จับตาใกล้ชิด!! จ่านิวพร้อมพวกเคลื่อนไหวเย้ยกฎหมาย ยันไม่เข้าร่วมกระบวนการยุติธรรมในยุคเผด็จการ!!!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

       

 

       ติดตามกันต่อกับประเด็นที่กลุ่มประชาธิปไตยศึกษาและกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ได้มีการอ่านแถลงการณ์จุดยืนว่าจะไม่เข้าร่วมในกระบวนการยุติธรรมหลังจากที่ถูกศาลทหารออกหมายจับ

 

 

 

 

 


ที่สถานีรถไฟธนบุรี นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์, น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ และนายกรกช แสงเย็นพัน แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษาและกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) ร่วมกันแถลงข่าวเรื่อง การออกหมายจับสมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ จากการเข้าร่วมกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์

 


โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค. พวกเราได้รับหมายเรียกจากการเข้าร่วมกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ จึงได้แสดงจุดยืนไม่เข้าร่วมในกระบวนการยุติธรรมภายใต้ระบอบเผด็จการ และวันนี้กระบวนการยุติธรรมภายใต้ระบอบเผด็จการก็ออกหมายจับพวกเราในที่สุด นี่คือรางวัลที่บุคคลจะได้รับจากการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นภายใต้การรัฐประหาร

 


แถลงการณ์ระบุต่อไปว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทุกเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอุทยานราชภักดิ์ ทั้งข้อกังขาที่ยังคงถูกปกปิดอยู่จนทุกวันนี้ ทั้งท่าทีของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และกองทัพที่ไม่มีความจริงใจในการเปิดเผยข้อมูลแก่ประชาชน ทั้งเห็นชะตากรรมที่ผู้มุ่งหมายจะตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องประสบ ได้แสดงให้เห็นจนเป็นอันสิ้นสงสัยแล้วว่าโครงการดังกล่าวมีการทุจริตจริง และย่อมกล่าวได้ว่าผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ

 


ต่อจากนี้พวกเราจะขอเดินหน้าทำกิจกรรมตรวจสอบการดำเนินการต่างๆ ในอนาคตของ คสช. เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ที่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดควรจะได้รับ รวมถึงกิจกรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายในการขับไล่เผด็จการ ทวงคืนประชาธิปไตย อย่างที่เคยทำต่อไป และขอยืนยันว่าจะไม่หนีไปไหน จะใช้ชีวิตอย่างเปิดเผย จะทำในสิ่งที่เชื่อมั่นตลอดมา และจะต่อสู้กับเผด็จการให้ถึงที่สุด

 


น.ส.ชลธิชา กล่าวว่า หากในอนาคตมีการควบคุมตัว พวกตนก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการและเข้าสู่เรือนจำ ส่วนเหตุการณ์ครั้งนี้จะย้อนรอยทำให้ตนถูกจับกุมเหมือนการเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยเมื่อครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ ก็ไม่สามารถประเมินได้ เพราะเรื่องการดำเนินคดีอยู่ในส่วนของ คสช. ซึ่งตนก็จะไม่ประมาทต่อท่าทีของ คสช. และเตรียมพร้อมที่จะรับมือเสมอ การติดคุกไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกหรือน่ายินดี ยอมรับว่ากลัวไม่อยากติดคุก แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการ เพราะตนมีความฝันอยากอยู่ในสังคมที่ดีกว่านี้ มีสิทธิเสรีภาพ ต่อให้เข้าคุกก็พร้อมรับสิ่งที่จะตามมา

 


ด้าน นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า เรายังติดใจในประเด็นการทุจริตอุทยานราชภักดิ์และต่อต้านรัฐบาลอยู่แล้ว แต่เราก็จะเคลื่อนไหวในประเด็นอื่นต่อไปด้วย ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ยึดตั๋วรถไฟที่ตนสะสมไปนั้น ยืนยันว่าต้องเรียกร้องให้เอามาคืน เพราะเป็นทรัพย์สินส่วนตัว และไม่กังวลกับการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขู่ว่าถ้าไม่ไปมอบตัวจะไม่ได้ประกันตัว เพราะจะได้ประกันหรือไม่เป็นกระบวนการสอบสวน ซึ่งตนไม่ยอมรับมาตั้งแต่ต้น และจะไม่ประกันตัว คดีนี้ผู้ฟ้องคดีเองก็เป็นทหารของ คสช. จึงไม่มีหลักประกันว่าจะไม่มีการกดดันจากรัฐบาล เราจึงไม่ยอมรับกระบวนการสอบสวนของรัฐบาลทหาร

 


หลังจากนั้น แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษาได้นำหมายเรียกมาพับเป็นนกกระเรียน

 


ทั้งนี้ ยังกล่าวอีกว่า หลักๆ มีการประสานงานเจ้าหน้าที่ทนายความ เครือข่ายของพวกเราเอง รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ หากมีการควบคุมตัวใดๆ เกิดขึ้นก็ตาม พวกเราทั้ง 5 คน ยืนยันในเรื่องของการไม่เข้าสู่กระบวนการ และจะไม่ประกันตัว พร้อมที่จะเข้าเรือนจำ

 


การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาธิปไตยศึกษาและกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ที่นำโดยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ในครั้งนี้นั้นสังคมก็ต้องเข้าใจว่าคนกลุ่มนี้นั้นถูกศาลออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อยทั้งยังทำตัวอยู่เหนือกฎหมายไม่ยอมรับกฎกติกาของสังคม

 


เพราะฉะนั้นก็ต้องจับตาดูกันเพื่อไม่ให้เกิดความกระด้างกระเดื่องต่อการบังคับใช้กฎหมายนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีหน้าที่จับกุมตัวตามหมายของศาลจะดำเนินการอย่างไรต่อเรื่องนี้

