"สนธิญาณ" ฟันธง! ฝืนตั้ง "กมธ.สันติสุข" รังแต่สร้างปัญหา-เพิ่มความขัดแย้ง ทะเลาะกันไม่เลิก เหตุเพราะ "ทักษิณ" ไม่ยอมเลิก ลูกน้องไม่กล้าฝืน!!!

ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th

 

 


รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 21 มกราคม 2559  ออกอากาศทางช่องทีนิวส์  ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

 


สนธิญาณ : สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ทุกท่านมาดูคล้ายๆ ผมเป็นคนไม่รักสันติ เป็นคนไม่ชอบการปรองดองอย่างไรก็ไม่รู้ที่ออกมาแสดงอาการคัดค้านโดยเปิดเผยและชัดเจนว่าไม่ควรจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการสันติสุขขึ้นในสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามที่เสนอของ พล.อ.อกนิษฐ์ เมื่อสักครู่ถาก็ได้รายงานข่าวไปแล้วว่าท่านประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็เคยออกมาสนับสนุนตั้งแต่ตอนเริ่มมีแนวคิดอันนี้และวันที่ออกมาบอกว่า พล.อ.อกนิษฐ์มีความรู้ทางด้านนี้นะครับ

 

 

สถาพร : เป็นคนมีความรู้ความสามารถเชื่อว่าถ้าทำแล้วจะสำเร็จ

 

 

สนธิญาณ : ทีนี้ผมเรียนแบบนี้นะครับ ถาก็ทำงานกับผมมานานพอสมควรคือถ้าถามีความคิดอย่างหนึ่งอย่างใด และผมบอกว่ายังไม่ถึงเวลาถาจะทำอย่างไรครับ

 

 

สถาพร : ก็คงจะต้องหยุดก่อน

 

 

สนธิญาณ : ต้องคิดสักนิดนึง

 

 

สถาพร : ถูกต้องครับ เพราะคนที่เป็นหัวหน้าบอกว่ายังไม่ถึงเวลาก็ควรจะต้องถอยกลับมาคิดก่อน

 

 

