จับตาอย่ากระพริบ!! มติ ครม.ซื้อ "ยางแสนตัน" กับคำปรามาสของ “วัฒนา เมืองสุข” !? 19ม.ค.นี้รู้กัน !!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง www.tnews.co.th

มาติดตามกันที่ประเด็นการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ  ซึ่งแน่นอนว่าด้วยแนวทางที่ภาครัฐดำเนินการ    เห็นผลชัดว่าเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ราคารับซื้อในตลาดมีการขยับตัวสูงขึ้น  หลังจากพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราถูกพ่อค้าคนกลางกดดันราคามาโดยตลอด

 

ระดับราคายางที่มีความเปลี่ยนแปลงในรอบเดือนม.ค.   พบว่ามีการปรับตัวสูงขึ้นทันทีที่พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  และหัวหน้าคสช. ประกาศเดินหน้ามาตรการให้รัฐมนตรีว่าการ   8  กระทรวงกำหนดแผนปฏิบัตินำยางพาราไปใช้เป็นองค์ประกอบการดำเนินโครงการ  ในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. 2559  จนนำมาซึ่งการทำให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ  เห็นความสำคัญของการนำยางพาราไปใช้เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ในประเทศ  และลดการพึ่งพายอดส่งออกเหมือนในยุคสมัยอดีตที่ผ่านมา 

โดยเฉพาะราคาเมื่อวันที่ 15 ม.ค. ปรากฏว่าราคาน้ำยางสด   ที่ตลาดกลาง อ.หาดใหญ่   ได้ขยับขึ้นไปอยู่ที่  34.00  บาทต่อกิโลกรัม  จากวันที่ 30  ธ.ค. 2558 ยังอยู่ในระดับเพียง 30.00 บาทต่อกิโลกรัม    ส่วนราคายางแผ่นดิบ  ราคาล่าสุดอยู่ที่  38.27  บาทต่อกิโลกรัม  จากราคาเมื่อวันที่ 30  ธ.ค. 2558  ที่  35.80 บาทต่อกิโลกรัม  และ  ราคายางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 41.15  บาทต่อกิโลกรัม  จากราคาเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2558 ที่   37.12 บาทต่อกิโลกรัม

ทั้งนี้    นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ระบุว่า  ภายหลังรัฐบาลประกาศรับซื้อยางพาราแผ่น ดิบในราคา กก.ละ 45 บาท ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. นั้น   โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง   ทำให้ทิศทางราคายางพาราในประเทศเริ่มกระเตื้องดีขึ้นเรื่อยๆ  เพราะมาตรการดังกล่าวของรัฐบาลเป็นการตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง  โดยให้เกษตรกรชาวสวนยางนำยางมาขายให้รัฐบาลโดยตรงเลย ซึ่งกรณีดังกล่าวทำให้พ่อค้าคนกลางต้องดิ้นรนไปควานหาซื้อน้ำยางสดมาเก็บไว้  และเป็นผลทางอ้อมทำให้ราคาน้ำยางสดยิ่งปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นไปต่อเนื่อง

นายทศพล   กล่าวด้วยว่า  ผลอีกประการหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ที่ราคายางมีการปรับตัวสูงขึ้น   คือการที่ประเทศมาเลเซียกำลังขาดแคลนน้ำยางสดจำนวนมาก ทำให้มาเลเซียต้องเร่งกว้านหาซื้อน้ำยางสดจากไทย   ก็ยิ่งทำให้แนวโน้มของราคาน้ำยางสดและยางแผ่นดิบกระเตื้องสูงขึ้นเรื่อยๆ   จึงถือเป็นโอกาสทองของเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ทุกคนยอมรับว่าปัจจัยสำคัญมาจากแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่เดินทางมาถูกทางแล้ว

อย่างไรก็ตาม   นายทศพลย้ำว่าถึงแม้ว่าแนวนโยบายของภาครัฐจะถูกต้องเหมาะสมสถานการณ์  แต่แกนนำชาวสวนยางกลุ่มต่างๆ ยังคงต้องทำหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินการของโครงการต่าง ๆ ให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด  เพื่อไม่ให้เหมือนกับโครงการมูลภัณฑ์กันชนที่ผ่านมา ซึ่งพลการรั่วไหลกันมากมายจนเกษตรกรชาวสวนยางไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากโครงการมูลภัณฑ์กันชน

และกับแนวทางการรับซื้อยางของภาครัฐก็ต้องติดตามการประชุมครม.ในวันที่ 19 ม.ค. ว่าหลักเกณฑ์รายละเอียดทั้งหมดจะเป็นอย่างไร    โดยเฉพาะแนวทางการรับซื้อน้ำยางสด  ยางก้อนถ้วย  และยางแผ่นดิบ  ด้วยเม็ดเงินค่าธรรมเนียมการส่งออกยางพารา (เซส) ของ กยท.การยางแห่งประเทศไทย  หรือ กยท.   ที่จะมีการสรุปเป็นหลักปฏิบัติที่ชัดเจนออกมาก่อนวันที่ 25 ม.ค. นี้  รวมถึงแนวทางการนำยางพาราชนิดต่าง ๆ ไปใช้ใน 8 กระทรวงเกี่ยวข้อง 

