- 12 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่11 มกราคม ที่ผ่านมา กรรมการมหาเถระสมาคมยังไม่ได้มีมติเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ แต่กลับมีการเปิดเผยออกมาว่าได้มีการประชุมลับของมส. และได้เสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสงฆราชไปตั้งแต่วันที่ 5ม.ค.ที่ผ่านมา
ซึ่งนำไปสู่การวิภาควิจารณ์อย่างกว้างขว้าง การเสนอชื่อดังกล่าวเป็นไปในลักษณะที่เรียกว่าเป็นลักหลับ และอาจนำพาไปสู่การสร้างความแตกแยกในสังคม อย่างไรก็ตามเมื่อมีการเสนอชื่อมาแล้ว กระบวนการการตัดสินใจทั้งหมดก็จะไปอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา7
11 มกราคม 2558 การประชุมมหาเถรสมาคม โดยนายประดับ โพธิกาญจนวัตร รองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนา ได้แถลงผลภายหลังการประชุมและกรณีประเด็นที่ได้รับความสนใจ เรื่องเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะเพื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชนั้น ยังไม่มีระเบียบวาระเข้าสู่ที่ประชุมและไม่มีการพูดถึงแต่อย่างใด เนื่องจากต้องเป็นไปตามกฎหมายคณะสงฆ์ที่ปรากฏอยู่ในมาตรา 7 ซึ่งในวันนี้ก็เป็นการประชุมตามระเบียบปกติของ มส.
ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า การประชุมเพื่อพิจารณาการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่นั้นมี การประชุมวาระพิเศษเมื่อวันที่ 5 ม.ค.59ที่ผ่านมา และมีมติเลือกสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เป็นสมเด็จพระสังฆราช
สำหรับการตั้ง สมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่กลายเป็นประเดเนร้อนที่ถูกพูดถึง ว่าจะเป็นเรื่องที่ผิดพระรรมวินัยหรือไม่
นายไพศาล พืชมงคล เลขาธิการสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยจีน ได้โพสต์เฟสบุ๊คเกี่ยวกับการแต่งตั้ง สมเด็จพระสังฆราช ว่าอย่าว่าแต่การตั้งสังฆราชเลย ต่อให้เป็นสังฆราชแล้วหากทุศีล ไม่ซื่อตรงต่อพระธรรมวินัย พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 1 ก็ทรงถอดออกจากตำแหน่งมาแล้ว ดังเช่น การปลดพระสังฆราชแล้วสถาปนา พระสีเป็น สมเด็จพระสังฆราชสถิต วัดระฆัง และทรงกวาดล้างพวกอลัชชี ที่อาศัยผ้าเหลืองหากินด้วย ตำแหน่งสังฆราช ไม่ใช่เรี่องของสงฆ์คณะเดียว แต่เป็นเรี่องของชาติ ของสถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชนจะตั้งคนที่มีข้อครหาเต็มไปหมด โดยไม่สะสางให้เสร็จก่อนนั้นไม่ได้ ท่าทีของนายกฯตู่ ที่ให้สะสางผิดถูกให้เสร็จก่อนจึงชอบแล้ว
ขณะที่ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการคัดค้านการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ หัวหน้าคณะผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ว่า การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชฯเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์เท่านั้น มหาเถรสมาคม รัฐบาลเป็นเพียงหน่วยงานธุรการที่จะต้องปฏิบัติงานสนองพระเดชพระคุณแด่พระมหากษัตริย์ ส่วนพระบรมราชวินิจฉัยเป็นพระราชอำนาจเด็ดขาดของพระเจ้าอยู่หัว แม้หน่วยงาน(มหาเถรสมาคม ,รัฐบาล)จะนำรายนามสมเด็จพระราชาคณะรูปใดขึ้นทูลเกล้าฯหากพระเจ้าอยู่หัวจะทรงโปรดฯหรือไม่ทรงโปรดฯผู้ใดจะคัดค้านมิได้
เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าหากมีการเสนอชื่อสมเด็จพระสงฆราชโดยมหาเถระสมาคมมาแล้ว ก็จะต้องเป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี
สำหรับพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
มาตรา 7 พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง
ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาอาวุโสสูงสุด โดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช
