- 12 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 12 มกราคม 2559 ออกอากาศทางช่องทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สถาพร : เกี่ยวกับเรื่องราวในการประชุมลับของมหาเถรสมาคมเมื่อวันที่ 5 ม.ค.59 นะครับแล้วก็บอกมีมติเอกฉันท์ในการที่จะเสนอชื่อ "สมเด็จพระราชาคณะ" คนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ขึ้นมาเป็นสมเด็จพระสังฆราช เดี๋ยวเราจะไปพูดคุยเรื่องนี้กับคุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม สวัสดีครับพี่ต้อย ครับ
สนธิญาณ : สวัสดีครับถาครับ สวัสดีครับท่านผู้ชมแฟนข่าวทีนิวส์ทุกท่านครับ เมื่อคืนได้รายงานรายละเอียดเรื่องการจัดตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ องค์ที่ 20 เนี่ยนะครับไปอย่างละเอียดแล้ว ว่ามีประเด็นปัญหาอะไรต่างๆเกิดขึ้นบ้างนะครับ มีใครสนับสนุนมีใครคัดค้านและจะเกิดปัญหาอะไรติดมาบ้างนะครับโดยละเอียด แต่ปรากฏว่าเช้าวันนี้นะครับทำเอาคนที่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ข่าวสด และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ช็อค! อึ้ง ตะลึงไปตามๆกัน
สถาพร : โดยเฉพาะคนที่ติดตามเรื่องนี้เนี่ยนะครับก็ต้องบอกว่าต้องช็อค! อย่างที่คุณสนธิญาณว่าเลยล่ะครับ
สนธิญาณ : ครับ เมื่อเกิดได้รายงานข่าว พาดหัวตัวใหญ่รายงานข่าวว่าได้มี "การประชุมลับ" เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา วาระพิเศษวาระเดียวคือ "วาระเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่" ต้องเรียนเลยนะครับว่า ถ้ามีการประชุมและมีมติเรื่องนี้จริง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่เรียนว่าเป็นเรื่องใหญ่เนี่ยนะครับ ผมอยากจะให้ท่านผู้ชมได้กลับไปทบทวน เมื่อคราวการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมลักหลับ นึกออกไหมครับ?
สถาพร : ครับ ก็วันรุ่งขึ้น หลังจากนั้นก็เกิดการชุมนุมของประชาชนบนท้องถนน
สนธิญาณ : ครับ การประชุมแล้วก็ลักหลับในเรื่องร่างพระราชบัญญิตนิรโทษกรรมมันสะเทือนจิตใจผู้คนเป็นอย่างยิ่ง ผู้คนไม่เห็นด้วยการเรื่องการนิรโทษกรรมสุดซอย เพราะการนิรโทษกรรมครั้งนั้น เจตนาต้องการนิรโทษกรรมให้กับคุณทักษิณ ชินวัตร นะครับ จึงออกเรี่ยวออกแรงกันเต็มที่ แล้วก็ทำกันตอนตี4 ตอนที่สภาประชุมต่อเนื่องมา แล้วก็เกิดความมึนงง ประชาชนไม่ได้ติดตามข่าวสาร
