- 11 ม.ค. 2559
"สนธิญาณ" เชื่อ!! "นายกฯ" ยังไม่ทูลเกล้าฯแต่งตั้ง "พระสังฆราช" เหตุยังขัดแย้งกันอยู่ - ชี้ "พุทธะอิสระ" เดินตามกม.ไม่ใช่ปมฮึ่ม "ธรรมยุติกนิกาย-มหานิกาย" - หวั่น "นปช." ฉวยโอกาสส้มหล่นเคลื่อนไหวหนัก -
"สนธิญาณ" เชื่อ!! "นายกฯ" ยังไม่ทูลเกล้าฯแต่งตั้ง "พระสังฆราช" เหตุยังขัดแย้งกันอยู่ - ชี้ "พุทธะอิสระ" เดินตามกม.ไม่ใช่ปมฮึ่ม "ธรรมยุติกนิกาย-มหานิกาย" - หวั่น "นปช." ฉวยโอกาสส้มหล่นเคลื่อนไหวหนัก - เตือน "ม็อบพระ" ขู่ลุยเป็นแสนทำศาสนาเสื่อม คนเมินตักบาตร - ชี้ "สนช." ผุดกมธ.เสริมสร้างสันติสุข เพ้อเจ้อ แนะทำเรื่องอื่นดีกว่า ??
รายการ "ยุคล ถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำคืนวันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2559 ออกอากาศทางช่องทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) และคุณบุญระดม จิตรดอน (เด้ง) โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
บุญระดม: สวัสดีค่ะขอต้อนรับผู้ชมเข้ามาในช่วงเวลาของรายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันนี้ วันจันทร์ที่ 11 ม.ค.59 วันนี้ดิฉัน "บุญระดม จิตรดอน" มาทำหน้าที่ถามตรง มาทำหน้าที่แทนคุณยุคล และก็พบกันกับคุณ "สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม" กันได้เลยนะคะ สวัสดีค่ะ
สนธิญาณ: สวัสดีครับท่านผู้ชม ก็พบกันทุกจันทร์นะครับ วันนี้หน้าตาอาจจะไม่ค่อยสดใสนัก และพูดไปอาจจะมีไอไป หรือมียาอมสลับไปบ้างก็ต้องกราบขออภัยนะครับ ไม่ค่อยสบาย ซุ่มเสียงก็คงจะฟ้องอยู่ แต่ว่าทุกอย่างเต็มที่เหมือนเดิม
บุญระดม: สำหรับคุณยุคลนะคะ วันนี้ที่ไม่ได้มาทำหน้าที่อยู่ตรงนี้เป็นเพราะว่า ลงพื้นที่ในภาคใต้ไปเกาะติดสถานการณ์ของยางพาราที่ตกต่ำกันอยู่ในช่วงนี้
สนธิญาณ: ความจริงถือเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งนะครับที่สำนักข่าวทีนิวส์จะต้องลงไปเกาะติดแล้วก็ติดตาม ประเด็นไหนสำคัญ ประเด็นไหนเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยนะครับ ทีนิวส์ไม่ปล่อยปละไม่ละเลย การลงไปเกาะข่าวที่ว่า ไม่ใช่แค่การไปถ่ายทอดสดหรือไปรายงานให้ทราบว่ามีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้น แต่คือการลงไปติดตามข้อเท็จจริงนะครับ แล้วก็ผมเรียนนะครับว่าเรื่องยางเป็นเรื่องใหญ่ ถึงต้องให้คุณยุคลลงไปด้วยตัวเอง ใหญ่อย่างไร ชาวสวนยางนะครับผู้ประกอบอาชีพยาง ทั้งชาวสวนแล้วก็คนที่รับจ้างตัด ซึ่งเรียนย้ำนะครับ คนที่ทำอาชีพยางจะเข้าใจ แต่พี่น้องคนไทยอีกเกือบ 50 กว่าล้านคน อาจจะไม่เข้าใจว่าผู้ที่ประกอบอาชีพรับจ้างตัดยางนั้นเนี่ย ไม่ได้รับจ้างตัดเป็นรายวัน แต่เกิดจากการแบ่งอัตราเปอร์เซ็นต์กัน เพราะฉะนั้นเนี่ยความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับคน 10 กว่าล้านคนเนี่ยนะครับ มันไม่ใช่สิ่งที่เราพูดว่าเค้าเดือดร้อนเพราะว่าราคายางของโลกมันตกต่ำ
ถ้าพูดแบบนั้นก็ไม่ต้องแก้ไขอะไรกันเลยนะครับ ถ้าไม่ต้องแก้ไขอะไรกันเลย แล้วอะไรจะเกิดขึ้นล่ะครับ หนึ่งผู้คนเหล่านี้ก็จะทนไม่ได้ สำคัญนะครับ 10 กว่าล้านคน เป็นรากฐานที่เป็นกำลังซื้่ออันสำคัญ เพราะฉะนั้นมันจะกระทบกับระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ความพยายามที่จะฟื้นฟูเอาเงินไปหว่าน ไปอัด ไปโยน ตรงนู้น ตรงนี้ ตรงนั้นเนี่ยนะครับ มันหว่านแล้วมันก็จะหายไป แต่ถ้าทำให้ราคายางมันขยับขึ้นมาบ้างนะครับ กำลังการซื้อของพี่น้องชาวสวนยาง และผู้ประกอบอาชีพยาง ทั้งผู้ประกอบการรับจ้างตัดและผู้ค้ารายย่อยต่างๆ ก็จะมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ทีนี้เนี่ยความสำคัญมันอยู่ตรงไหน ผมเรียนนะครับว่าในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลให้ความสนใจน้อยเกินไป กระทรวงเกษตรให้ความสนใจน้อยเกินไป อาจจะคิดว่าเป็นปัญหาจิ๊บจ๊อยนะครับ หรือต้องเรียนว่า คิดว่าโดยอำนาจของรัฐบาล คสช. ซึ่งห้ามคนชุมนุม ห้ามนู่นห้ามนี่ได้เนี่ยนะครับ ไม่จำเป็นที่จะต้องมาดูแลชาวสวนยาง เพราะความเป็นจริงก็คือแต่ละโลกมันตกต่ำ จะมาชุมนุมทำไม
บุญระดม: ก็เหมือนกับที่ท่านนายกพูดช่วงก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะออกมาประกาศล่าสุดว่าจะรับซื้อยางแล้ว แต่ว่าก่อนหน้านี้ก็จะบอกเลยว่าชุมนุมก็ชุมนุมกันไป ยังไงก็จะไม่ทำตามที่ชาวเกษตรเรียกร้อง
สนธิญาณ: ผมเรียนเลยว่ากระทรวงเกษตรเอาใจใส่น้อย โชคดีนะครับ ที่วันนี้ท่านนายกมาพูดชัดเจน ว่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหายางทั้งระบบ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ได้จำแนกแจกแจงมา และจะเอาเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้นะครับ ทำไมที่ผมบอกว่าโชคดี ปล่อยไปอีกหน่อยนึงเนี่ยนะครับ ยืนยันได้เลยในฐานะที่ญาติพี่น้องทำยางอยู่เยอะเนี่ยนะครับ อย่าคิดว่าแน่ คสช. ไม่ได้ท้าทาย แล้วผมก็ไม่ไปท้าทายเพราะว่าไปเข้าข้างพี่น้องชาวสวนยางหรอกครับ ที่ผมเรียนว่าอย่าคิดว่าแน่ เพราะผมย้ำเสมอว่า คสช. และท่านนายกอยู่ได้ เพราะประชาชนและมวลชนสนับสนุน เห็นถึงความตั้งใจดีที่ท่านเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศ เพราะฉะนั้นผมเรียนย้ำว่าแล้วมวลชนส่วนไหนล่ะครับที่สนับสนุนท่านนายก มวลชนส่วนใหญ่ก็คือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง คนใต้ทิ้งสวนยาง ไม่ตัดยางนะครับ ขึ้นมาต่อต้านระบอบทักษิณ เรียกร้องให้ทหารเข้ามาแก้ไขจัดการปัญหาบ้านเมือง คนเหล่านี้ทั้งนั้น การที่ปล่อยปละละเลยในช่วงที่ผ่านมาเหมือนกับปล่อนมิตร ละเลยมิตรนะครับ คือรัฐบาลต้องดูแล ดูแลต้องมีวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็เหมือนกับที่ท่านนายกมาพูดวันนี้ ทำไมไม่พูดแบบนี้เมื่อ 3 เดือนก่อน