ในกรณีที่สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช
การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีถือว่ามีการท้าทายต่อสถานการณ์ในประเทศเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากขณะนี้มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายออกมาเป็นสองข้าง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธถึงกระแสข่าวมติการประชุมวาระนัดพิเศษของมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ซึ่งเป็นการเรียกประชุมลับเฉพาะกรรมการมหาเถรสมาคมเพื่อเสนอรายชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 ว่า “อยู่ไหนล่ะ” เมื่อถามว่าเรื่องยังไม่ถึงนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบอย่างมีอารมณ์ฉุนเฉียวว่า “ก็อยู่ที่ไหนเล่า นี่ตอบอย่างนี้มันชัดเจนหรือไม่ อยู่ที่ไหนก็คือไม่เห็น ทำไมต้องแปลให้มันชัดขนาดนั้นว่ะ ปัดโธ่”
เมื่อพูดถึงความเคลื่อนไหวทั้งสองฝ่าย ที่ต้องจับตามองเป็นกรณีพิเศษ นั่นคือ ฝั่งที่สนับสนุนให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ที่นำโดยกลุ่มสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) ซึ่งมีทั้งพระสงฆ์และฆราวาสเป็นผู้ร่วมเคลื่อนไหว นำมาโดยพระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
และเมื่อตรวจสอบถึงความเคลื่อนไหวของพระเมธีธรรมาจารย์ ก่อนหน้านี้ ก็พบว่ามีความเชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกาย และกลุ่มก้อนทางการเมืองทำให้เป็นที่น่าตั้งข้อสังเกตว่า ความขัดแย้งในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่จะลุกลามไปสู่ประเด็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อจะโคนอำนาจ คสช.ด้วยหรือไม่
พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางพระสังฆาธิการเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯพระราชทานตั้งสมณศักดิ์ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญยก มีราชทินนามตามสัญญาบัตรประกอบพัดยศสมณศักดิ์ ว่าพระเมธีธรรมาจารย์
ในโลกออนไลน์ในขณะนี้เบื้องหลังของพระเมธีธรรมาจารย์ว่า ความจริงแล้วเป็นพระฝ่ายเสื้อแดงหรือไม่ เพราะเคยถ่ายภาพกับแกนนำคนเสื้อแดงหลายคน รวมทั้ง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ
นอกจากนี้ ยังได้มีการแชร์คลิปภาพเหตุการณ์ที่พระเมธีธรรมาจารย์ ได้เข้าร่วมพระพุทธมนต์เปิดงานสถานี Peace tv เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 57 โดยมีแกนนำเสื้อแดงเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
พร้อมกันนี้เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2558 พระเมธีธรรมาจารย์ ที่ได้ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia ว่าในเร็วๆ นี้ พระสงฆ์จากทั่วประเทศ จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ นายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธาน สปช. เพื่อให้ยกเลิกคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและม?าตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธ ศาสนา ที่มีนายนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน
ล่าสุด 10 มกราคม 2559 พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า นคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีที่บอกว่า 'การเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราชต้องดู กฎหมาย ความเหมาะสม ถ้ามีความขัดแย้งต้องรอให้ความขัดแย้งคลี่คลายก่อน' เพราะจากนี้ไปก็ต้องวัดใจรัฐบาลว่า จะเต้นตามกลุ่มกดดัน หรือจะยืนอยู่ข้างพระสงฆ์ทั้งประเทศ ถ้ายืนอยู่ข้างพระสงฆ์ทั้งประเทศก็ขออนุโมทนา แต่ถ้ายืนอยู่ข้างกลุ่มกดดัน คงได้เห็นจีวรพระทั่วประเทศเหลืองอร่ามกลางกรุงเทพมหานครแน่นอน
