- 12 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
จากสถานการณ์ราคายางพาราที่ตกต่ำตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 จนถึงปัจจุบัน มีการตั้งข้อสังเกตุ ของเกษตรกรชาวสวนยางพารามาโดยตลอด ว่ามีอาจไม่ชอบมาพากลจากรณีที่ องค์การสวนยาง หรือ อสย.ได้มีการขายยางจำนวนกว่า 2 แสนตัน ให้กับประเทศจีน
ซึ่งพบความผิดปกติ เนื่องจากว่าเป็นการซื้อขายผ่านบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ที่เรียกว่า 5 เสือ ยางพารา และ ยางจำนวนกว่าสองแสนตันที่ถูกขายออกไปไม่ใช่ยางที่ค้างอยู่ในสต๊อกแต่เป็นยางใหม่ที่ผลิตออกมาทำให้มีผู้ได้รับผลประโยชน์เป็นจำนวนมหาศาลแต่กลับทำให้ราคายางตกต่ำลง
ย้อนกลับไป ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2558 ปรากฏ ข่าวว่า
องค์การสวนยาง ได้เซ็นสัญญาขายยางพาราในสต๊อกรัฐบาล 2.08 แสนตัน ซึ่งเป็นสต๊อกจากโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราปี 2555 ให้กับไชน่า ไห่หนาน รับเบอร์ อินดัสทรี กรุ๊ป ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 57 ในราคา 1.9 เหรียญสหรัฐ/กก.สำหรับยางเกรดพรีเมี่ยม และราคาจะลดหลั่นลงมาตามคุณภาพยาง
นายชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ ผู้อำนวยการองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) กล่าวว่า การขายยางในสต๊อกรัฐบาล 2.08 แสนตัน ที่ทางผู้ซื้อให้ข่าวไปแล้วนั้น จะมีการส่งมอบสินค้าภายใน 15 วัน ตามระบุในสัญญา หรือไม่เกินกลางเดือน ธ.ค.นี้
จากข่าวเรื่องของการจำหน่ายยางพารา ดังกล่าวก็มีกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราได้ทำการเปิดเผยเอกสารการทำสัญญาซื้อขายดังกล่าวออกมา ดังต่อไปนี้
ข้อตกลงในการซื้อขายผลิตภัณฑ์ยาง เลขที่ข้อตกลง SINOCHEM (๒๐๑๕) HT ๒๘๒
ข้อตกลงในการซื้อขายผลิตภัณฑ์ยางฉบับนี้ทำขึ้นที่ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ณ วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๘ ระหว่างการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๘ (ค.ศ.๒๐๓๘) แห่งราชอาณาจักรไทย สำนักงานตั้งอยู่ที่ ๖๗/๒๕ ถนนบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐ ประเทศไทย ผู้แทนโดย นายเชาว์ ทรงอาวุธ ( “ผู้ชาย” ) ฝ่ายหนึ่ง กับเครือชิโนเคม(“SINOCHEM”) บริษัทซึ่งดำเนินการภายใต้กฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ ๑๒/F , Central Tower , Chemsunny World Trade Center , ๒๘ Fuxingmennei Street,มหานครปักกิ่ง ๑๐๐๐๓๑ , ประเทศจีน เป็นตัวแทนโดย นายหลิว เตอะชู ผู้มีอำนาจที่สามารถผูกพันกับนิติบุคคลที่ปรากฏในใบอนุญาตประกอบธุรกิจ( “ผู้ซื้อ” ) อีกฝ่ายหนึ่ง ผู้ซื้อและผู้ขายจะเรียกรวมว่า “คู่ค้า”
ในกรณี ตามที่บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยความร่วมมือการค้าสินค้าเกษตรลงนามเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๗ เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองรัฐ และเป็นการเริ่มต้นโครงการความร่วมมือสร้างทางรถไฟ ไทย-จีน ในปี ๒๕๕๘ ประเทศจีนพร้อมที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ยางที่มีปริมาณรวม ๒๐๐,๐๐๐ ตันจากประเทศไทย
ในกรณี ทั้งรัฐบาลจีนและรัฐบาลไทยเห็นพร้อมต้องกันว่า ร่างการดำเนินการสำหรับการซื้อผลิตภัณฑ์ยางดังกล่าวคือ(๑) SINOCHEM เป็นผู้ซื้อ ฝ่ายจีน ;(๒) RAOT เป็นผู้ชาย ฝ่ายไทย โดยแสดงความนับถือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายยอมรับการดำเนินการของข้อตกลงนี้ที่เกี่ยวกับการซื้อขายผลิตภัณฑ์ยางดังกล่าวจะต้องอยู่บนพื้นฐานของระเบียบปฏิบัติในเชิงพาณิชย์และระเบียบปฏิบัติสากล