ทั้งนี้ มีรายงานว่าเงินงบประมาณที่จะเอามารับซื้อยางพารา 1 แสนตันในครั้งนี้  จะดึงงบประมาณจากเงินสะสมค่าธรรมเนียมการส่งออกยางพารา (เซส) ของ กยท. ทั้งหมด 31,000 ล้านบาท มาใช้การรับซื้อยางจำนวน 4,500 ล้านบาทเป็นเบื้องต้นก่อน  ซึ่งตามข้อพ.ร.บ.การยางฯ  รัฐบาลสามารถนำเงินเซสมาใช้ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย  เนื่องจากตาม พ.ร.บ. การยางฯกำหนด ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่ารัฐบาลสามารถดึงเงินส่วนนี้มาใช้ในกิจกรรมช่วยเหลือด้านยางพาราได้          ขณะที่ก่อนหน้านั้นหน่วยงานด้านความมั่นคง อย่างกองทัพบกได้กำหนดแนวทางการนำยางพาราไปใช้ในกิจการกองทัพแล้วหลายประเภท  ตามคำสั่งของ  พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)   ที่สั่งการให้หน่วยงานในกองทัพบกพิจารณานำยางพาราไปใช้ผลิตสิ่งของและอุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ โดยเร็วที่สุด  ทั้งการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพารากับผลิตภัณฑ์  ,   สิ่งอุปกรณ์ทางทหาร  ,  เครื่องช่วยฝึก  ,  รถยนต์ทหาร , อุปกรณ์ทางการแพทย์ในโรงพยาบาลกองทัพบก  

ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดให้นำยางพาราไปดำเนินการแปรรูปเพิ่มเติม  อาทิ  ใช้เป็นส่วนผสมในงานก่อสร้างซ่อมแซมถนน   และเป็นวัสดุสำหรับงานฉนวนกันซึมในงานก่อสร้างของทหารช่าง   หรือ  ใช้ผลิตเป็นสิ่งอุปกรณ์ทางทหาร  เช่น  ที่นอนทหาร  ,  ที่นอนผู้ป่วยในโรงพยาบาลทหาร  ,  หมอน  ,  รองเท้าผ้าใบ  , รองเท้าทรงสูงครึ่งน่อง (รองเท้าฝึก)   ,  ถุงมือยาง ,  ผลิตยางรถยนต์ทหาร เป็นต้น   ซึ่งแผนงานทั้งหมดได้กำลังพลในกองทัพบกเร่งไปดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วที่สุด

ทางด้าน   ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)  ก็ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกทม.  พิจารณาแนวทางการนำยางพาราไปใช้ในการก่อสร้าง ซ่อมแซมงานสาธารณูปโภค สาธารณูปการต่าง ๆ    อาทิ  โครงการปรับพื้นลานกีฬาด้วยยางพารา  การก่อสร้างปรับปรุงผิวถนน ทางเท้า ของสำนักการโยธา   การปรับสภาพสนามในโรงเรียนกทม.ทั้ง 438   โรงเรียนของสำนักการศึกษา   เป็นต้น  โดยเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถรับซื้อยางพาราจากกลุ่มเกษตกรได้จำนวน  2,000  ตันเป็นเบื้องต้น 

ซึ่งล่าสุด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์   ได้นำคณะสื่อมวลชน  ลงพื้นที่สวนวชิรเบญทัศ หรือ สวนรถไฟ  เพื่อยืนยันแนวทางการดำเนินการนำยางพารามาใช้ในก่อสร้างโครงการของกทม.  โดยเฉพาะในส่วนของการก่อสร้างทางจักรยานใหม่ระยะทาง 3.6 กิโลเมตร  ซึ่งจะมีการนำยางพาราจำนวน 37 ตันมาใช้ดำเนินการ  ภายใต้งบประมาณกว่า  20,880,000 บาท และมีระยะเวลาในการทำงานจนแล้วเสร็จประมาณ 180 วัน   แบ่งออกเป็นงานเคลือบผิวถนนซึ่งจะใช้ยางพาราผสม 5 %  ระยะทาง 2.056 กิโลเมตร    นอกจากนี้จะมีการปรับปรุงสะพาน ,   การสร้างสะพานริมเขื่อน   รวมถึงการปรับปรุงสนามฟุตซอล   สนามเด็กเล่นภายในสวนสาธารณที่จะใช้ยาง 100  %  

อย่างไรก็ตามกับแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำของภาครัฐ ซึ่งดำเนินการทั้งในระยะสั้นและระยาว  ที่ทุกฝ่ายกำลังร่วมมือร่วมใจผลักดันให้เป็นผลสำเร็จ ปรากฏว่าทางด้านพรรคเพื่อไทย  โดยนายวัฒนา  เมืองสุข  อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการหลายกระทรวงในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร  ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่านโยบายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่เกิดประโยชน์กับเกษตรกรชาวสวนยางพารา