เรื่องนี้! เรื่องสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ เป็นเรื่องใหญ่พอๆกัน ใหญ่พอๆกันในแง่ของสมเด็จพระสังฆราชเป็นประมุขสงฆ์นะครับ ใหญ่พอๆกันในแง่ประเด็นของความเห็นที่ขัดแย้งในสังคมที่ดำรงอยู่ในการเห็นว่าควรจะตั้งหรือไม่ตั้ง ควรจะเสนอหรือไม่เสนอใคร นะครับเป็นอย่างนี้ กระแสของสังคมขึ้นแรง เกิดความเห็นที่ขัดแย้งกันเป็น 2 ฝ่ายเหมือนกับเรื่องนิรโทษกรรม เหมือนกันนะครับ ขึ้นแรงเป็น 2 ฝ่าย การเคลื่อนไหวทั้งแต่ละฝ่ายก็ออกมากระพือ โหมความเห็นของตัวเองนะครับ ปลุกเร้านะครับผู้คนในฝ่ายของตัวเอง ให้ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนก็เพื่อให้เกิดแรงกดดันในการสนับสนุน ฝ่ายที่คัดค้านก็สร้างแรงกดดันในการคัดค้านมาถึงนาทีนี้ปรากฏว่ามีข่าวแบบนี้ออกมา
การจะสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่นะครับ ในฐานะประมุขสงฆ์ สิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ ในฐานะของความเป็นพระหรือในความเป็นสงฆ์เนี่ยนะครับ ก็คือการได้รับการกราบไหว้นะครับ ศรัทธาอย่างหมดจดไม่มีข้อกังขา เรากลับมาดูได้นะครับครับในสังคมไทย พระรูปหนึ่งรูปใดที่มีวัดปฏิบัตินะครับ เพื่อมุ่งหมายสู่พระนิพพานเดินตามรอยธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บรมศาสดาของเราให้พิจารณาให้เห็นเป็นสัจจะว่าเกิดมาจมอยู่ในกองทุกข์ จมอยู่ในวัฏฏะสงสาร สิ่งที่จะต้องปฏิบัติในฐานะพระสุปฏิปันโน ในฐานะผู้ที่เป็นสาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือการหลุดพ้น ต้องนำสู่การประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ พระที่ปฏิบัติเแล้วก็เดินเส้นทางแนวทางนี้ก็จะมีวัดปฏิบัติอันงดงาม ไม่เป็นที่สงสัยไต่ถามของประชาชน ไม่มาเกี่ยวข้องกับทางโลก ไม่มาเกี่ยวของกับสมณศักดิ์ ไม่มาเกี่ยวข้องกับการสร้างวิธีการหนึ่งวิธีการใด หรือใช้วิธีการหนึ่งวิธีการใดให้เกิดภาพหรือเกิดแรงศรัทธาขึ้น มันจะชัดเจน
ดังนั้น! มันมีคำถามนะครับ ว่าทำไมเหตุผลอะไรถึงมีแรงคัดค้านในการที่จะตั้งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นสังฆราชพระองค์ใหม่ องค์ที่ 20 แน่นอนครับข่าวสารออกไปมากมาย "ทีนิวส์" นำเสนอไปมากมายครับ ท่านผู้ชมครับว่าเป็นพระอุปชาของพระธัมมชโย เรื่องราวของพระธัมชโยเนี่ยมีปัญหาทั้งทางกฎหมายและทางวินัยสงฆ์ ทีนี้ทั้งในฐานะอุปชาและในฐานะที่เป็นผู้ที่อยู่ในมส. นะครับ ไม่ใช่เพราะเป็นอุปชาอย่างเดียวนะครับ ได้มีขั้นตอนในการปฏิบัตินะครับ หรือได้มีเรียกว่าการแสดงออก ผมย้ำเลยว่าที่ได้ไปช่วยเหลือพระธัมมชโย นี่เป็นประเด็นคือไม่ใช่หมายความว่าเป็นพระอุปชาเฉยๆแล้วก็ผู้คนออกมาคัดค้านนะครับ ไม่ใช่อย่างนั้น ย้ำ! นะครับไม่ใช่อย่างนั้น
สถาพร : แต่เคยมีพฤติกรรม
