- 15 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง www.tnews.co.th
เปิดฉากอย่างเป็นทางการก็ว่าได้สำหรับคดีรับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยในวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดไต่สวนพยานฝ่ายโจทก์เป็นครั้งแรก โดน น.ส.ยิ่งลักษณ์จะต้องเดินทางไปที่ศาล
และบทสรุปสุดท้ายของเรื่องราวทั้งหมดก็คือว่า ในระยะเวลาต่อจากนี้ไปอีกประมาณ 1 ปี ศาลจะมีคำพิพากษาออกมาอย่างไร และคำพิพากษานั้นจะเป็นชนวนนำไปสู่ความรุนแรงทางการเมืองหรือไม่
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาศาลเพื่อสืบพยานไต่สวนนัดแรกคดีจำนำข้าว โดยมีอดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตส.ส. มาให้กำลังใจ อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายวรรเทพ รัตนากร นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ และนายวัฒนา เมืองสุข
บรรยากาศโดยรอบศาลฎีกา มีมวลชนจำนวนหนึ่งมาคอยให้กำลังใจ พร้อมมอบดอกกุหลาบสีแดงแก่อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมตะโกน “เรารักยิ่งลักษณ์” และ “ยิ่งลักษณ์สู้ๆ” ตลอดเวลา
จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ ว่า มีความพร้อมในเนื้อหา ซึ่งอาจมีการให้การนอกจากที่ฝ่ายโจทย์ได้ให้ไว้ในชั้นป.ป.ช. เนื่องจากมีพยานปากใหม่ ที่ยังไม่เคยให้การในชั้นป.ป.ช. คงจะมีคำถามเพิ่มเติม และเราคงต้องนำเสนอให้ศาลเป็นผู้พิจารณาและ พยายามทำอย่างเต็มที่ และว่าไปตามเนื้อหา ซึ่งคงต้องให้ศาลพิจารณาต่อไป สำหรับพยานฝ่ายตนนั้นก็พร้อมที่นำเสนอข้อมูลในการนัดในเดือน เม.ย.ที่จะถึง และหลังจากที่สืบพยานไต่สวนนัดแรกคดีจำนำข้าวแล้วเสร็จ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์ เพียงสั้นๆ
ด้านนายนรวิช หล้าแหล่ง ทนายความนางสาวยิ่งลักษณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีพยานบุคคลกว่า 70 ปาก ทั้งอดีตรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูง ที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว พร้อมกับมีการเพิ่มพยานเอกสารเพิ่มเติมแต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงว่า ถ้าให้ตนให้กำลังใจ ตนคิดว่าเขาทำถูกต้องแล้ว ถ้าเป็นเราในอนาคตที่จะต้องโดนฟ้องก็ต้องทำแบบนั้น ตนยังชื่นชมที่เขาต่อสู้ด้วยวิธีทางกฎหมาย บ้านเมืองต้องเดินอย่างนี้ จะไปอ้างไม่ได้ บ้านเมืองต้องเดินได้ ต้องสู้ตามกฎหมาย การไต่สวนจะเป็นอย่างไร ผิดถูกยังไม่ทราบ แต่การที่เขาจะไปต่อสู้ใช้สิทธิ์ทางศาลนั้น ตนว่าเป็นเรื่องที่ดีของสังคม
กระบวนการไต่สวนคดีโดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อจากนี้นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งและเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการชี้ชะตาสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศ
ทำให้เกิดการคาดคะเนกันว่าศาลจะมีคำพิพากษาออกมาในวันไหน และแม้ว่าจะไม่วามารถคาดเดาได้เพราะการไต่สวนคดีเป็นเรื่องของพยานหลักฐาน แต่ถ้าหากลองเทียบเคียงกับคดีทุจริตที่ดินรัชดาของนายทักษิณ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของศาลเดียวกัน ก็อาจจะเหลือเวลาให้น.ส.ยิ่งลักษณ์หายใจหายคออีกแค่เพียง1ปีเท่านั้น
ศาลมีคำสั่งรับฟ้องคดีทุจริตที่ดินรัชดาของนายทักษิณ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550จนกระทั่งพรรคพลังประชาชนเอาชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เกิดเป็รรัฐบาลนอมินีหรือตัวแทน โดยนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี
นายทักษิณจึงสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อีกครั้งในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 09.40 น. โดยทันทีที่ นายทักษิณเดินทางมาถึงประเทศไทย ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมกับก้มลงกราบพื้น ที่หน้าห้องรับรองพิเศษ และโบกมือทักทายประชาชนที่มารอให้การต้อนรับ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก็เดินทางไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อรายงานตัวในคดีทุจริตที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก ต่อด้วยการรายงานตัวต่ออัยการสูงสุด ในคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัท เอสซีแอสเซท จำกัด (มหาชน) ในเครือชินคอร์ป
นายทักษิณพยายามต่อสู้คดีทุกวิถีทาง ระหว่างนั้นมีทีมทนายความนำถุงขนมใส่เงิน จำนวน 2 ล้านบาทไปให้แก่เจ้าหน้าที่ศาล แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมรับ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และมีการแจ้งความดำเนินคดี ส่วนเงินของกลางได้คืนแก่ทีมทนายความไป
หลังจากนั้นศาลได้แจ้งข้อหาละเมิดอำนาจศาลกับทั้งสาม และไต่สวนข้อเท็จจริง กระทั่งวันที่ 25 มิถุนายน 2551 ศาลฎีกามีคำสั่งให้จำคุกนายพิชิฏ ชื่นบาน กับพวก คนละ 6 เดือน ฐานละเมิดอำนาจศาล จนพ้นโทษเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2551
หลังจากคดีถุงขนม 2 ล้านบาทแดงขึ้นมา จนทีมทนายของนายทักษิณถูกตัดสินจำคุก นายทักษิณจึงหาเหตุเดินทางออกต่างประเทศ โดยได้เดินทางออกนอกประเทศไปยังประเทศจีน ในช่วงการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกช่วงเดือนกันยายนจนกระทั่งครบกำหนดวัน ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ที่นาย ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ต้องไปไปรายงานตัวต่อศาล แต่ทั้ง 2 กลับเดินทางไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่มีบุตรธิดาทั้งสามรออยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงออกหมายจับ นายทักษิณ และคุณหญิง จำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษกและตั้งสินบนนำจับทันทีโดย คดีของ นายทักษิณ จะมีอายุความ 15 ปี ถึงวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566
และท้ายที่สุด วันที่ 21 ต.ค. 2551 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาให้ลงโทษจำคุกนายทักษิณ 2 ปี เพราะ ฉะนั้นเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบคดีจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์กับคดีทุจริต ที่ดินรัชดานับตั้งแต่ศาลรับฟ้องเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 เท่ากับว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็อาจจะมีเวลาต่อสู้คดีอีกอย่างน้อย 1 ปีกับอีก 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ศาลรับฟ้องคดี
เพราะฉะนั้นหากใช้วิธีการเทียบเทียงดังกล่าวไม่เกินปีพ.ศ.2559คดีรับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็จะได้ข้อยุติซึ่งเดิมพันทั้งชีวิตของน.ส.ยิ่งลักษณ์กับโทษจำคุกสูงสุด 1-20 ปีเลยทีเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พรบ.ปปช.มาตรา123/1
พระราชบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ
พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดใน
ตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