ผมเรียนแบบนี้ สองเนี่ยถ้าคนที่เคยเป็นมิตรกลับไปยืนอยู่อีกข้างหนึ่งเพราะความเดือดร้อน ม็อบนี้ไม่ใช่ม็อบการเมือง แต่การเมืองจะเข้าผสมทันที ผสมก็เพราะว่าบรรดา สส. ที่มีอยู่ในพื้นที่ปลูกยางคุณบุญระดม ไม่ออกมาทำอะไรเนี่ยนะ ชาวบ้านจะกาหัว ผมเรียนเลยระดับลุงกำนันซึ่งเคยเป็นขวัญใจของพี่น้องประชาชน เจอเรื่องยางยังต้องออกมา ต่อให้เกรงใจท่านนายกขนาดไหนเนี่ย เพราะกระแสเสียงของพี่น้องชาวสวนยางมันแรงขึ้นจากความเดือดร้อนนะครับ เพราะฉะนั้นจากมิตรกลายมาเป็นศัตรู กลายเมืองที่ไม่เข้ามาแทรกก็จำเป็น เพราะถ้าไม่เข้ามานำไม่เข้ามาสนับสนุน เสร็จแน่ บวกกับฝ่ายที่ไม่ชอบ โหมกระหน่ำกันเข้าไป ท่านยังไม่เคยเจอม็อบหรอก ท่านใช้อำนาจจัดการได้สำหรับม็อบกวนเมือง ม็อบที่ต้องการล้มรัฐบาล แต่ม็อบเดือดร้อนท่านใช้ไม่ได้หรอกครับ ถ้าใช้แล้วเนี่ยมันจะลุกเป็นไฟ แล้วท้ายสุดท่านใช้อาวุธมาปราบไม่ได้หรอก นี่เป็นการเรียนด้วยความรักและเคารพ และเป็นการขอบพระคุณท่านนายก พลเอกประยุทธ์นะครับ ที่โดดลงมาดูเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ไม่ปล่อยให้กระทรวงเกษตรดำเนินการไปโดยไร้ความรับผิดชอบ
บุญระดม: ท่านนายกเองก็ดูท่าทีเนี่ยนะคะค่อนข้างจะเครียดเลยทีเดียวนะคะ ไม่ค่อยจะเห็นท่าทีของท่านนายกเครียดมาพักใหญ่แล้ว
สนธิญาณ: ถูก เรื่องนี้แรง คุณบุญระดมทำงานอยู่ที่ทำเนียบใกล้ชิดเนี่ยจะสังเกตได้ ผมก็เชื่ออีก อวยกันเนี่ยนะครับ ที่ต่อว่าต่อขานก็ต่อว่าต่อขานกันไป แต่ที่บอกต้องอวยกันเนี่ย ผมเชื่อว่าถ้าโดดลงมาเองไปได้ ทำไมไปได้ล่ะครับ เค้าเพียงต้องการให้รู้ว่า พวก 5 เสือ ที่กิน ที่เอารัดเอาเปรียบ พวกพ่อค้ายางเนี่ยนะครับ ไม่ได้เกี่ยวว่ายางราคาต่ำราคาสูง แต่กินส่วนต่าง ดูดเลือดดูดเนื้อชาวสวนยางไปตลอดมานะครับ อันนี้ชัดเจน สองคุณจะต้องคิดว่าปริมาณยางที่ส่งออก กับปริมาณยางในประเทศ มันจะทำยังไง วิเคราะห์ ขยับขึ้นมา 5 บาท 10 บาท ถ้าเอาทุกสิ่งทุกอย่างมาตั้งบนโต๊ะ เชิญตัวแทนชาวสวนยางทุกภาคส่วนมานั่งแลกเปลี่ยนกันอย่างจริงจัง ให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลและเม็ดเงินที่มี ชาวบ้านเค้ารับครับ เพราะเค้ารัก คสช. และรักท่านนายกอยู่แล้ว นี่เป็นความจริง
บุญระดม: วันพรุ่งนี้คงจะได้ทราบนะคะ ความชัดเจนในแนวทางการแก้ไขปัญหา ทีนี้เรามากันที่เรื่องการตั้งสมเด็จพระสังฆราช นี่ก็จะเป็นปัญหาอีกปัญหาหนึ่งซึ่งจัดได้ว่าเป็นประเด็นที่ค่อนข้างจะละเอียดอ่อนเลยทีเดียว
สนธิญาณ: ร้อน ของร้อน ที่เป็นประเด็นวันนี้เนี่ยนะครับ ผมเรียนนะครับวันนี้ประเทศไทย น่าเศร้าจริงๆ
บุญระดม: ปัญหาเต็มไปหมด
สนธิญาณ: เรื่องพระพุทธศาสนาเนี่ย หลักของพระพุทธศาสนาเนี่ย มันเป็นหลักในการที่จะสอนให้คนก้าวพ้นออกจากความทุกข์นะครับ ทั้งทุกข์อันเป็นสัจจะ และทุกข์ทางโลกที่เราเผชิญอยู่ ทุกข์อันเป็นสัจจะก็คือ ก้าวข้ามพ้นจาก วะตะ สงสาร ทีนี้พระพุทธศาสนาเอง วันนี้เนี่ยเหมือนกับเกิดอาการมัวหมองขึ้น จากการจัดตั้งสมเด็จพระสังฆราช ก็เพราะว่ามีการเตรียมการเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายหนุ่มกับฝ่ายที่เป็น...
บุญระดม: ฝ่ายต่อต้าน
สนธิญาณ: ทั้งฝ่ายหนุนและฝ่ายต่อต้านต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง แต่มันก็เป็นประเด็นอันชวนให้คิดเป็นอย่างยิ่งว่า ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น นั่นแสดงว่ามันต้องมีประเด็นและปมปัญหาที่หยั่งรากอยู่ในสังคมไทย และหยั่งรากอยู่ในองค์กรพระพุทธศาสนา ไม่หยั่งลงมาที่พระสงฆ์หรอกครับ พระสงฆ์สุปฏิปันโนที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็ไม่มีคำถามจากชาวบ้าน ไม่มีคำถามจากประชาชน แต่ตราบใดที่พระสงฆ์ถูกทำให้ประชาชนต้องตั้งคำถาม นั่นแสดงว่ามีปมปัญหาแล้ว ทีนี้วันนี้นะครับเปิดหน้าเล่นกันหมดแล้ว วันนี้ที่ต้องหยิบยกเรื่องนี้มาพูดกันเนี่ยนะครับ เพราะเปิดหน้าเล่นกันแล้ว ความหมายคือฝ่ายคัดค้านเปิดหน้าเต็มที่ ฝ่ายสนับสนุน
บุญระดม: ก็เปิดหน้าเปิดตัวตน
สนธิญาณ: เปิดหน้าเปิดตัวตนมาเต็มที่ คนชี้ขาดใครล่ะ
บุญระดม: ท่านนายก
สนธิญาณ: ถูกต้องครับ ท่านนากยกนะครับ ไม่ใช่มหาเถรสมาคม ทีนี้พอคนชี้ขาดอยู่ที่ท่านนายก ก็แสดงว่าทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายสนับสนุน หอกทั้งสองข้างก็ต้องพุ่งตรงมาที่
บุญระดม: นายกรัฐมนตรี
สนธิญาณ: พล.อ.ประยุทธ์ นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องแบกรับภาระปัญหานี้ ทีนี้ต้องถามท่านสิ ว่าท่านคิดเห็นอย่างไร อันนี้ก็ต้องมาตีความกัน เรามาดูข้อเท็จจริงกันว่า นายกคิดอย่างไร นายกพูดเรื่องนี้มาสองครั้งนะ
บุญระดม: ใช่ค่ะ คือวันแรกก็หลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวได้สอบถามท่านนายกเนี่ยนะคะ ท่านนายกก็ตอบคำถามที่มีการสอบถามท่านนายกออกมาค่ะ จากทางคุณไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะปฏิรูปแนวทางแล้วก็มาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ของสภาปฏิรูปแห่งชาติเนี่ยนะคะ ที่ยื่นหนังสือถึงทาง สนช. ให้ชะลอการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่นะคะ เรื่องนี้ท่านนายกก็บอกเลยค่ะว่า ก็เดี๋ยวจะต้องดูสถานการณ์ กฎหมาย ดูความเหมาะสม ถ้ายังมีปัญหามีความขัดแย้งกันอยู่ ก็ต้องทำให้คลี่คลายให้ได้ลงก่อน
สนธิญาณ: ต้องฟังเสียงยืนยัน เพราะความหมายของคำว่าขัดแย้งทำให้คลี่คลายลงก่อนเนี่ย อันนี้มีนัยยะ
บุญระดม: ค่ะ ไปฟังเสียงกันเลยค่ะ
บุญระดม: เอาล่ะค่ะ นั่นเป็นเสียงของท่านนายก
สนธิญาณ: แก้กันให้ได้ ถ้าแก้ไม่ได้ ก็เสนอไม่ได้ นั่นวันที่ 7
บุญระดม: อันนี้ล่าสุดเนี่ยนะคะ ที่นายกพึ่งให้สัมภาษณ์
สนธิญาณ: วันนี้ใช่มั้ย
บุญระดม: ใช่ค่ะ
สนธิญาณ: ความหมายที่บอกว่าแก้กันให้ได้ ถ้าแก้ไม่ได้ ก็เสนอไม่ได้เนี่ย มันก็มีเสียงออกมาว่า พูดแบบนี้เนี่ยแสดงว่าไม่อยากเสนอดิ มีคนช่วยตีความ อ.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่าการตั้งสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ใหม่ ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร ส่วนการที่มีการวิพากษ์วิจารณ์คำพูดนายกเหมือนกับว่าไปเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้น ความจริงไม่ใช่เลย แต่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเมื่อมีใครถามก็ต้องตอบอย่างนี้ จนถึงขนาดนี้ยังไม่มีการส่งรายชื่อรัฐบาลมาแต่อย่างใด อันนี้ตีความว่าไม่เกี่ยวนะ ถ้าส่งชื่อมาก็อาจจะเสนอก็ได้ ถูกมั้ย บอกว่าอย่าไปตีความว่าเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เข้าใจความหมายมั้ย
บุญระดม: คือยังไม่เริ่มต้นกระบวนการ
สนธิญาณ: นั่นคือสิ่งที่ อ.วิษณุ พูด แต่นายกเนี่ยผมว่าพูดชัด เสียงเมื่อกี้พูดชัด