สนธิญาณ : ได้มีการแสดงออกในการช่วยเหลือพระธัมมชโย ประเด็นของพระธัมมชโยประเด็นที่เป็นปัญหาคือเรื่องการวินิจฉัยของสมเด็จพระสังฆราชที่เรารู้ๆกัน เมื่อสมเด็จพระสังฆราชมีพระวินิจฉัยว่าพระธัมมชโยจะต้องอาบัติปาราชิก ในฐานะผู้ที่มีหน้าที่ดำเนินการ พระ หรือ มส. หรือพระที่อยู่ในขั้นตอนอำนาจตั้งเเต่เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด จนไปถึงเจ้าคณะภาค จนไปถึง มส. องค์ปกครองพระ ก็ต้องดำเนินการตามพระวินิจฉัยตามลิขิตของพระสังฆราชให้กลับมาดูข่าว ผมเนี่ยรวดเร็ว พยายามจะฟังข่าวตอนเช้ามาช่วยกันค้นข่าว ให้คุณสถาพรดูให้ทีมงานลองค้นดู เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2258 เมื่อปีที่ผ่านมา ว่าสมเด็จพระมหาราชมังคลาจารย์ ได้เคยพูดให้สัมภาษณ์เอาไว้ให้หรือไม่ ? "ว่าอาตมาให้ฐานะเป็นพระอุปชาของพระธัมมชโย ดังนั้น อาตมาขอยืนยันว่าพระธัมมชโย ยังไม่อาบัติปาราชิก เเละยังดำรงตำเเหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายต่อไปโดยไม่ผิดวินัย" อยากให้ทีมงานค้นหาตอนนี้เลย มาดูกันว่าจะค้นเจอหรือไม่เจอ
นี้เป็นประเด็นหนึ่งซึ่งถ้าเราย้อนกลับไปดูเฟซบุ๊คของหลวงปู่พุทธอิสระได้โพสต์ไว้เมื่อวันที่ 11 มกราคม หรือเมื่อวานนี้ ว่าจะเอาเรื่องราวทั้งหลายลากเข้าสู่ศาล เมื่อลากเข้าสู่ศาลก็จะต้องมีการไปพิสูจน์กันในศาล การจะลากเข้าสู่ศาลนั้น หลวงปู่พุทธะอิสระบอกมีอยู่ 2 ข้อหา อันเป็นที่เรื่องที่เกี่ยวเนี่องกับพระมหาราชมังคลาจารย์ ข้อหาเเรกคือ มาตรา 157 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่หรือการปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบในเรื่องของพระธัมมชโยในเรื่องที่มีการจะต้องดำเนินการลงโทษตามกฎหมาย ตามขั้นตอนของพระธรรมวินัย เเต่ไม่ดำเนินการ เรื่องที่สองคือ เรื่องที่ได้กราบบังคมทูล ย้ำนะครับ ได้กราบบังคมทูล เสนอพระธัมมชโยในสมณศักดิ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ขึ้นเป็น พระญาณเทพมุนี
สถาพร : คือการเลื่อนสมณศักดิ์ โดยที่ก่อนหน้านี้บอกว่าต้องปราชิกไปเเล้ว ซึ่งหมายความว่าไม่ได้เป็นพระเเต่มีการเลื่อนสมณศักดิ์
สนธิญาณ : ตอนนี้อยู่ที่การตีความของฟากฝั่งที่บอกว่าพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชเป็นพระวินิจฉัยที่ชัดเจนเป็นคำสั่งว่าพระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิกเเล้ว ต้องขาดความเป็นพระเเล้ว อีกฝั่งหนึ่งของสมเด็จพระมหาราชมังคลาจาร์ยให้ไปตามข่าวเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2558 ที่ผมว่าเมื่อสักครู่ ท่านได้บอกว่ายังไม่ขาดเพราะฉะนั้นยังเป็นเจ้าอาวาสต่อได้หรือเสนอสมณศักดิ์ได้ เอาล่ะนี้คือประเด็นของทั้งสองฝ่ายออกมาคัดค้านกันอยู่ตอนนี้ หลวงปู่พุทธอิสระก็บอกเพียงว่า ขาดจากความเป็นพระ เเล้วยังนำเสนอเรื่องอันเป็นเท็จด้วยนะ กราบบังคมทูลให้ลงพระปรมาภิไธยหน่อย เอาล่ะในประเด็นเเบบนี้ ก็กลายเป็นปัญหา