คู่ค้าทั้งสองฝ่ายได้ทำการตกลงกันในข้อกำหนดและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
การขายสินค้า
ผู้ซื้อได้ทำการตกลงซื้อ และผู้ขายได้ทำการตกลงขายผลิตภัณฑ์ยาง ที่ผลิตไม่เกิน ๓ เดือนก่อนวันที่จัดทำข้อตกลงฉบับนี้ เป็นเงินจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ (สองแสน) ตัน ประกอบไปด้วย ยาวงแผ่นรมควัน (“RSS๓”) เป็นจำนวน ๑๕๐,๐๐๐ (หนึ่งแสนห้าหมื่น) ตัน และยางแท่ง (“STR๒๐”) เป็นจำนวน ๕๐,๐๐๐ (ห้าหมื่น) ตัน (หลังจากนี้จะเรียกรวมๆว่า “ผลิตภัณฑ์ยาง”)
รายชื่อบริษัทผู้ประกอบการตามความต้องการของผู้ซื้อ
(1)ยางแผ่นรมควัน
1.บริษัทศรีตัง
2.บริษัทวงศ์บัณฑิต
3.บริษัทเซาท์แลนด์
4.บริษัทไทยฮั้ว
5.บริษัททองไทย
6.บริษัทบี.ไรท์.
(2)ยางแท่ง
1.บริษัทศรีตัง
2.บริษัทวงศ์บัณฑิต
3.บริษัทเซาท์แลนด์
4.บริษัทไทยฮั้ว
5.บริษัททองไทย
6.บริษัทเต๊กบี้ห้าง(ยางไทยปักษ์ใต้)
การผลิตยางทั้งหมด ผู้ผลิตดังกล่าวข้างต้นเท่านั้นที่จะเป็นผู้ผลิตยางได้ และต้องทำการผลิตยางด้วยตนเอง
และว่าด้วยเรื่องของข้อตกลงในการซื้อขายผลิตภัณฑ์ยางที่ได้ตรวจสอบโดยการดูรายละเอียด บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งนี้ นาย ทศพล ขวัญรอด ผู้ประสานงานกลุ่มชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ ได้ทำความเข้าใจเอาไว้ดังนี้
เพื่อให้เกิดความชัดเจนเราจะไปทำความเข้าใจที่มาที่ไปของบริษัทผู้ประกอบการยางพารา ที่ปรากฏชื่ออยู่ในสัญญาสัมปทานและพบว่าอาจจะเป็นส่วนได้ส่วนเสียกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"บริษัท ศรีตรัง" ตั้งอยู่ที่ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ สงขลา
ศรีตรังถือเป็นผู้นำในการผลิต และจัดจำหน่าย ยางธรรมชาติที่ครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณร้อยละ 10 ของความต้องการยางธรรมชาติทั่วโลก และมีผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติขั้นพื้นฐานที่ครอบคลุมทุกประเภท ได้แก่ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และน้ำยางข้น ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 1,400,000 ตันต่อปี จากโรงงานที่ตั้งอยู่ในประเทศ ผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุด สองอันดับแรกของโลก ได้แก่ ประเทศไทย และประเทศอินโดนีเซีย รวมกว่า 27 โรง
"บริษัท วงศ์บัณฑิต" จำกัดตั้งอยู่ที่ 20/5 ถนนโกมารภัจจ์ ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
ดำเนินกิจการผลิตยางพาราเพื่อส่งออก ได้แก่ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง น้ำยางข้น ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ทั้งนี้มีสำนักงานภูเก็ต โรงงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี กระบี่ ชุมพร และอุดรธานี
"บริษัทเซาท์แลนด์" ตั้งอยู่ที่ 55 ถ.ราษฎร์ยินดี ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
เป็นบริษัทผลิตยางพาราแท่งตรามาตรฐาน และยางผสมเพื่อส่งออกต่างประเทศและจำหน่ายในประเทศ ตามมาตราฐาน
"บริษัทไทยฮั้ว" ตั้งอยู่ที่ 99/9 หมู่ 8 ถนนทุ่งสง-สุราษฎร์ธานี ตำบลดุสิต อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช
เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางและส่งออกยางรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครและมีสาขาครอบคลุมพื้นที่ภายในประเทศทั้งหมด 12 สาขา และ 1 สาขาในต่างประเทศ คือ เซี่ยงไฮ้ ประเทสจีน