บุญระดม: เพราะพูดย้ำมา 2 ครั้งแล้ว
สนธิญาณ: ตั้งแต่วันที่ 7 แล้วก็มาพูดวันที่ 11
บุญระดม: ก็เหมือนว่าจะต้องเคลียร์ปัญหาต่างๆ ให้ยุติซะก่อน
สนธิญาณ: ถูกต้อง ให้เคลียร์ปัญหา แต่นี่ อ.วิษณุ จะให้มาตีความเอาเองหรือไม่ ก็น่าสนใจอยู่ และยังมีการส่งสัญญาณอาจจะไปถึงหลวงปู่พุทธอิสระด้วย บอกว่ายังไงนะ
บุญระดม: หากขอร้องได้ ถ้าเค้าฟังนะ ก็อยากขอร้องกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวว่าอย่าทำอะไรจนกลายเป็นความขัดแย้ง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตอนนี้เนี่ยหนักถึงขนาดใช้คำหยาบคายกันแล้ว และสุดท้ายหากท่านเป็นขึ้นมาจริงๆ แล้วจะวางหน้ากันอย่างไร ดังนั้นต้องระมัดระวัง ปัญหาเรื่องของยางพารา เรื่องน้ำยังไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่มาขัดแย้งกันเรื่องพระมันคงไม่สวยงามสำหรับประเทศไทย ดังนั้นทางอ.วิษณุก็บอกว่า ยืนยันว่าถึงอย่างไรรัฐบาลก็คงต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และต้องปรึกษาหารือกับทางคณะสงฆ์ แต่จะบอกกับประชาชนแค่ไหนอย่างไร มันมีข้อที่ต้องระวังเหมือนกัน
สนธิญาณ: คือมีปากอ่ะผมว่าพูดไปเรื่อย อ.วิษณุ เนี่ย
บุญระดม: ขนาดนั้น
สนธิญาณ: อ้าว เรื่องจริง ตั้งแต่กี่เรื่องมาแล้ว คิดว่าตัวเองเป็นนักกฎหมาย บอกเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน คือการสถาปนาตำแหน่งอยู่บนความเชื่อถือศรัทธา การที่จะมาคุ้ยแคะอะไรกันก่อนที่จะกระทบศรัทธาของอีกฝ่าย จนเป็นชนวนขัดแย้งก็ต้องระวัง เพราะวันหนึ่งทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่พยายามออกแรงกันอยู่ก็จะเกิดปัญหา ซึ่งการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชนั้น อาศัยทั้งกฎหมายและโบราณประเพณี ความหมายแบบนี้ก็แปลว่าพวกที่มาคุ้ยแคะเนี่ย เป็นพวกที่ไม่ได้ความ ผมเรียนแบบนี้เนี่ยผมไม่ได้ไปเข้าข้างหลวงปู่พุทธอิสระ
แต่ในฐานะที่ทีนิวส์เนี่ย นำเสนอข่าวสารมาเนี่ย มันมีคำถามนะครับที่ อ.วิษณุ ต้องตอบเหมือนกัน ว่าทำไมการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชมากี่พระองค์ ในรัฐสมัยนี้ ไม่เคยมีปัญหา ทำไมถึงมามีปัญหาครั้งนี้ มันมีปัญหาเนี่ยนะ ถ้าจะบอกว่าเป็นการต่อสู้ระหว่าง ธรรมยุต กับ มหานิกาย ไม่ใช่ แต่มันมีเพราะเรื่องของศาสนา คนที่อยู่ในวงการพระเข้าไปยุ่งกับการเมือง จะฝั่งไหนก็ตามแต่ จะบอกหลวงปู่พุทธอิสระก็เข้ามายุ่ง ฟากฝั่งวัดพระธรรมกายก็เข้ามายุ่ง ก็มาดู และในการเข้ามายุ่งนั้นต้องดูด้วยว่า อะไรเป็นปัญหารากฐาน พื้นฐาน และอะไรเป็นชนวนที่จะนำพาไปสู่ความเสียหายของบ้านเมือง ผมเรียนนะครับ วันนี้เนี่ยดูเหมือนว่า นปช. ออกมา ทำให้ดูเหมือนว่าถ้าไม่ตั้งสมเด็จพระสังฆราชจะมีปัญหานะ แต่ผมว่า นปช. อาจจะไม่อยากให้ตั้งก็ได้นะ
บุญระดม: เพราะ
สนธิญาณ: เพราะอะไรหรือครับ เดี๋ยวช่วงต่อไปเนี่ยมาติดตาม บางอย่างเนี่ยนะมันซับซ้อน
บุญระดม: ขนาดว่าคุณจตุพรเนี่ย พูดเอาไว้เลยหรอคะว่า ถ้าหากว่าไม่มีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช แล้วก็ให้รอดูมีปัญหาแน่ๆ
สนธิญาณ: สิ่งที่ นปช. เค้ารออยู่คืออะไร อ้าว หมดเวลาช่วงแรก เค้ารออะไรเดี๋ยวมาตามช่วงต่อไป
บุญระดม: ค่ะ ช่วงนี้เราพักกันก่อนซักครู่นึงค่ะ (พักช่วง) กลับเข้ามาในช่วงที่สองนะคะ ช่วงนี้คุณสนธิญาณต้องมาฟันธงตอบในประเด็นที่ทิ้งค้างเอาไว้เกี่ยวกับกรณีความเคลื่อนไหวของนปช. พรรคเพื่อไทย และพุทธะอิสระ
สนธิญาณ : ต้องว่าข้อมูลทั้งสองข้าง ต้องเรียนท่านผู้ชมแบบนี้นะครับ ประเด็นที่ท่านนายกพูดมีนัยยะสำคัญเป็นแบบนี้ครับ การที่จะตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ขึ้น สมเด็จพระสังฆราชเป็นประมุขของฝ่ายสงฆ์ เพราะฉะนั้นการตั้งไม่ควรจะมีคำครหานินทา
บุญระดม : ไม่ควรมีมลทิน
สนธิญาณ : คือมีไม่มีเราไม่รู้ แต่อาจจะบอกว่าผิดแล้วแต่ในทางพระเราเรียกว่าโลกะวัชชะ คือเป็นเรื่องติเตียนที่เข้ามาเกี่ยวข้องและมีความหมายนัยยะแบบนั้น ถ้าเกิดตั้งพระสังฆราชขึ้นไปและมีคนจำนวนหนึ่งมีข้อสงสัยขึ้นก็ไม่งามสำหรับประเทศแล้ว ที่ผมบอกว่าน่าเศร้าใจเพราะว่าอยู่ ๆ สมเด็จพระสังฆราชซึ่งควรจะเป็นที่ยอมรับของผู้คนทั้งประเทศ ซึ่งถ้าอยู่ในกรอบการปฏิบัติเหมือนองค์สมเด็จพระสังฆราชที่ผ่านมาชัดเจนทำไมไม่มีคำถามพระท่านอยู่ในพระธรรมวินัย อยู่ด้วยความสมถะแม้จะอยู่วัดกลางกรุงวัดหลวงวัดบวรฯ แต่อยู่ภายใต้กฎอันสำคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะสมณะในฐานะพระคือธุดงค์วัดชัดเจนแน่นอน ทีนี้มาถึงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ท่านจะมีข้อสงสัยหรือไม่ก็ต้องมาดูกัน ผมเรียนนะครับว่าสิ่งที่อาจารย์วิษณุพูดคือมีปากก็สักแต่พูดนี่ผมก็ว่าท่านแรงไป คือท่านอาจจะไปถามท่านนายกก่อน ท่านอาจจะมาอธิบายแทนท่านนายก ว่าพูดไม่มีนัยยะอะไรมีนัยยะสิ ให้ไปแก้ไขให้เสร็จก่อน อย่าให้มีความขัดแย้งเพราะท่านนายกเห็นว่าถ้าตั้งสมเด็จพระสังฆราชตั้งพระสมเด็จองค์ใดองค์หนึ่งแล้วมาเป็นสมเด็จพระสังฆราชแล้วมีข้อถกเถียงจากบ้านเมืองจะอยู่อย่างไร อย่าลืมนะครับการจะตั้งสมเด็จพระสังฆราชจะต้องเป็นพระบรมราชโองการท้ายที่สุดอยู่ตรงนี้ครับท่านอาจารย์วิษณุ ทีนี้เราต้องมาดูว่าประเด็นปัญหาที่เป็นอยู่ที่บอกว่าปัญหาที่ว่ากันไม่ใช่เรื่องที่หลวงปู่พุทธะอิสระท่านอยากจะไปคัดค้านเพราะท่านไม่ชอบประเด็นเป็นแบบนั้นหรือครับผมว่ามาดูกันครับว่าเนื้อหาของเฟซบุ๊กหลวงปู่พุทธะอิสระวันนี้ท่านเคลื่อนไหวไปพบกับทางหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ซึ่งกลายเป็นว่าหม่อมหลวงปนัดดาเอาชื่อไปยื่น 300,000 ชื่อ
บุญระดม : เพื่อคัดค้านการตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่โดยหลวงปู่พุทธะอิสระว่าการตั้งสมเด็จช่วงเจ้าอาวาสวัดปากน้ำเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่เป็นสิ่งที่ต้องพึงกระทำเนื่องจากว่าเป็นบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ทางพระธรรมวินัยด้วยพฤติกรรมที่ไปข้องเกี่ยวกับพระธัมมชโยวัดธรรมกาย ผู้ที่มีทุจริตติดตัวมีการเอื้อประโยชน์ช่วยเหลือกันมาช้านาน จนนี้เองทำให้ทุกคนเล็งไปที่สมเด็จช่วงปฏิบัติกับทางพระธัมมชโยเช่นนี้ทำให้พวกเราต้องออกมาเคลื่อนไหวว่าไม่ให้ผู้ที่ไม่มีความเหมาะสมได้รับการแต่งตั้งเป็นสมเด็จพระสังฆราชพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเอาผิดพระธัมมชโยในคดีทุจริตอีกด้วย ซึ่งครั้งนี้จะเป็นการยื่นหนังสือครั้งสุดท้ายแล้ว หลังจากตลอด 2 ปีที่ผ่านมาทำมาอย่างต่อเนื่องแต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแล
