"รัฐบาล" ยื้อปมตั้ง "สังฆราช" ส่อบานปลายจุดชนวนม็อบพระ ??

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 


ภายหลังจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติส่งเรื่องตามมติของมหาเถรสมาคมที่เสนอให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ไปให้กับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังเป็นที่จับตามองจากหลายฝ่ายว่ารัฐบาลจะหาทางออกกับเรื่องนี้อย่างไร

 

 

 


เนื่องจากมีกาดกดดันจากหลายฝ่ายทั้งสนับสนุนให้แต่งตั้งและค้านค้าน ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดทำท่าจะบานปลายมากขึ้นเรื่อยๆ

 


นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอนามสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นพระสังฆราชองค์ที่ 20 ให้นายกรัฐมนตรีเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ว่า วันนี้ จะยังไม่มีหารือกับนายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการ พศ. เนื่องจากนายพนม อยู่ระหว่างการเดินทางไปต่างประเทศ แต่ได้มีการหารือไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการพูดคุยในทุกเรื่องที่คาดว่าจะเป็นปัญหาความขัดแย้ง ทั้งเรื่องกลุ่มคณะสงฆ์เตรียมออกมาเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จช่วง และกลุ่มที่จะออกมาคัดค้านสมเด็จช่วงว่าควรทำอย่างไร ส่วนตัวได้ให้ พศ.ไปศึกษา ทบทวน หาข้อมูลว่าจะทำอย่างไรเพื่อลดความขัดแย้งดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่มีกำหนดการการประชุมครั้งต่อไป       

 


นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายสุวพันธุ์ ในเรื่องนี้แต่อย่างใด สำหรับเรื่องดังกล่าวตนได้ตอบไปหมดแล้ว คงไม่มีอะไรต้องอธิบายทุกวัน แต่หากมีอะไรใหม่ตนจะแจ้งให้ทราบ

 


จากความไม่ชัดเจนดังกล่าว ทำให้ทั้งฝ่ายสนับสนุนและค้านค้านต่างออกมาโหมกระแส เพื่อกดดันรัฐบาล

 


นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ยื่นหนังสือถึงพ.ต.ท.ไพศิษฐ์ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ )เพื่อเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนการครอบครองรถยนต์หรูของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จฯช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ

 


นายไพบูลย์ กล่าวว่า ขณะนี้สังคมกำลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการครอบครองรถยนต์หรูของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบกรณีการหลีกเลี่ยงภาษี โดยกรณีดังกล่าวถูกนำไปเกี่ยวโยงกับการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ และอาจกลายเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอเป็นตัวแทนเร่งรัดให้ดีเอสไอตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้สิ้นข้อสงสัยรวม 3 ข้อ คือรถยนต์คันดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่ พระเถระชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการได้มาอย่างไร และกระทำผิดกฎหมายอย่างไรบ้าง

 


 

 

 

 

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 19 ม.ค. เวลา 09.00 น. จะเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยข้อกฎหมายมาตรา 7 ของพ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปี 2535 หมวดสมเด็จพระสังฆราช ในส่วนขั้นตอนการเสนอพระราชาคณะผู้มีสมณะสูงให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้า ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนา( พศ.) ตีความข้อกฎหมายว่าต้องเริ่มขั้นตอนจากมหาเถรสมาคม(มส.) แต่ตนไม่เห็นด้วยเพราะตัวบทของกฎหมายเขียนไว้ว่าให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมส. ดังนั้น เท่ากับต้องมีชื่อส่งไปให้มส. ไม่ใช่เริ่มจากมส.เลือกเอง เรื่องดังกล่าวสำนักงานผู้ตรวจเงินแผ่นดินมีอำนาจวินิจฉัย พร้อมขอให้ผู้ตรวจการฯยื่นเรื่องทักท้วงไปนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลพศ. เพื่อชะลอการนำเสนอชื่อจากมส.ให้กับนายกรัฐมนตรีพิจารณา

 


ขณะที่ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนยบริหารคดีพิเศษกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เปิดเผยว่า คดีรถหรูเลี่ยงภาษีที่ดีเอสไอตรวจสอบได้แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีราคาเกิน 4 ล้านขึ้นไป จำนวน 500 คัน และกลุ่มที่มีราคาต่ำว่า 4 ล้านบาท มีจำนวนกว่า 5,000 คัน โดยที่ผ่านมาดีเอสไอได้ดำเนินการตรวจสอบในกลุ่มแรกไปก่อนแล้ว ส่วนกลุ่มที่ราคาต่ำกว่า 4 ล้านบาท ซึ่งจำนวนนี้มีรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์รวมอยู่ด้วย และขณะนี้อยู่ในตั้งตอนการตรวจสอบ ดังนั้นเมื่อมีการร้องเรียนดีเอสไอได้ประสานไปยังกรมศุลกากรเพื่อขอข้อมูลในการนำเข้าชิ้นส่วนของรถจดประกอบ โดยรถของสมเด็จฯวัดปากน้ำ ได้จดทะเบียนเป็นผู้ครอบครองเป็นคนแรก แต่ปัจจุบันได้มีการแจ้งยกเลิกใช้งานรถคันดังกล่าวแล้ว และถูกนำเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์เป็นของสะสม

 


 พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า แม้จะมีการร้องเรียนให้เร่งตรวจสอบในเรื่องนี้ แต่ก็ต้องแยกแยะระหว่างคดีทางโลกและทางธรรม อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้พนักงานสอบสวนคงต้องเข้าไปตรวจสอบรถของสมเด็จฯพระมหามังคลาจารย์ปัญหาคือ จะต้องเร่งตรวจสอบเอกสารการนำเข้าว่ารถจดประกอบคันดังกล่าวนำเข้ามาผิดหรือไม่ เพราะทางพนักงานสอบสวนจะต้องตรวจสอบเอกสารที่สำแดงว่า เป็นการนำเข้าชิ้นส่วนหรือเป็นการนำเข้าทั้งคัน

 


พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ศพศ.) เปิดเผยว่า องค์กรชาวพุทธและพระสงฆ์กว่า 4 หมื่นรูป จาก 40 จังหวัดทั่วประเทศ ได้ร่วมกันกำหนดท่าทีเรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช โดยเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความชัดเจนและดำเนินการตามประเพณีปฏิบัติ คือเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช

 


หากรัฐบาลไม่ดำเนินการตามนั้น ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะรวมตัวกันแสดงสังฆามติ และหากต้องการวัดกันที่จำนวนมวลชน คณะสงฆ์จำนวนมากพร้อมออกมาเตือนสติ

 


ต่อจากนี้ยังคงต้องจับตามองกันต่อไปว่ารัฐบาลภายใต้อำนาจของนายกรัฐมนตรีจะเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราชตามที่มหาเถรสมาคมเสนอหรือไม่

 


และสถานการณ์ที่ทำท่าว่าจะเปิดศึกกันระหว่างฝ่ายต้านกับฝ่ายหนุนนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป