- 12 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
กับสถานการณ์การเรียกร้องให้ภาครัฐแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ วันนี้ ( 12 ม.ค.)ก็มีความเคลื่อนไหวสำคัญจากทำเนียบรัฐบาลเช่นกัน โดยเฉพาะความชัดเจนจากที่ประชุมในการพิจารณาแต่งตั้งบอร์ดกยท.และหลักเกณฑ์ในการสนับสนุนราคายางในประเทศให้เพิ่มขึ้นจากจุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ที่ประชุมครม.ได้มติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. จำนวน 8 คน ดังนี้
1.พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ กยท.
2.นายประสิทธิ์ หมีดเส็น กรรมการ ในสัดส่วนผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง
3.นายสังข์เวิน ทวดห้อย กรรมการ ในสัดส่วนผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง
4.นายเสนี จิตตเกษม กรรมการ ในสัดส่วนผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง
5.ธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ กรรมการ ในสัดส่วนผู้แทนสถาบันเกษตรกร ชาวสวนยาง
6.นายสาย อิ่นคำ กรรมการ ในสัดส่วนผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง
7.นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการ ในสัดส่วนผู้ประกอบกิจการยางที่มีความเชี่ยวชาญด้านการค้า
8.นายพิชัย ถิ่นสันติสุข กรรมการ ในสัดส่วนผู้แทนผู้ประกอบกิจการยางที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอุตสาหกรรมยาง
โดย พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ในฐานะประธานกรรมการกยท.คนแรก เป็นเตรียมทหารรุ่น 15 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม โดยรับราชการจนได้ดำรงตำแหน่ง เจ้ากรมยุทธการทหารบก ต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็น รองเสนาธิการทหารบกและขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นเสนาธิการทหารบก เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ก่อนเกษียณอายุราชการ
ขณะที่พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 มาตรา 17 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. จำนวน 15 คน ประกอบด้วย
1.ประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงทางด้านการเกษตร วิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม หรือ การบริหาร
2.กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวน 6 คน ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงการคลัง , ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ , ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย , ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม และ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
3.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน แยกเป็นการพิจารณาแต่งตั้งจากผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง จำนวน 3 คน , ผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจำนวน 2 คน , ผู้แทนผู้ประกอบกิจการยางซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการค้าจำนวน 1 คน และ ผู้แทนผู้ประกอบกิจการยาง ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอุตสาหกรรมยาง จำนวน 1 คน
4. ผู้ว่าการ กยท. เป็นกรรมการและเลขานุการ
ดังนั้นจากการพิจารณาแต่งตั้งบอร์ดกยท.แล้วจำนวน 8 คน จึงเท่ากับว่าจะต้องมีการพิจารณาแต่งตั้งกรรมการ กยท. เพิ่มเติมอีก 7 คน คือ กรรมการกยท.โดยตำแหน่ง และ ผู้ว่าการกยท. ซึ่งตาม มาตรา 26 ของพ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย กำหนดให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการกยท. ในการพิจารณาแต่งตั้งและกำหนดอัตราเงินเดือนโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ขณะเดียวกันที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ( 12 ม.ค.) ยังมีมติเห็นชอบมาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง โดยจะเข้ารับซื้อยางในลักษณะราคานำตลาดเพื่อให้ราคาสูงขึ้น โดยมอบหมายให้ องค์กรสงเคราะห์การทำสวนยาง (อคส.) ดูความเหมาะสมของราคาในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งสิ้นประมาณ 1 แสนตัน โดยยางพาราที่รับซื้อดังกล่าวจะนำเข้าสู่กระบวนการผลิตของโรงงาน และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะนำเทคโนโลยีที่ผ่านมาตรฐานเร่งผลิตและให้หน่วยงานของรัฐจะซื้อผลผลิตจากโรงงาน
อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่าสนใจในอนาคต ภายใต้การขับเคลื่อนของ พล.อ.ฉัตรเฉลิม ก็คือบทบาทของกยท. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่นำ 3 องค์กรที่เกี่ยวข้องกับวงการยางพาราเดิมอย่าง องค์กรสวนยาง (อสย.) , สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) และ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตรมาควบรวมเป็นหนึ่งเดียว ต่อจากนี้จะเป็นไปในทิศทางใด
เนื่องจากโดยข้อเท็จจริงพ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 2558 หรือเกือบ 6 เดือนที่ผ่านมา ปรากฏว่าราคายางแต่ละประเภทโดยเฉลี่ย ณ ตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ กลับไม่ได้สะท้อนผลในเชิงบวกต่อการจัดตั้งการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะราคายางตั้งเดือนส.ค. 2558 มีทิศทางตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
สอดคล้องกับข้อมูลว่าแม้ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2558 แต่ปรากฏว่าการขับเคลื่อนเพื่อจัดตั้งกรรมการ กยท.ที่ผ่านมามีปัญหามาโดยตลอด อาทิเช่น การพิจารณาแต่งตั้งกรรมการกยท. ในยุคของนายวีระศักดิ์ ขวัญเมือง ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่ากยท.ชั่วคราว และมีการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คนเป็นกรรมการ กยท. ตามบทเฉพาะกาล ซึ่งกำหนดให้ต้องดำเนินการภายใน 120 วันนับแต่พ.ร.บ.การยางฯบังคับใช้ แต่ท้ายสุดถูกเครือข่ายเกษตรกรยางพาราบางกลุ่มที่เสียประโยชน์ร้องคัดค้านต่อสนช.จนทำให้การดำเนินการแต่งตั้งต้องถูกยกเลิก และทำให้กยท.ไม่มีคณะกรรมการรับผิดชอบขับเคลื่อนภารกิจมานานถึง 6 เดือน
ขณะเดียวกันกับการตัดสินใจ แต่งตั้ง นายเชาว์ ทรงอาวุธ รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยเป็นการชั่วคราว แทนายวีระศักดิ์ ขวัญเมือง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2558 โดย พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็เป็นอีกหนึ่งจุดปัญหาที่ถูกตั้งข้อสังเกตุว่าทำให้การขับเคลื่อนกยท.เกิดปัญหา จนนำมาซึ่งข้อเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณาปรับเปลี่ยนรมว.เกษตรและสหกรณ์ในภายหลัง
เนื่องจากกยท.ได้ไปเซ็นสัญญาผูกพันเรื่องการซื้อขายยางกับจีนจำนวน 2 แสนตัน ทั้ง ๆที่ในการปฎิบัติรักษาการในตำแหน่งผู้ว่ากยท. ไม่ควรเซ็นสัญญาซื้อขายยางใดๆที่เป็นการสร้างพันธะผูกพันและเป็นปัญหาต่อเกษตรกรสวนยางทั้งประเทศ เพราะเงื่อนไขที่กยท.เสนอไปว่าจะขายยางในราคาตลาดบวกเพิ่ม 15 บาท มีส่วนโดยตรงในการทำให้ราคายางช่วงนี้ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ตามแรงกดดันของกลุ่มบริษัทเอกชน 5 เสือ ที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดราคายางในประเทศ และถูกกำหนดให้เป็นผู้มีส่วนรับผิดชอบการซื้อขายครั้งนี้
ดังนั้นจึงมีข้อพิจารณาว่าถึงแม้ภาครัฐจะตัดสินใจเดินหน้าแต่งตั้งบอร์ดกยท.แล้ว แต่ก็ยังอาจไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะทำให้การพัฒนาวงการยางเป็นไปตามทิศทางที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีต้องการ และรับรู้ว่ามีปัญหาในเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไขอีกมาก เนื่องจากวงการยางพาราของไทยทั้งภาคการผลิตและภาคอุตสาหกรรมปัจจุบันมีกลุ่มทุนผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวเป็นจำนวนมาก
คงต้องย้ำว่าถึงแม้ว่าภาครัฐจะพยายามเดินหน้าแก้ปัญหาราคายางตกต่ำอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการเดินหน้าตั้งบอร์ดกยท.ซึ่งถือเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนการพัฒนาวงการยางพาราไทย แต่ก็ใช่ว่าต่อจากนี้จะราบรื่นทั้งหมด ด้วยสภาพปัญหาที่ถูกหมักหมมมานาน ดังนั้นจึงถือเป็นความท้าทายยิ่งของทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ฉัตรเฉลิมที่จะทำให้ยางพาราไทยมีความยั่งยื่นในเชิงการพัฒนาจริง ๆเสียที