สนธิญาณ : ผมอยากจะบอกหลวงปู่อย่างนี้ 300,000 รายชื่อที่ระดมกันจริง ๆ สู้ฝั่งวัดพระธรรมกายไม่ได้หรอกครับ ผมเรียนจริง ๆ เพราะฉะนั้นหลักอันเป็นสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่ 300,000 ชื่อ แต่อยู่ที่เนื้อหาที่หลวงปู่โพสต์ในเฟซบุ๊กต่างหาก วันนี้หลวงปู่พุทธะอิสระได้โพสต์ข้อความผมอยากให้ได้พิจารณาดูแฟนข่าวท่านผู้ชม หลวงปู่บอกว่าเลี้ยงไข้มา 2 ปี เพื่อจะรอวันนี้ ระอะไรเดี๋ยวผมจะแปลให้ฟัง
บุญระดม : "วันนี้คือวันที่ DSI ลงมติว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงใช้พระอำนาจวินิจฉัยลงโทษธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายต้องอาบัติปาราชิกด้วยข้อหายักยอกทรัพย์และอวดอุตริมนุสธรรมตั้งแต่ปี ๔๒ นั้น DSI สืบสวนสอบสวนแล้ว มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า ทรงวินิจฉัยชอบด้วยหลักพระธรรมวินัยและกฎหมายปกครองคณะสงฆ์ DSI จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ส่งเรื่องให้สำนักนายก สำนักพุทธ และมหาเถรสมาคม เร่งดำเนินการให้เป็นไปตามพระบัญชา พระวินิจฉัย"
สนธิญาณ : นี่ล่ะครับผมเรียนย้ำว่าสิ่งที่เป็นเนื้อหาสาระตรงนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องที่อาจารย์วิษณุเองต้องเอามาพิจารณาและศึกษาด้วยไม่ใช่อยู่ ๆ ใครถามนักข่าวถามก็รีบตอบแปลความว่าอย่ามาขัดแย้งอย่ามาคัดค้าน ไม่ได้เป็นแบบนั้นครับ สิ่งที่หลวงปู่พุทธะอิสระนำเสนอเป็นสิ่งที่รัฐบาลเองต้องมาวินิจฉัยเพราะอยู่ในอำนาจของรัฐบาล สิ่งที่ต้องวินิจฉัยก็คือหลวงปู่พุทธะอิสระยกเรื่อง DSI มาพูดแสดงว่าตอนนี้ DSI กำลังดำเนินการในเรื่องขั้นตอนทางกฎหมายเรื่องพระวินิจฉัยของสมเด็จพระญาณสังวร พระสมเด็จพระสังฆราช ใช่หรือไม่ ถ้าใช่เป็นไปตามที่หลวงปู่พุทธะอิสระว่าหรือเปล่า หลวงปู่พุทธะอิสระกำลังเอาความเท็จมากล่าวหรือว่า DSI กำลังทำแบบนี้จริง ๆ นี่คือเรื่องที่รัฐบาลจะต้องมาดู ความจริงรัฐบาลดูอยู่แล้วรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมดูอยู่แล้ว แต่ผมเรียนอาจารย์วิษณุกลับว่าอย่ามาตอบง่าย ๆ เรื่องที่ละเอียดอ่อนต้องศึกษาเสียก่อน ประเด็นเป็นแบบนี้ครับเพราะถ้า DSI เปรียบเทียบข้อกฎหมายแล้วเห็นว่าพระอำนาจวินิจฉัยลงโทษพระธัมมชโยเป็นคำสั่งทางกฎหมายแสดงว่าวันนี้พระธัมมชโยไม่ได้มีความเป็นพระแล้วในพระวินิจฉัย 5 ฉบับ สมเด็จพระสังฆราชบอกว่าต้องอาบัติปาราชิกแล้ว แสดงว่าพระธัมมชโยไม่ได้มีความเป็นพระแล้วเป็นสาระสำคัญที่หลวงปู่พุทธะอิสระบอกว่าท่านรอมา 2 ปี เรื่องแรกก็คือเมื่อพระธัมมชโยจะขาดจากความเป็นพระผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการสึก ผมไม่ได้บอกนะครับว่าสึกหรือไม่สึกผมว่าตามข่าวที่หลวงปู่พุทธะอิสระว่าจะต้องดำเนินการสึกเพราะคำพระวินิจฉัยของสมเด็จพระสังฆราชเป็นกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามดำเนินไปตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม ดังนั้นหากใครไม่ดำเนินการสึก ใครในทีนี้หมายถึงเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด จนมาถึงมหาเถรสมาคมแสดงว่าละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิดมาตรา157 ท่านผู้ชมแฟนข่าวทีนิวส์อย่าเพิ่งงงนะครับพระเป็นเจ้าหน้าที่รัฐด้วยครับ มีสิทธิ์ที่จะทำผิดมาตรา157 เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่จะหลวงปู่พุทธะอิสระว่า
บุญระดม : ซึ่งหลวงปู่ก็พูดด้วยว่า หลังจากนี้เป็นต้นไปจะเริ่มดำเนินการฟ้องร้อง
สนธิญาณ : ไปด้านกฎหมายแล้ว
บุญระดม : ทั้งทางแพ่งและอาญา งานที่เคยยื่นหนังสือให้เร่งดำเนินการเกี่ยวกับความผิดของธัมมชโยที่เพิกเฉย เห็นบอกว่าในสัปดาห์หน้าจะเริ่มดำเนินการ
สนธิญาณ : ดูต่อครับและไม่ใช่หลวงปู่พุทธะอิสระจะเอาเรื่องมาตรา 112 มาเที่ยวอ้างหรือทำร้ายนะครับ ทำไมจะเอาเรื่องมาตรา112 มาดำเนินการกับมหาเถรสมาคมด้วยมาจากประเด็นนี้ ประเด็นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2554 มหาเถรสมาคมได้เสนอเลื่อนสมณศักดิ์พระธัมมชโยในฐานะเดิมในสมณะศักดิ์เดิม พระราชภาวนาวิสุทธิ์ขึ้นเป็นพระเทพญาณมุนี ภาษาชาวบ้านก็เลื่อนจากเจ้าคุณชั้นราช เป็นเจ้าคุณชั้นเทพ หลวงปู่พุทธะอิสระบอกว่าผิดมาตรา112 ผิดอย่างไรครับก็เมื่อพระวินิจฉัยของสมเด็จพระสังฆราชว่าพระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิก
บุญระดม : ผิดกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม
สนธิญาณ : ขาดจากความเป็นพระแล้วมหาเถรสมาคมบอกว่าไม่ผิด ผิด157แล้วยังมาฝืนเอาเรื่องนี้ขึ้นทูลเกล้าฯอีกกลายเป็นเรื่องความผิดความเท็จเห็นไหมครับผมเรียนนะครับนี่คือไม้ตายที่หลวงปู่พุทธะอิสระเตรียมเอาไว้ซึ่งไม่ใช่เตรียมเรื่องม็อบเรื่องจำนวนคน ฉะนั้นผมกราบเรียนหลวงปู่ว่าอย่าได้ไปสนใจ 300,000 รายชื่อ ถ้าจัดม็อบมาอีกฝั่งเขาจัดได้มากกว่าผมพูดเรื่องจริงนะครับเว้นแต่ว่าออกมาแบบ กปปส. นั่นก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ ทำไมถึงต้องเรียนแบบนี้ก็ต้องมาดูว่า ณ เวลานี้อีกฟากฝั่งหนึ่งเป็นอย่างไร รู้จักพระเมธีธรรมาจารย์ไหมครับ พระเมธีธรรมาจารย์จะเป็นใครนี่เป็นท่านเจ้าคุณแล้วเหมือนกันครับ คือพระจะเรียงสมณศักดิ์แบบนี้ เป็นพระครู จากพระครูเป็นพระ จากพระเป็น พระราช พระเทพ พระธรรม แล้วเป็นรองสมเด็จไป ทีนี้พระเมธีธรรมาจารย์ท่านมีบทบาทต้องเรียกว่าเป็นอีกขั้วหนึ่งกับหลวงปู่พุทธะอิสระ หลวงปู่พุทธะอิสระชัดเจนเป็นแกนนำ กปปส. มีสมญานามว่าพญาราชสีห์แห่งแจ้งวัฒนะ เป็นแบบนั้นจริง ๆ อีกฝั่งหนึ่งก็พระเมธีธรรมาจารย์ ก็มีความสนิทสนมกับทางฟากฝั่ง นปช. และคนเสื้อแดง เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นแบบนี้ก็ต้องมาดูว่าพระเมธีธรรมาจารย์ซึ่งฟากฝั่งสนิทกับคนเสื้อแดง มีภาพการไปเปิด PeaceTV และอีกครั้งที่เป็นภาพท่านนั่งอยู่กับคุณทักษิณ วันนี้พระเมธีธรรมาจารย์บอกว่านายกพูดแบบนี้เหมือนกับขานรับกลุ่มคัดค้านหรือเปล่า เพราะรับลูกกันเหมือนวงซิมโฟนีออร์เคสตรา บ่งบอกสัญญาณบางอย่างหรือไม่ คำว่ารับลูกกันแปลว่าจากการให้สัมภาษณ์ท่านนายกคือจัดการให้เรียบร้อยก่อน เมื่อบอกว่าจัดการให้เรียบร้อยการแสดงว่าไม่เรียบร้อยก็ยังตั้งไม่ได้ พระเมธีธรรมาจารย์ก็บอกว่าจากต้องดูว่าอำนาจของศาสนจักรกับอาญาจักรต่างไม่ก้าวก่ายกัน จะตรวจสอบแบบอธิบดีแบบปลัดกระทรวงแบบเดียวกันหรือไม่ ก็ต้องวัดใจรัฐบาลว่าจะเต้นตามกลุ่มกดดันหรือยืนอยู่ข้างพระสงฆ์ทั้งประเทศ ถ้ายืนอยู่ข้างพระสงฆ์ทั้งประเทศก็ขออนุโมทนา แต่ถ้ายืนอยู่ทางกดดันก็คงได้เห็นจีวรพระเหลืองอร่ามกลางกรุงเทพฯแน่นอน นี่เห็นไหมครับพระเมธีธรรมาจารย์