เมื่อเป็นเเบบนี้ผมก็เรียนเเบบนี้ครับว่า ในความเป็นจริงได้พูดถึงลูกศิษย์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเนี่ย บวชทั้งหมดเนี่ยไม่ได้หวังอะไร ตำเเหน่งอย่างโหรเป็นเรื่องสมมุติ เป็นเรื่องติดยึดจริงๆ ครับ เป็นเเบบนั้น ทำไมตำเเหน่งโหรเป็นเรื่องสมมุติ เป็นเรื่องติดยึด เพราะคำสอนของพระพุทธศาสนาลงลึกไปถึงรากเเก่นของปัญหา เมื่อทุกข์ทั้งหลายเกิดขึ้นจากขันธ์ 5 ซึ่งเป็นกองทุกข์เนี่ยอันประกอบด้วยรูปกับนาม รูปคืออะไร รูปคือตัวตน นามก็คือ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ขวบนการของขันทีซึ่งเป็นขบวนการทางจิต ก็ลองกลับมาดูสิครับ ว่าขนาดตัวตนพระองค์ยังบอกว่าเป็นเรื่องสมมุติเป็นเรื่องไม่จริง ให้ละทิ้งเสียเพื่อหลุดพ้นจากกองทุกข์นี้ หลุดออกจากวัฏสงสาร อย่าว่าเเต่หลุดจากวัฏสงสารเลย ไอ้สิ่งที่กำลังเป็นอยู่เนี่ยเเน่นอนว่าเป็นสิ่งที่มันจำเป็น
เมื่อเรายังอยู่ในโลกที่มีการปกครองการดำรงคงอยู่ สมัยพุทธกาลมันยังมีพระสงฆ์ไปปฎิบัติเหลวไหลอยู่เลย เราต้องกลับมาดูว่าในการนำเสนอสมเด็จพระสังฆราชคนใหม่ สมเด็จพระมหามังคลาจารย์ เมื่อมีข้อสงสัย เมื่อมีเหตุให้ประชาชนสงสัยเเละไม่มั่นใจในวรรคปฎิบัติเเบบนี้เนี่ย ถ้ามีการเเต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช มีการเเต่งตั้งเป็นสมเด็จพระสังฆราช เราต้องกลับมาดูว่ามันจะเเปลกๆไหม ? ที่สมเด็จพระสังฆราชที่มีคนครึ่งกราบ เเละอีกครึ่งเมืองต่อต้าน อันนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องดงาม เเต่มันลุกลามเข้ามาโยงกับการเมืองเเล้ว ฝ่าย นปช. ก็ลงมาเเล้ว ฝ่าย กปปส. ก็ลงมาเเล้ว พันธมิตรก็ลงมาเเล้ว ดังนั้นผมจะขอเรียนว่า จริงอย่างที่พล.อ.ประยุทธ์ พูดว่าไปเเก้ไขให้จบก่อน ถ้าไม่เเก้ไขไม่จบ ไม่นำเสนอ ด้านพระเมธีธรรมจันทร์ก็บอกว่า ถ้าไม่นำเสนอจะเห้นสีเหลืองเต็มกรุงเทพเเน่ บอกมาเเบบนั้น ผมก็เรียนเเบบนี้ล่ะครับ ข้อมูลนี้ขอย้ำว่าสมัยราชการที่ 4 มีประเด็นที่ทำให้สมเด็จพระองค์ไม่ตั้งสมเด็จพระสังฆราชยาวนานถึง 30 ปีครับ ผมของเรียนเเบบนั้น มาถึงนาทีนี้อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์เเล้วว่าท่านจะตัดสินใจยังไง ตามที่ข่าวสารข้อมูลที่ท่านได้เเสดงออกมาตลอดคือ ไปจัดการให้เรียบร้อยก่อน ตอนนี้นะครับเกาะติดข่าวนี้จะเป็นประเด็นที่ขยายใหญ่โตเเน่นอน ขอบคุณครับ
สถาพร : ขอบคุณครับพี่ต้อยครับ
