การบ้านโจทย์ใหญ่!! จะซื้อยางอย่างไร ให้เงินถึงมือ "เกษตรกร" โดยตรง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 


ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.มีมติเห็นชอบการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรในราคา 45 บาทต่อกิโลกรัม จำนวน 1 แสนตัน โดยใช้วงเงิน 4,500 ล้านบาท พร้อมอนุมัติงบกลางไว้อีกกว่า 60,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยจะเริ่มรับซื้อในวันที่ 25 มกราคมนี้ 

 

 

 


คำถามประการสำคัญก็คือรัฐบาลจะกำหนดวิธีการรับซื้อ และบังคับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร และจะตอบโจทย์สำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างไรบ้าง

 


ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.มีมติเห็นชอบการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรในราคา 45 บาทต่อกิโลกรัม จำนวน 1 แสนตัน โดยใช้วงเงิน 4,500 ล้านบาท พร้อมอนุมัติงบกลางไว้อีกกว่า 60,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยจะเริ่มรับซื้อในวันที่ 25 มกราคมนี้ และรับซื้อยางทุกประเภทจากเกษตรกรทั่วประเทศ โดยให้การยางแห่งประเทศไทยไปดำเนินการ ส่วนงบประมาณดังกล่าว จะให้ทางสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปหารือตามกฎหมายว่าจะใช้งบประมาณจากส่วนใด

 


โดยการใช้งบในเบื้องต้นระยะแรกต้องนำงบปี 2559 ลงไปดำเนินการ ซึ่งในเบื้องต้นความต้องการของ 8 กระทรวง กับงบประมาณที่มีสามารถซื้อยางได้ประมาณ 14,000 ตัน

 


แต่ภาพรวมการสร้างความเข้มแข็งในเรื่องยางพารา ต้องลดพื้นที่การปลูกยาง และสร้างกลไกลให้เกิดการแข่งขันขึ้นในตลาดยางให้มีมากขึ้น ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังวางแนวทางเพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบ ทั้งในเรื่องของกฎหมาย อำนาจหน้าที่ต่าง ๆ

 


 


 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ย้ำด้วยว่า การดำเนินการลงไปรับซื้อยางของรัฐบาลในครั้งนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายดำเนินการอย่างรัดกุม อย่าทำให้เกิดการเวียนเทียนยางเข้ามาขายรัฐบาลใหม่ หรือเกิดการทุจริต โดยผู้บริหารในท้องถิ่นต้องช่วยกันดู เพราะทุกคนต้องรับผิดชอบ

 


ประเด็นอันเป็นสาระสำคัญที่ต้องจับตามองต่อจากนี้ไปก็คือกระบวนการรับซื้อที่ยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมา บอกแต่เพียงว่าต้องรับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง

 


พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การรับซื้อเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลจากเกษตรกรโดยตรง ไม่ซื้อกับผู้ที่มีผลผลิตในมือ ต้องมีความโปร่งใส ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ใช้ ทุกหน่วยงานเข้าไปดูเต็มที่    

 

   
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. เปิดเผยผลการ การประชุมสำนักเลขาธิการ คสช.ว่าทาง พล.อ.ธีรชัย นาควานิช เลขาธิการคสช. เป็นประธาน  สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ดูแลการซื้อยางให้ถึงมือประชาชนโดยตรง และส่งคนรับฟังปัญหาประชาชนอย่าง ต่อเนื่อง  ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

 


เพราฉะนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจ สำนักข่าวทีนิวส์จะได้นำเสนอกระบวนการของยางพาราให้คุณผู้ชมเข้าใจดังต่อไปนี้
ราคายางพารา ณ ตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่  20 มกราคม 2559

ยางแผ่นดิบ                36.50  บาทต่อกิโลกรัม

น้ำยางสด                   38.50 บาทต่อกิโลกรัม

ยางแผ่นรมควัน ชั้น3    40.59บาทต่อกิโลกรัม

 


กระบวนการผลิตยางพารามีหลายขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.ชาวสวนกรีดยางได้น้ำยางสด

1.1ขายน้ำยางสดให้พ่อค้าโดยตรง

1.2แปรรูปทำเป็นยางแผ่นดิบขาย

1.3ขายให้กับกลุ่มสหกรณ์

 


2.โรงงานนำเอาน้ำยางสดไปแปรรูปเป็นยางแผ่นและยางแผ่นรมควัน

2.1 โรงงานนำเอายางแผ่นไปขายเองที่ตลาดกลาง

 


3.พ่อค้าคนกลางหรือบริษัทขนาดใหญ่มารับซื้อยางจากโรงงานไปขายที่ตลาดกลาง


ประเด็นที่ 1 รัฐบาลบอกว่าจะรับซื้อยางที่ 45บาท/กิโลกรัม ซึ่งน่าจะหมายถึงยางแผ่นรมควันชั้น 3 ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 40 บาท หมายความว่าต้องชดเชยส่วนต่างประมาณ 5 บาท แต่ยางแผ่นรมควันเป็นยางของโรงงาน ชาวสวนยางส่วนใหญ่ไม่ใช่ผู้ผลิต แล้วจะส่งเงินถึงเกษตรกรโดยตรงอย่างไร


ประเด็นที่ 2 แม้ปัจจุบันราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 จะอยู่ที่ประมาณ 40 บาท แต่น้ำยางสดหน้าสวนกลับต่ำแค่เพียง 25-30 บาทเท่านั้น ต่อให้รัฐบาลทำให้ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ขั้นไปที่ 45 บาท ก็ไม่มีอะไรมาการันตีว่าน้ำยางสดราคาจะขึ้นตามไปด้วย


ประเด็นที่ 3 สมมติว่ารัฐบาลสามารถหาวิธีการไปซื้อน้ำยางสดจากชาวบ้านหรือผ่านสหกรณ์ได้โดยตรง ที่ราคา 45 บาท จะส่งผลต่อราคายางแผ่นรมควันอย่างไรบ้าง

 


เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อวิธีการซื้อยางพาราของรัฐบาลว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตกรจริงๆเราจะไปพูดคุยกับนายนายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและสวนปาล์ม 16จังหัดภาคใต้