บุญระดม : ก็คือจะมีม็อบพระ
สนธิญาณ : ท่านก็ว่าแบบนั้นและผมเรียนนะครับถ้าจะมีม็อบพระฟากฝั่งนี้ทำได้แน่นอนเห็นจากปรากฏการณ์ที่วัดพระธรรมกายระดมพระมานะครับเป็นหมื่นมาตักบาตรให้เห็น ระดมมาชุมนุมเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย ผมถึงเรียนกราบหลวงปู่พุทธะอิสระว่าวันนี้เนื้อหาที่ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กชัดเจนแล้วไม่ต้องอาศัยชื่อ ไม่ต้องอาศัยมวลชนแล้วเดินไปตามขั้นตอนกฎหมายถูกต้องเพราะนี่ไม่ใช่เป็นการมาขัดแย้งมายุแยงหรือทำอะไรตามที่อาจารย์วิษณุว่า เรียนย้ำนะครับว่าการที่อาจารย์วิษณุออกมาพูดและให้น้ำหนักน้ำเสียงไปทางหลวงปู่พุทธะอิสระว่าอย่ามาเคลื่อนไหวผมว่าต้องมาพิจารณาให้ชัดเจนว่าสิ่งที่หลวงปู่พุทธะอิสระนำเสนอในหัวข้อกฎหมายที่ชัดเจนที่สุด ไปดูตามเข้าไปอ่านเฟซบุ๊กของหลวงปู่ได้ นี่ชัดเจนครับเพราะฉะนั้นก็แสดงว่าอีกฝั่งหนึ่งนายกบอกว่าถ้ายังไม่เรียบร้อยอย่าตั้ง ที่ไม่เรียบร้อยจริง ๆ คือเรื่องกฎหมายแล้วผู้คนจำนวนหนึ่งก็คัดค้านอยู่แล้วกระแสคัดค้านอยู่ มาขู่แล้ว จตุพรก็ถามนะครับ
บุญระดม : นี่ล่ะค่ะรอคำตอบของคุณสนธิญาณ
สนธิญาณ : ถ้ารอคำตอบต้องไปช่วงหน้า
บุญระดม : เอาล่ะค่ะเราต้องพักอีกสักครู่หนึ่งเพราะคุณสนธิญาณพร้อมตอบช่วงสุดท้ายช่วงนี้พักสักครู่ค่ะ (พักช่วง) กลับเข้ามาในช่วงสุดท้าย คุณสนธิญาณจะเฉลยแล้วหรือยังคะ
สนธิญาณ : วันนี้คุณจตุพรว่าอย่างนี้ครับเรื่องการตั้งสมเด็จพระสังฆราช คุณจตุพรบอกว่า "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ต้องแสดงจุดยืนกรณีแต่งตั้งพระสังฆราชองค์ใหม่ว่า จะยึดตามกฎหมายคณะสงฆ์ หรือเลือกเชื่อพระพุทธะอิสระ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของแกนนำ คสช. นายจตุพรกล่าวว่า คณะสงฆ์ในประเทศไทยมี 2 นิกายสำคัญ คือ ธรรมยุต และมหานิกาย โดยทั้งสองนิกายได้ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักศาสนาร่วมกันอย่างมีความสุข แต่เมื่อมีการเคลื่อนไหวให้คณะสงฆ์ขัดแย้งกันเพื่อล้มการแต่งตั้งพระสังฆราชตามกฎหมายคณะสงฆ์ ตนเชื่อว่าทำไม่สำเร็จ รวมทั้งสุดท้ายจะได้เห็นทัพของสงฆ์จะเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย" ดูจะขานรับกับพระเมธีธรรมาจารย์
บุญระดม : คุณจตุพรบอกอีกว่า "กฎหมายคณะสงฆ์ปี 2535กำหนดการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชไว้ในมาตรา7 โดยระบุว่า พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช แต่ในกรณีที่สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์หรือสมเด็จช่วงวรปุญฺโญเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ กทม. เป็นสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ในขณะนี้ ดังนั้น จึงเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายคณะสงฆ์ที่จะได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ แต่มีฝ่ายไม่เห็นด้วย กล่าวหาสมเด็จช่วงว่า เป็นพระอุปัชฌาย์ของพระธัมมชโย ซึ่งถูกกล่าวหาในคดีความมากมาย จึงไม่มีความเหมาะสมในการเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่
สนธิญาณ : ผมก็จะเคลียร์ให้คุณจตุพรเข้าใจ เรื่องแรกคือปัญหาในปัญหาเรียกว่าไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องธรรมยุตหรือมหานิกาย ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งอย่างนั้นแล้ว แล้วไปดูก่อนว่าหลวงปู่พุทธอิสระเป็นมหานิกายหรือว่าเป็นธรรมยุตเรียนคุณจตุพรแบบนี้ วันนี้ถ้าตามคุณจตุพรว่ากฎหมายเรียงลำดับก็นั่นหมายความว่าจะต้องเป็นสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์คืออาวุโสสูงสุด ข้อแรกผมจะเรียนว่าเคยมีการไม่ตั้งพระสังฆราช เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในรัชกาลที่4 อาจจะกลายอ้างว่านี่เป็นเรื่องของในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่เป็นประเพณีปฏิบัติมาแต่โบราณกาล ถามว่าทำไมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 ทรงไม่แต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชแน่นอนครับว่าก็เพราะพระองค์ก่อนขึ้นครองราชย์ได้อยู่ได้บวชอยู่ในบรรพชิตมาอย่างยาวนานศึกษาพระธรรมวินัยมาอย่างแตกฉานและได้เป็นผู้ก่อตั้งธรรมยุตินิกายขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อพระองค์ขึ้นครองราชย์และเห็นว่าผู้ที่มีลำดับจะเป็นสมเด็จพระสังฆราชได้อาจจะไม่มีความเหมาะสมเพราะการตั้งธรรมยุตนิกายขึ้นก็เพราะพระในยุคสมัยนั้นปฏิบัติกันเละเทะไม่อยู่ในร่องรอยของพระธรรมวินัยจะใกล้เคียงกับในสถานะปัจจุบันหรือไม่ก็เป็นประเด็นที่ต้องมาพิจารณา เพราะฉะนั้นในตอนนั้นตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชก็ว่างเว้นไป 30 กว่าปีจนมาสมัยรัชกาลที่5 ถึงได้สถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ขึ้น นี่มีประเพณีปฏิบัติมาแล้วทีนี้ต้องมาดูต่อว่าประเด็นหลักจึงไม่ใช่ประเด็นของธรรมยุตหรือมหานิกายเป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม แต่ผมเรียนว่าข้อมูลตามลำดับวันนี้คณะสงฆ์หรือผู้ที่มีอำนาจในการบริหารจัดการในมหาเถรสมาคมเขาจะแบ่งออกเป็น 2 สาย สายธรรมยุตก็ปกครองกันเอง สายมหานิกายก็ปกครองกันเอง เอาที่โดดเด่นต้องเรียนแบบนี้ว่าพระสายวัดป่า หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ซึ่งอยู่ป่าปฏิบัติธุดงค์วัดคือสายธรรมยุต