให้ทุกกระทรวงใช้งบประมาณในการจัดซื้อเพื่อนำไปใช้ในการสร้างสนามกีฬา ยางปูพื้นและอื่นๆ ซึ่งตนเองได้สั่งการไปแล้วและเตรียมที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาในวันพรุ่งนี้(12 ม.ค.) และพร้อมที่จะเริ่มดำเนินการทันที เพื่อให้การเกิดการขับเคลื่อนทั้งระบบอย่างแท้จริง
การดำเนินการทั้งหมดเพื่อให้ทุกหน่วยงานทราบว่าต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรและในปัญหาอีกหลายหลายอย่าง ซึ่งจะต้องเกิดความสมดุล เพราะรัฐบาลไม่สามารถที่จะดำเนินกิจการแก้ไขปัญหาเพียงอย่างเดียวยังมีปัญหาอื่นอีกที่รัฐบาลต้องดูแลและแก้ไขต่อไป ทั้งเรื่องการลงทุนและการใช้จ่ายประจำ
สำหรับ 8 กระทรวงที่ได้รับมอบหมายในการสำรวจความต้องการการใช้ยางพาราซึ่งประกอบด้วย
1.กระทรวงคมนาคม
2.กระทรวงมหาดไทย
3.กระทรวงศึกษาธิการ
4.กระทรวงสาธารณสุข
5.กระทรวงกลาโหม
6.กระทรวงอุตสาหกรรม
7.กระทรวงพาณิชย์
8.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สำหรับวันนี้มีความเคลื่อนไหว ของทั้ง 8 กระทรวงที่ได้รับมอบหมายในการสำรวจความต้องการการใช้ยางพารา
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าได้ข้อสรุปทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ17 แห่ง มีปริมาณใช้ยางในงบปกติปี59 ประมาณ 434 ตันยางแห้ง ในวงเงิน 1.26 พันล้านบาท
ในกิจกรรม6 ด้านเช่นทำแผ่นปูพื้นภายในสำนักงาน อาคาร ทำแผ่นรองพื้นคอกสัตว์ แผ่นรองบ่อน้ำ บ่อเลี้ยงปลาใหม่ ปรับปรุงผิวถนน ของกรมต่างๆ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมชลประทาน กรมหม่อนไหม กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานปฎิรูปที่ดิน
นอกจากนี้ ได้สำรวจปริมาณการใช้ยางไว้อีกส่วน จำนวน 2.5 หมื่นตันยางแห้ง วงเงิน 8.7 พันล้านบาท ซึ่งส่วนนี้จะขอใช้งบกลาง และในปี60 ยังมีปริมาณใช้ยาง 1.1 หมื่นตัน
ขณะเดียวกัน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าว ว่า ขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ และส่งไปให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งจะมีการนำยางพารามาใช้ในส่วนของการสร้างสนามเด็ก และสนามกีฬา เป็นต้น
ส่วน กระทรวงพาณิชย์ รายงานแจ้งว่ากำลังพิจารณาความเหมาะสม เพราะภารกิจของกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้เกี่ยวข้องการแปรรูปไปใช้ในเชิงอุตสหกรรมโดยจะใช้วิธีทางการตลาดด้วยช่องทางเจรจาการค้ากับประเทศต่าง ๆ ที่มีความต้องการยางพาราทั้งตลาดหลักและตลาดใหม่ โดยการประชุมทูตพาณิชย์ทั่วโลกช่วงกลางเดือนนี้ทางผู้บริหารกระทรวงจะมอบหมายให้ทูตพาณิชย์ช่วยกันหาตลาดขายยางราคาต่อไป
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์เตรียมแนวทางเพิ่มที่จะเป็นตัวกลางนำผลผลิตยางพาราที่แปรรูปแล้ว เช่น ที่นอนและหมอนผลิตจากยางพาราไปจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าที่มีอยู่ทั่วประเทศ โดยจะขอความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้าให้จัดมุมจำหน่ายสินค้าเหล่านี้และจะประสานไปยังกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ที่ผลิตสินค้าเกี่ยวข้องกับยางพาราโดยตรงมารับซื้อไปผลิตและออกแบบเป็นสินค้าชุมชน เพื่อขายตามสถานที่ต่าง ๆ
ขณะที่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยมีส่วนรับซื้อยางพาราน้อย แต่การดำเนินการครั้งนี้ของกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่เป็นการรับซื้อ แต่จะช่วยเสริมในลักษณะกิจกรรม หรือโครงการของกระทรวง มีโครงการที่ใช้ยางพาราแปรรูปบ้างหรือไม่ ไม่ใช่รับซื้อน้ำยางดิบ
ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรง โดยประสานงานกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ให้สำรวจจำนวนโรงงานอุตสาหกรรม ที่ใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบในการผลิต เช่น อุตสาหกรรมยางล้อ ยางยืด ถุงมือยาง
ขณะที่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี 12 ม.ค.นี้ กระทรวงคมนาคมจะรายงานผลการดำเนินการเกี่ยวกับการนำยางพารามาใช้ในการก่อสร้างและซ่อมบำรุงถนน ตามนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง
ขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างรวบรวมปริมาณการนำยางพารามาก่อสร้างถนนและซ่อมบำรุงถนนที่ชำรุดเสียหาย ตามข้อร้องเรียนของประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง(ทล.) และกรมทางหลวงชนบทในปี 2559 และจะพิจารณางานในปีงบประมาณ 2560-2561
และคงต้องติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ ว่าจะมีรายละเอียดที่ให้กระทรวงต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือในการจัดซื้อจนนำไปสู่การผลิตตั้งแต่ต้น น้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้พูดเอาไว้เมื่อไหร่อย่างไร