โดย   นายวัฒนา  อ้างว่ามาตรการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 12 ม.ค 2559  แม้ว่าดูเหมือนจะมุ่งช่วยชาวสวนยางทั้งประเทศ  แต่แท้เข้าจริงคือการเลือกช่วยชาวสวนยางภาคใต้ เพราะยางในภาคอื่นๆ อยู่ในช่วงที่เรียกว่า "ปิดกรีด"   อีกทั้งชาวสวนยางภาคใต้รายย่อยก็คงไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว   เนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาราคายางพารา มีมติให้รับซื้อยางแผ่นไม่รมควันชั้น 3 หรือยางแผ่นดิบในราคากิโลกรัมละ 45 บาท เบื้องต้นจำนวน 100,000 ตัน 

ขณะที่ชาวสวนยางที่แท้จริงผลิตและขายน้ำยางกับขี้ยางหรือยางก้อนเป็นรายวัน  ผู้ผลิตยางแผ่นจึงมีเฉพาะนายทุนหรือผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้นที่จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้  ที่สำคัญขณะนี้ยางอยู่ในมือพ่อค้าหมดแล้ว นายกฯเคยตำหนิสื่ออย่าติทหารทำงานไม่เป็น ครั้งแรกสูญเงินไป 6,000 ล้านบาทได้ยางราคา 4-5 กิโลกรัมต่อ100บาท มาตรการคราวนี้ชาวสวนยางรายย่อยก็ไม่ได้ประโยชน์อีก นายกฯคงต้องออกคำสั่งตามมาตรา 44 กำหนดให้ถือว่าแบบนี้คือ การทำงานเป็น

ขณะที่ชาวสวนยางที่แท้จริงผลิตและขายน้ำยางกับขี้ยางหรือยางก้อนเป็นรายวัน  ผู้ผลิตยางแผ่นจึงมีเฉพาะนายทุนหรือผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้นที่จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้  ที่สำคัญขณะนี้ยางอยู่ในมือพ่อค้าหมดแล้ว นายกฯเคยตำหนิสื่ออย่าติทหารทำงานไม่เป็น ครั้งแรกสูญเงินไป 6,000 ล้านบาทได้ยางราคา 4-5 กิโลกรัมต่อ100บาท มาตรการคราวนี้ชาวสวนยางรายย่อยก็ไม่ได้ประโยชน์อีก นายกฯคงต้องออกคำสั่งตามมาตรา 44 กำหนดให้ถือว่าแบบนี้คือ การทำงานเป็น

ทั้งนี้ต้องถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่นายวัฒนา เมืองสุข  ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขปัญหาประเทศของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  และ คสช. อย่างรุนแรง โดยเฉพาะภายหลังจากการร้องขอศาลปกครองให้ยกเลิกคำสั่งเพิกถอนการห้ามเดินทางออกนอกประเทศไม่เป็นผล

ขณะที่นายวัฒนา ในอดีตนั้น เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์,    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์   ,       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์    ก่อนรัฐบาลทักษิณจะถูกคปค.เข้ายึดอำนาจ เมื่อวันที่  19 ก.ย.2549 

ส่วนประวัติในช่วงการทำงานของนายวัฒนา  เคยถูกปปช.ชี้มูลความผิดกระทำผิดทางวินัยและอาญา  ในช่วงดำรงตำแหน่งรมว.พาณิชย์    ร่วมกับพวกกระทำการทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง กทม.  มูลค่ากว่า 6.6 พันล้านบาท   แต่ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง   มีคำพิพากษาคดีเป็นที่สุดให้ยกฟ้อง ด้วยเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอเชื่อได้ว่านายวัฒนามีส่วนร่วมกระทำผิด

นอกจากนี้นายวัฒนา ในฐานะรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์    ยังถูกปปช.ชี้มูลผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ   ตามประมวลกฎหมายอาญากรณีร่วมกันเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการ   ซึ่งเป็นเอกชนในการจัดซื้อจัดจ้าง

โครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ   และมติปปช.ได้เสนอให้อัยการสูงสุดนำคดีเข้าเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542   มาตรา 11  อีกด้วย

คงต้องติดตามแนวทางการแก้ปัญหาราคายางของภาครัฐต่อไปในสัปดาห์หน้าว่าจะล้มเหลวเหมือนคำปรามาสของนายวัฒนา เมืองสุขหรือไม่ อย่างไร แต่ด้วยข้อเท็จจริงของราคายางที่ปรับเพิ่มขึ้นขณะนี้ก็ต้องถือว่าเป็นทิศทางที่ดีสำหรับการทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราพอมองเห็นอนาคตได้บ้างไม่มากก็น้อย  และถ้าภาครัฐสามารถดำเนินมาตรการได้เป็นที่พอใจชาวสวนยาง ก็คงต้องย้อนกลับไปถามความคิดเห็นนายวัฒนาอีกครั้งว่าพอใจผลงานรัฐบาล และคสช.หรือไม่ อย่างไร