สายธรรมกายที่เห็นที่มีคนศรัทธาทำบุญจนกลายเป็นประเด็นปัญหามากมายก็คือมหานิกาย มาดูข้อมูลสิครับว่าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ซึ่งเป็นมหานิกายแน่นอนยืนอยู่ข้างวัดพระธรรมกายเพราะท่านเป็นอุปชาของพระธัมมชโย มาดูสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร เป็นพระธรรมยุตนิกายอยู่อีกฝั่งหนึ่งแต่ปรากฏว่าไปเป็นกรรมการจัดโครงการบวชแสนรูปและกิจกรรมอื่น ๆ ของวัดธรรมกายอีกมากมาย แสดงว่าไม่ได้มีการแยกมหานิกายและธรรมยุตแล้วนะครับถ้าเข้ามาร่วมโครงการกับวัดพระธรรมกายในภาวะที่จะเห็นว่าวัดพระธรรมกายมีเยอะหรือว่าวัดพระธรรมกายมีคนมากมายมาบริจาคศรัทธาหรืออะไรก็ตามแต่ องค์ที่สาม สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ นี่เป็นธรรมยุติกายอยู่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามวรวิหาร สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ไม่เกี่ยวกับพระธรรมกาย, ลำดับถัดมา สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร ไม่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย 2 รูป, ลำดับที่5 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานของวัดพระธรรมกายบ่อย ๆ, ลำดับ6 สมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เคยเป็นผู้อันเชิญประดิษฐานพระประธานองค์ใหม่ ณ พระอุโบสถวัดพระธรรมกาย ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ, ลำดับ 7 สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชยญาติการามวรวิหาร เรียกว่าเป็นผู้ที่เคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาลของพระธัมมชโยตัดสินคดีพระธัมมชโยแต่ต่อมาก็ยกเลิกความผิดพระธัมมชโย, ลำดับ 8 สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นผู้สนับสนุนกิจการของวัดพระธรรมกาย
บุญระดม : แล้วหลวงปู่พุทธะอิสระล่ะคะ
สนธิญาณ : หลวงปู่ไม่ได้อยู่ในลำดับของสมเด็จ พระสมเด็จที่มีสิทธิที่จะเลื่อนเป็นพระสังฆราชตามที่คุณจตุพรว่า ใน 8 มี 6 องค์มีแบบเข้มข้นกับธรรมกายอยู่ 5 มีอีก 1
บุญระดม : แต่คุณจตุพรก็มองว่าปัญหาต่าง ๆ ในขณะนี้เป็นเหมือนเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างธรรมยุตกับมหานิกาย
สนธิญาณ : ซึ่งไม่ใช่ครับ ผมถึงบอกว่าในสิ่งที่เห็นในธรรมยุตพระในระดับสมเด็จที่สนับสนุนพระธรรมกายก็มีอยู่หลายรูปเพราะฉะนั้นไม่ใช่ครับ ปัญหาจริง ๆ คือปัญหาตามที่หลวงปู่พุทธะอิสระว่า การทำผิดกฎหมายวันนี้ผมก็คิดว่าก็ต้องว่าไปตามสิ่งที่ท่านนายกว่าก็คือก็ต้องเอาเรื่องทางกฎหมายเป็นหลักแต่แน่นอนว่าสมเด็จพระสังฆราชจะต้องมีเรื่องที่เรียกว่าความพร้อมอกพร้อมใจในการศรัทธาของประชาชน จะบอกว่าม็อบพระจะเป็นกี่แสนก็ตามแต่คิดดูสิครับว่าม็อบพระมาเป็นกี่แสนแล้วคนอยากจะใส่บาตรหรือไม่ พระพุทธศาสนาจะเสื่อมหรือไม่ผมคิดว่าเป็นปรากฏการณ์ที่จะเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องมาทวนกันดูก็ต้องมาทวนว่าการจัดตั้งหรือไม่ตั้งทั้ง 8 รูปที่ว่าจะเรียงลำดับตามอาวุโสก็จะเห็นภาพล่ะครับว่าใครสนิทสนมกับองค์ไหนหรือไม่สนิทสนมองค์ไหนชัดเจนไล่เลียงข้อมูลกันให้ดู เพราะฉะนั้นวันนี้คุณจตุพรออกมาเคลื่อนไหวดูสอดรับกับพระเมธีธรรมาจารย์แต่ผมอยากจะเรียนว่าดูไม่มั่นใจนะว่าคุณจตุพรอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ตั้งจริงหรือไม่ นี่ทำหน้าแบบเจ้าเล่ห์
บุญระดม : คือหลายคนอาจจะสงสัยว่าในเมื่อที่ออกมาสนับสนุนก็น่าจะมีการตั้งแต่
สนธิญาณ : ผมเรียนอย่างนี้ครับว่ากรณีของ นปช. คุณทักษิณและพรรคเพื่อไทยวันนี้ถือว่าเป็นศัตรูถาวรกับ คสช.กับพล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างอื่นไม่ได้ เพราะโจมตีทิ่มแทงว่ากันแบบนี้ คือพล.อ.ประยุทธ์จะว่าไปจองล้างจองผลาญคนในระบอบทักษิณก็ใช่ที่ เพราะถ้าบอกว่าท่านดำเนินการไปตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นในระหว่างที่บริหารบ้านเมืองคุณได้ปฏิบัติดำเนินไปตามกฎหมายหรือไม่ เพราะวันนี้มีขั้นตอนกฎหมายที่ดำเนินการมาแล้ว ทีนี้มาเป็นศัตรูถาวรกันแล้วเราก็จะเห็นได้ว่าตั้งแต่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมาบริหารประเทศคือช่องว่างให้โจมตีมีน้อยต้องเรียนแบบนี้
บุญระดม : แต่วันหลัง ๆ ก็จะมีเยอะอยู่นะครับ เช่น กรณีราชภักดิ์ เรื่องรัฐธรรมนูญ
สนธิญาณ : ผมจะเรียนแบบนี้ครับ เรื่องรัฐธรรมนูญไม่ใช่ช่องว่างแต่เป็นความเห็น คำว่าช่องว่างคือเป็นจุดอ่อนที่จะตีว่ารัฐธรรมนูญร่างขึ้นมาเพื่อกีดกันเขา ไม่เกี่ยวกับ คสช. เรื่องราชภักดิ์ใช่เป็นจุดอ่อนแต่ไม่เกี่ยวกับ คสช. ด้วยซ้ำ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกองทัพบกแล้วเกี่ยวข้องกับนายทหาร 2 คน แต่เพียงแต่แค่นี้เป็นรูเล็ก ๆ คสช. พรรคเพื่อไทยโหมกระหน่ำกะว่าเสร็จรัฐบาลต้องเสร็จแน่ ๆ สร้างกระแสพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ นปช. ออก แนวร่วมทั้งหลายโหมกระหน่ำทันที รัฐบาลจะเอียงทันทีแล้วจะไปเอียงได้อย่างไร เมื่อข้อเท็จจริง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ คสช.หรือรัฐบาลไม่ได้เป็นโครงการที่สร้างขึ้นมาเพื่อจะเป็นนโยบายในการทุจริตคอร์รัปชันนี่ไม่ได้เป็นจุดอ่อนแต่เป็นช่องว่างที่จับได้ก็เอามาเป็นประเด็นในการเคลื่อนไหว เรื่องนี้ต้องเรียนแบบนี้ว่าวัดพระธรรมกาย พระธัมมชโยมีความสุ่มเสี่ยงอยู่ภายใต้ตามกฎหมายที่หลวงปู่พุทธะอิสระได้ว่า DSI ดำเนินการน่าจะจริงตามที่หลวงปู่ว่า ดังนั้นในแง่ของการเคลื่อนไหวสิ่งที่จะหลุดพ้นได้เกี่ยวพันกับการตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ ถ้าสมเด็จพระรัชมังคลาจารย์เป็นสมเด็จพระสังฆราชมีบัญชาอย่างหนึ่งอย่างใดลงมาเป็นพระวินิจฉัยก็ถือว่าเป็นไปตามกฎหมายแล้วแต่ก็จะมีสิ่งที่เป็นประเด็นขึ้นมาถกเถียงและจะชอบหรือไม่ชอบก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเพราะฉะนั้นเมื่อเป็นแบบนี้ถามว่าการเคลื่อนไหวแบบพระเมธีธรรมาจารย์ในการที่จะเอาพระมาชุมนุมให้เต็มกรุงเทพมหานครเป็นไปไม่ได้ ทำไมถึงเป็นไปไม่ได้ ไปดูตักบาตร 10,000 รูป วัดพระธรรมกายก็ทำมาแล้วเดินธุดงค์กันเต็มบ้านเต็มเมืองก็ทำมาแล้ว เพราะฉะนั้นการระดมพระมาให้เต็มกรุงเทพมหานครไม่ใช่เรื่องยาก