 


โดยเมื่อวันที่13 มกราคม 2559นักงานสอบสวนสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี ได้มีการนำเอกสารหลักฐานและสำนวน เดินทางมายื่นต่อศาลทหารกรุงเทพ เพื่อขออนุมัติออกหมายจับนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยศึกษา (เอ็นดีเอ็ม) พร้อมพวก

 


กรณีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ข้อ 12 โดยมีการรวมตัวชุมนุมเกิน 5 คน-ขึ้นรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจากที่ทางเจ้าหน้าที่มีการนัดเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ทั้งหมด 11 คน แต่มาพบเพียง 5 คน

 


ทั้งนี้ ศาลทหารกรุงเทพจึงพิจารณาอนุมัติออกหมายจับเลขที่ 2-7 บุคคลที่เหลือ รวม 6 คน ตามรายชื่อต่อไปนี้

 

นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อายุ 23 ปี
         
นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว อายุ 22 ปี
         
นางสาวชนกนันท์ รวมทรัพย์ อายุ 22 ปี
         
นายกรกช แสงเย็นพันธ์ อายุ 23 ปี
         
นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธุ์ อายุ 29 ปี
        
นายธเนตร อนันตวงษ์ อายุ 25 ปี

 


โดยสิ่งที่กลุ่มประชาธิปไตยศึกษาและกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่พยามที่จะกล่าวอ้างนั้นคือการที่พยามที่จะเข้ามาตรวจสอบการทุจริตที่อุทยานแห่งชาติราชภักดิ์แต่กลับถูกขัดขว้าง

 


หรือนี่จะเป็นอีกหนึ่งการเคลื่อนไหวเพื่อดิสเครดิตคสช.อย่างต่อเนื่อง โดยพยายามฉายให้เห็นถึงภาพความบริสุทธิ์ในชุดนักศึกษา กับข้ออ้างเพื่อตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์

 


ซึ่งก็คือนายสิรวิชญ์ เสรีวิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่

 


ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ได้เคยถามว่าการเคลื่อนไหวมีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ก่อนที่นายสีรวิชญ์จะตอบว่า ไม่มี

 


การปฎิเสธว่าไม่มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง แต่ทว่าที่ผ่านมากลับมีภาพของ
นายสิรวิชญ์ที่เข้าไปร่วมเคลื่อนไหวกับพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง รวมไปถึงมีการถ่ายรูปร่วมกับแกนนำของทั้งคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย


จนทำให้รู้สึกว่านายสิรวิชญ์ช่างเป็นคนสำคัญของพรรคเพื่อไทยและนปช.เหลือเกิน


พฤษภาคม 2549 สิรวิชญ์  กับ จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการ

โดยระบุว่า กับจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ผู้ที่เป็นความหวังของการศึกษาไทยในขณะนี้  หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม สิรวิชญ์  กับ  กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

โดยระบุว่า กับ คุณ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ในงาน สวด พระ อภิธรรม ศพ คุณ ยาย อ.เอกชัย วัดธาตุทอง


1 มีนาคม 2556 -สิรวิชญ์  กับ  ชัชชาติ สิทธิพันธุ์  อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

โดยระบุว่า เป็นกำลังใจให้อ.ชัชชาติครับพวกศาลกะโหลกกะลา วสัยทัศน์คับแคบ เอาความขัดแย้งทางการเมืองมาขัดขวางการเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศ


สิรวิชญ์  กับ   รองศาสตราจารย์ ดร. ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต  และเป็นผู้ฝ่าฝืนคำสั่งคสช.ไม่มารายงานตามคำสั่ง คสช 

โดยระบุว่า ถ่ายรูปกับอ.ปวินที่พรรคเพื่อไทย


เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 58  สิรวิชญ์  กับ  สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล  อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โดยระบุว่า เห็นข่าวอาจารย์ ดร. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ถูกไล่ออกแล้วใจหาย
ทั้งๆที่อาจารย์ยื่นใบลาออกแล้ว

ถึงแม้จะไม่เคยลงทะเบียนกับอาจารย์แก
แต่ผมก็เข้าไปฟังบรรยาแกทั้ง 2 วิชา

ได้รับองค์ความรู้อย่างน่าเหลือเชื่อ
แต่ที่สำคัญที่สุด

อาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล คือผู้เป็นแรงบันดาลที่สำคัญในการมีความกล้าหาญทางศีลธรรม ที่จะต่อสู้กับความอยุติธรรมของผม

อาจารย์ไม่ได้สอนที่ มธ. แต่เราก็ไปเรียนกันที่เฟสบุ๊คอาจารย์กันต่อครับ

 


เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2557 สิรวิชญ์  กับ   นายศรัณย์ ฉุยฉาย หรือ " อั้ม เนโกะ " ซึ่งโดนข้อหาหมิ่นเบื้องสูงและ ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

 


ส่วนคำถามที่คุณผู้ชมอยากรู้ว่าทำไมคนกลุ่มนี้ถึงไม่ตรวจสอบโครงการทุจริตอื่นๆโดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว นายสิรวิชญ์ตอบว่า มีคนตรวจสอบมากพอแล้ว

 


อย่างไรก็ตามหากย้อนกลับไปตรวจสอบก่อนหน้านี้ก็จะพบว่าเครือข่ายของพรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดง และขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ได้ออกมาเคลื่อนไหวในการโจมตีคสช.ประเด็นอุทยานราชภักดิ์อย่างพร้อมเพรียง

 


เพียงเท่านี้ก็เป็นที่ชัดเจนว่าคนกลุ่มนี้มีการเคลื่อนไหวที่เป็นระบบและสอดประสานการทำงานแบบแยกกันเดิน รวมกันดีชัดเจน