สองลูกศิษย์ลูกหาวัดพระธรรมกายหลายแสนคน ในลูกศิษย์วัดพระธรรมกายมีอยู่หลายส่วนอาจจะมีบางส่วนที่ไม่ชอบทักษิณ อาจจะมีบางส่วนที่ชอบทักษิณหรือบางส่วนก็เอาตามครูบาอาจารย์ว่าเพราะรู้สึกได้ว่าพระธัมมชโยก็ได้รับการช่วยเหลือจากทักษิณ ทักษิณก็มีบุญคุณตอบแทนทักษิณหน่อย แต่ถ้าจากกรณีนี้ทุกเสียงก็จะมีความเห็นร่วมกันหมดว่าควรจะเคลื่อนไหวสนับสนุนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นสมเด็จพระสังฆราชก็จะช่วยคลี่คลายคดีของพระธัมมชโยได้ ก็แสดงว่า นปช. ซึ่งเคลื่อนไหวเรื่องอะไรก็เรียกว่าตีกระแสไม่ขึ้นบวกเรื่องนี้เข้าไปมีพวกขยายเครือข่ายออกอย่างกว้างขวางเมื่อเป็นแบบนี้ถามว่าคุณจตุพรอยากให้ตั้งง่าย ๆ ไหมครับ งานนี้ผมเรียนเลยว่า นปช. ระบบทักษิณถือว่าเป็นส้มหล่น หล่นมาแล้วอยู่ที่ทิศทางการเคลื่อนไหวจะไปทางไหน และที่ผมมาเรียนให้เห็นว่าเรื่องมีความสลับซับซ้อนและท้ายที่สุดเป็นสิ่งที่น่าเศร้าสะเทือนใจที่เกิดเหตุแบบนี้ขึ้น จึงเป็นคำถามว่าทำไมการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชในยุคที่ผ่าน ๆ มาถึงไม่มีปัญหาทำไมตอนนี้ถึงมีปัญหาอย่างนี้ เพราะฉะนั้นทั้งสิ้นทั้งปวงวันนี้อยู่ที่ท่านนายก อยู่ที่บารมีของท่านนายกซึ่งผมก็เชื่อโดยสุจริตใจว่าท่านนายกไม่ทูลเกล้าฯ เพราะเรื่องที่จะโปรดเกล้าฯลงมาไม่ควรที่จะเป็นเรื่องที่ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ในสังคมเราเห็นทหารไหมครับ ผมยกตัวอย่างทหารนะครับเวลาเขาไม่ชอบใคร เวลารัฐมนตรีกลาโหมจะตั้งใครถ้าเขาชิงปฏิวัติเขาชิงยึดอำนาจเขาจะยึดอำนาจก่อนที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ถ้าโปรดเกล้าฯลงมาแล้วทหารจะเข้าแถวหมดเลยนึกภาพออกไหมครับตอนที่ปฏิวัติปี 2535 พล.อ.อาทิตย์จะมีการต้องจับตัวต้องล็อคกันต้องอะไรกันอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมเชื่อว่าท่านนายกจะยึดหลักอันเป็นหลักสำคัญเพื่อไม่ให้ระคายเคืองพระยุคลบาท
บุญระดม : แต่ความหมายของคุณสนธิญาณก็คือความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ทางฝั่ง นปช. เอง
สนธิญาณ : หนักแน่นอนเพราะถือว่าส้มหล่นเข้าทางแล้ว
บุญระดม : คือเหมือนกับได้เกาะเกี่ยวความเคลื่อนไหวในประเด็นนี้
สนธิญาณ : ถูกต้องโหมจุดไฟต่อไปได้ แต่ก็ดีสำหรับผมที่จะเฉลยขอให้ทุกอย่างเดินไปตามกฎหมายอะไรบางอย่างบางเรื่องจะแตกหักที่ไม่ใช่เป็นการแตกหักด้วยการเสียเลือดเนื้อ แตกหักด้วยข้อกฎหมายด้วยกฎเกณฑ์กติกาทางสังคมเดินหน้าครับนี่ล่ะครับ เหมือนกับอีกเรื่องหนึ่งที่จะพูดส่งท้ายวันนี้ครับ จบเรื่องพระสมเด็จพระสังฆราช ผมคิดว่าเชื่อมั่นท่านนายกว่าไม่ทูลเกล้าฯแน่ถ้ายังขัดแย้งกันอยู่
บุญระดม : เมื่อท่านนายกพูดแบบนี้ ในเถรสมาคมเองก็คงจะไม่มีการเสนอชื่อต้องเคลียร์ปัญหาทุกอย่างให้จบก่อน
สนธิญาณ : ก็ต้องเป็นแบบนั้นถ้ายังเสนอขึ้นมาก็แสดงว่าตั้งใจจะให้เป็นปัญหา ซึ่ง นปช. ก็คงจะชอบจะได้เคลื่อนไหวต่อ ผมคิดว่าก็เคลื่อนไหวเพราะจะได้เปิดเผยแล้วจะได้เข้าสู่กระบวนการของศาล ศาลจะได้ว่ากันไปเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกันไปจะตั้งไม่ตั้งก็รอกระบวนการยุติธรรมกันต่อ
บุญระดม : คุณสนธิญาณจะปิดท้ายเรื่องอะไรคะ
สนธิญาณ : เรื่องกรรมาธิการเสริมสร้างสันติสุข
บุญระดม : กรรมาธิการปรองดอง
สนธิญาณ : ชื่อจะเรียกว่าปรองดองก็ได้ หัวข้อที่จะพูดนะครับ กรรมาธิการเสริมสร้างสันติสุขเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ วันนี้จัดหนัก
บุญระดม : เพราะอะไรคะ
สนธิญาณ : ก็เพราะว่าความจริงอันนี้เหมือนกับไปดูหมิ่นดูแคลนสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพราะหลังจากที่ท่านพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มาแย้งความคิดว่าจะมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นซึ่งเป็นกรรมาธิการชุดวิสามัญ ซึ่งได้มีเสียงออกมาทั้ง 2 รูปแบบ ทั้งขานรับและไม่เห็นด้วย เขาเสนอว่าคณะกรรมาธิการดังกล่าวรัฐบาลสภาพรุ่งนี้แถลงจะมี 24 คน ซึ่งไม่รู้ว่าจะมี สนช. 14 คน และ คนนอก 10 คน ที่ผมเรียนว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อนะครับผมคิดว่า สนช. ควรที่จะตั้งหน้าตั้งตาช่วยออกกฎหมาย จะดูกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและก็ผลักดันได้ออกกฎหมายไปทำหน้าที่ที่ควรจะทำ ทำไมครับเรื่องนี้ สนช. ไม่ควรจะทำหรือว่าอย่างไร จะได้ทำให้คนเกิดสันติสุขปรองดองกันสนธิญาณขวางโลกขวางทางเขาอยู่เรื่อย คือแบบนี้ครับคือคณะกรรมาธิการวิสามัญเมื่อมาประชุมกันสิ่งที่ท่านจะทำกันท่านจะใช้เวทีเป็นที่ถกเถียงนำเสนอข้อมูลกันนำอย่างเมามันและก็ออกมาแถลงการณ์ เมื่อมาแถลงข่าวเวลาจะแถลงข่าวก็ต้องให้มีประเด็นทีนี้กำลังพูดเรื่องเสริมสร้างสันติสุขปรองดอง ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สังคมกำลังมีคำถามกันอยู่มากมายตั้งคำถามกันมากมาย เพราะฉะนั้นอยากเป็นข่าวก็ต้องแถลงให้ตรงประเด็นนักข่าวก็จะถามไปเรื่อย ผมถามว่าเรื่องนี้มีปัญหาอยู่แล้วไม่ปรองดองอยู่แล้ว พอมาแถลงแล้วนักข่าวถามประเด็นนี้ก็แตกไปเรื่อย ๆ ตกลงจะปรองดองหรือว่าจะขยายความให้เป็นปัญหา นี่เป็นคำถามตรงไปตรงมาท่านจะเสียเวลาจะมายุ่งทำไมไปทำหน้าที่ของท่านเพราะอะไรครับ ตั้งให้ตรงกับหัวข้อที่ผมว่า เดี๋ยวดูแล้วจะไม่เข้าใจก็เป็นความเห็นของผมซึ่งผมจะตอบท่านผู้ชมมีสิทธิ์ที่จะคิดพิจารณาใคร่ครวญท่าน สนช. ทั้งหลายก็พิจารณาใคร่ครวญเพราะว่าถ้าท่านบอกว่าท่านเอานักวิชาการอภิปรายกันเองนั่นเป็นเรื่องที่ท่านอยากโชว์ความเก่งกล้าสามารถของท่าน ผมเรียนแบบนี้ครับตอนที่พลงอ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้า คมช. เป็นคนปฏิวัติเอง ไปปฏิวัติทักษิณมาเป็นประธานกรรมาธิการปรองดอง ข้อศึกษานี้ผลักดันมาจากสถาบันศึกษาพระปกเกล้าเหมือนกัน พล.อ.สนธิก็ลากลงเหวเหมือนกันผมไม่ได้ท่านจะลากลงเหวนะครับแต่พล.อ.สนธิลากลงเหวกลายเป็นประเด็นเถียงกันในสังคมแทนที่เรื่องจะดำรงคงอยู่กลายเป็นให้สังคมเถียงกันอีก มาอีกเที่ยวนี้ถ้าท่านบอกว่าไม่ใช่นักวิชาการจะเอาคนที่เกี่ยวข้องมาเป็นใครครับท่านจะเอาใครมาครับ จะเอาคุณยิ่งลักษณ์กับคุณอภิสิทธิ์ เอาคุณรองนายกพรรคเพื่อไทยคนล่าสุด คุณนิวัฒ ธรรมรงค์กับคุณอภิสิทธิ์ จะเอาคุณสุเทพ เทือกสุบรรณกับแกนนำ กปปส. แกนนำ นปช. แกนนำพันธมิตรมาอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้เพื่อจะได้หารือสร้างสันติสุข ถ้าท่านบอกว่าคนเหล่านี้คือคู่ความขัดแย้งก็ต้องเอาบุคคลเหล่านี้มาแล้วท่านคิดว่าจะได้ข้อสรุปไหมครับ หรือจะให้มานั่งเถียงกันให้เป็นประเด็นกันต่อไป คุณบุญระดมคิดว่าจะพูดกันจบรู้เรื่องไหม
บุญระดม : แต่มีความเห็นออกมาอย่างคุณวันชัยเองบอกว่าในเรื่องของความปรองดองรัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้งไม่มีทางทำได้อยู่แล้วต้องทำในรัฐบาลชุดนี้เท่าไหร่
สนธิญาณ : เรื่องอะไรครับ ก็ต้องมานั่งพูดกันนะครับ คุณจะมาทำอย่างไรทำได้ผมบอกที่พล.อ.ประยุทธ์พูดไปแล้วชัดเจน การปรองดองที่แท้จริงต้องเดินไปตามขั้นตอนกฎหมาย กฎหมายเป็นอย่างไรก็เดินไปตามนั้นเพราะคุณไม่เคยอยู่ในความขัดแย้งคุณอยู่ในเวทีของการอภิปรายการสร้างโวหาร เพราะการสร้างโวหารทำให้คุณได้ตำแหน่งได้รู้สึกว่าได้มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาประเทศชาติ เรื่องมันลึกซึ้งกว่านั้นผมให้ย้อนไปตอนวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 คือการประกาศกฎอัยการศึกเสร็จแล้วกองทัพเชิญทุกฝ่ายที่ขัดแย้งกันอยู่มาพูด สามเหล่าทัพ กองบัญชาการกองทัพไทย นั่งเป็นสักขีพยานดูรายงานข่าวสิครับว่าบรรยากาศรายงานเป็นอย่างไร คนโน้นคนนี้มาคุย พล.อ.ประยุทธ์ให้คุณสุเทพไปคุยกับคุณจตุพรคุยแล้วไม่รู้เรื่องก็ออกมา มาคุยกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนคุยไปคุยมารู้เรื่องไหมครับ
บุญระดม : ไม่รู้ค่ะ จึงเป็นที่มาของการปฏิวัติ
สนธิญาณ : นั่นสิครับ ไปนั่งคุยท่ามกลางทหารที่เขาเอาปืนและกฎหมายที่อยู่ว่าคุณคุยให้รู้เรื่องได้ไหมให้บ้านเมืองจบได้ไหม พวกคุณเป็นคู่ความขัดแย้งจะทำอะไรก็ให้มีข้อสรุปได้ไหม
บุญระดม : ต้องใช้เวลา 2 วันในการหารือ
สนธิญาณ : สรุปว่าก็ไม่ได้ครับ ขนาดนั่งอยู่เต็มไปหมด ประชาธิปัตย์ก็เต็ม เพื่อไทยก็เต็ม คู่กรณีทั้งหมดมานั่งอยู่ในเวทีแบบนั้นก็จบไม่ได้ แล้วคุณคิดว่าคุณจะมานั่งอย่างไรให้จบ ท่านวันชัยหรือใครก็ตามแต่ พูดมาจะทำอย่างไรให้จบถ้าจะมานั่งอภิปรายเพื่อหาข้อวิชาการไม่ใช่หรอกครับ ผมอยากจะเรียนท่านว่าอยู่ในยุคที่ขัดแย้ง ตั้งแต่ปี 2519 -2521 ยิงกันตายเป็นหมื่นคน ถามว่าปี 2528 ทำไมสังคมกลับคืนสู่ที่เดิมได้ในหมู่บ้านในตำบลที่เคยถือปืนยืนคนละฝั่ง คนหนึ่งเป็นทหารพราน เป็นอ.ส. เป็นทหารบ้าน เป็นทหารหลัก เป็นกท. ยิงกันภายใต้อุดมการณ์ที่ขัดแย้งทำไมจบลงได้ครับ เพราะวันหนึ่งต่างฝ่ายต่างได้ข้อสรุปว่าขืนปะทะกันไปประเทศเสียหายต้องตกผลึกเห็นความจริงว่าประเทศจะเสียหายทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีอุดมการณ์จึงยุติได้ แต่วันนี้คนที่จะมาสำแดงโวหารเป็นกรรมาธิการ ผมถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นที่ท่านบอกว่าขัดแย้งนั้นมาจากเรื่องอะไร มาจากเรื่องของการรุกแก่อำนาจและการคอร์รัปชันของทักษิณ ชินวัตร ใช่หรือไม่ ผมไม่ได้จงเกลียดจงชังแต่นี่คือความจริงเพราะประเด็นนี้ใช่หรือไม่ถ้าเมื่อเป็นเพราะประเด็นนี้คนถึง 4 - 5 ล้านคนถึงออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านเมื่อทนไม่ได้ในนาม กปปส. เพราะประเด็นนี้ใช่ได้ไม่ทำให้ทหารต้องรัฐประหารถึง 2 ครั้งและทำให้ นปช. เกิดขึ้น เสื้อแดงเกิดขึ้นด้วยอุดมการณ์ประชาธิปไตยหรือครับ ท่านจะมาดูหลักฐานที่ผมไหมครับว่าวันแรกที่มาชุมนุมเพราะต้องการเอาทักษิณกลับบ้านใช่หรือไม่ ไปแห่รายชื่อเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้กับทักษิณใช่หรือไม่ เพียงแต่เพื่อให้เกิดความชอบธรรมจึงแปรเรื่องมาเป็นเรื่องประชาธิปไตยและท้ายที่สุดไปอ้างอิงสถาบันเพื่อให้มาช่วยทักษิณ ไม่ได้ดังใจก็มาโจมตีสถาบันจนทำให้เกิดกฎหมาย 112 มีมาตรามา 110 ปี ในร้อยปีแรกมีคนทำผิด 10 - 20 คน ในสิบปีหลังคนทำผิด 4,000 - 5,000 คนนั้นมาจากอะไรครับ ไม่ใช่มาจากการเคลื่อนไหวในเชิงอุดมการณ์ของพวกนี้ที่ลากสถานการณ์มีถึงขนาดนี้ ลากมาถึงไหนต่อถ้าท่านไม่รู้ ประกาศจะจัดตั้งสาธารณรัฐ ประกาศจะแยกดินแดนแยกประเทศ ท่านคิดว่ามานั่งคุยกัน 180 วัน บนเวทีแล้วจะทำให้เรื่องจบหรือครับ ผมไม่ได้มีปัญหาในเรื่องที่ท่าน
บุญระดม : คือท้ายที่สุดแล้วก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตามขั้นตอนที่เป็นอยู่
สนธิญาณ : ยิ่งมาพูดยิ่งเป็นปัญหา ท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ ผมเป็นแค่นักข่าวคนหนึ่งก็ว่ากันไปแต่ถ้ามานั่งประชุมถกเถียงบางทีพูดกันเสร็จนักข่าวมาถามนั่นแหละครับยิ่งเพิ่มความแตกแยก เพราะประเด็นนั้นจะถูกหยิบฉวยไปใช้จากทั้งสองฝ่าย ให้พล.อ.ประยุทธ์ทำงานไปครับ ท่านเป็น สนช. ก็ช่วยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ดูแลกฎหมายผลักดันกฎหมาย ไปดูกฎหมายปฏิรูปที่ทำบ้านเมืองจะไปปฏิรูปบ้านเมืองก็ทำตามกรอบของกฎหมายไม่ใช่มานั่งศึกษาที่เป็นข้อสรุปว่าจะต้องสันติสุขจะต้องปรองดองมาพูดกันไม่ได้มีปัญหานะครับ แต่ผมที่ต้องเสียงเข้มนิดหนึ่งเพราะคิดว่าจะยิ่งทำให้เกิดปัญหาขึ้น เพราะข้อเท็จจริงตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2547 ข้อมูลหลักฐานที่อยู่ในมือเรื่องได้ไปไกลจนถึงมีการระเบิดบ้านเมืองสร้างกองกำลังต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไปเป็นสาธารณรัฐ แล้วอยากจะบอกว่าปรองดอง ประเทศนี้ปรองดองได้ครับ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำแผน 20 ปี เอาประชาชนทั้งประเทศมาร่วมกันทำให้เห็นกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศว่าประเทศจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร จะไม่มีสีไหนเพราะแผนดังกล่าวเป็นแผนที่จะทำให้คนอยู่ดีกินดีมีความสุขอย่างนี้ล่ะครับคนเขาไม่มาทะเลาะกัน ไม่ใช่เรื่องจะมาศึกษาไม่ศึกษา
บุญระดม : วันนี้หมดเวลาแล้วก็ต้องลาท่านผู้ชมกันไป และจับตาดูสถานการณ์เรื่องเหล่านี้กันต่อไป วันพรุ่งนี้ 13.30 น. มีการประชุมวิปของ สนช. และจะมีการประกาศรายชื่อ 24 คณะกรรมาธิการวิสามัญสร้างสันติสุขรอดูรายชื่อแล้วคุณสนธิญาณจะได้มาวิเคราะห์กันต่อ ลากันไปก่อนค่ะสวัสดีค่ะ