สนธิญาณ : และหัวหน้าที่ว่าก็ไม่ได้รุกแก่อำนาจอะไร ว่ากันตามเหตุตามผล และไม่ได้พูดครั้งเดียว ผมจะเรียนแบบนี้ครับคือทันทีที่มีแนวคิดในการตั้งคณะกรรมาธิการสันติสุขขึ้นมา เรื่องราวก็เอามาแถลงกันเสร็จนักข่าวก็ไปถามนายกรัฐมนตรี ย้ำนะครับตอนวันอังคารที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา วันนั้นประชุม ครม.เสร็จ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่ายังไม่ถึงเวลา ถัดมาวันที่ 13 14 15 ในวันศุกร์ที่ 15 สำคัญตรงที่รายการคืนความสุข ต้องถือว่าเป็นรายการสำคัญที่พล.อ.ประยุทธ์ตั้งใจจะมาพูดทุกเรื่องที่เอามาพูดในคืนวันศุกร์คือต้องการจะสื่อสารกับประชาชนที่พล.อ.ประยุทธ์คิดแล้วว่าสำคัญที่ต้องคุยกับประชาชน ในคืนวันศุกร์นายกก็พูดเรื่องนี้อีกนะครับ วันนั้นพูดว่าวันนี้หากเราต้องการทำเรื่องปรองดองรวดเร็วเกินไปไม่รอบคอบมีความขัดแย้ง มีสองฝ่ายที่ขัดแย้ง ฝ่ายหนึ่งมุ่งอยากให้สันติ อีกฝ่ายมุ่งแต่จะนิรโทษกรรมแล้วจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะอย่างนั้นสิ่งที่ตนพยายามในสิ่งที่มีอยู่คือทำความเข้าใจกันอย่าเพิ่งไปรีบตั้งคณะขึ้นมา เดี๋ยวก็เปิดประเด็นใหม่ขึ้นมาตนไม่ได้ไม่อยากให้ปรองดองแต่ไม่อยากให้ใช้การนิรโทษกรรมโดยใช้อำนาจของตน ไม่ใช่กฎหมายในขณะที่ทุกพวกทุกฝ่ายยังขัดแย้งกันอยู่ก็จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคตต่อไปก็อีกแน่นอน ผมว่าท่านพูดชัดครับ ดูเหมือนนายกก็เน้นเรื่องนิรโทษกรรมเดี๋ยวผมจะเล่าว่าพล.อ.อกนิษฐ์ออกมาพูดอย่างไรแต่ความพยายามก็จะตั้งต่อไป ท่านนายกก็บอกว่าเราทำอะไรได้ตอนนี้ที่ไม่ใช่ของจริง ไม่ใช่เรื่องจริงก็เป็นการสร้างภาพลวงตาซึ่งอาจจะปะทุขึ้นใหม่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองอีกเหมือนเช่นเดิมก็ติดตามดูนะครับว่าจะเป็นไปได้แค่ไหนอย่างไร ท่านนายกก็ว่าแบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์อาจจะไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่ผมคิดว่าในฐานะหัวหน้าคณะ คสช. อันนี้ก็น่าจะต้องพิจารณาดูนะครับ ถึงไม่ใช่หัวหน้าโดยตรงแต่เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำ 5 สาย ที่ทำให้สภานิติบัญญัติเกิดขึ้นและที่สำคัญกว่านั้นคนที่เอาคอพาดบ่าคอขึ้นเขียงรับผิดชอบต่อประเทศชาติที่เป็นอยู่ในขณะนี้คือพล.อ.ประยุทธ์ ทุกคนอาจจะช่วยรับผิดชอบคนละเล็กละน้อย แต่คนที่ต้องรับผิดชอบคือพล.อ.ประยุทธ์ ผมก็ต้องเรียนว่าที่ต้องเอาพล.อ.ประยุทธ์มาอ้างไม่ใช่อะไรครับ ผมก็พูดอย่างนี้มาตั้งแต่ต้น ผมจะเรียนว่าผมก็คิดเหมือนท่านนายก ว่าจะมีแต่ก่อให้เกิดปัญหา ท่านบอกว่าไม่เกิดปัญหาเมื่อวานก็บอกว่ายังเดินหน้าต่อไปก็ญัตตินี้ที่ให้จัดตั้งกรรมาธิการสันติสุขก็มีสภาฯรับรองถึง 53 คน วันนี้ที่ช้า พล.อ.อกนิษฐ์ บอกว่าเพราะมีคนอยากร่วมเยอะยังไม่ถอนนะครับ

 

 

สถาพร : จะดันทุรังไปทำไมครับ

 

 

สนธิญาณ : เขาบอกว่าไม่ได้มาคิดเรื่องนิรโทษกรรมแต่กำลังคิดว่าจะมีหลักอะไรที่สังคมร่วมกันอยู่ได้ ผมเรียนแบบนี้ครับว่าทำไมก็มีอะไรครับก็อาจจะเป็นความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ แต่ผมคิดว่าผิดที่ผิดเวลาแปลว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของบ้านเมืองที่เป็นอยู่ คิดบนหลักการเพื่อประเทศผิดที่ผิดเวลาแต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เกิดประโยชน์นะครับ แต่ก่อให้เกิดโทษได้อีก ต้องเรียนแบบนี้ครับว่ากลับมาดูเถอะครับกรรมาธิการฯทำงานกัน หลังจากตั้งกรรมาธิการเสร็จจะต้องคณะทำงานเป็นชุดเล็กให้ไปศึกษาก็สามารถไปเชิญคนนอกมาได้อีก ความหมายศึกษาก็คือมานั่งหาข้อมูลกันแล้วถกเถียงหาข้อสรุปกันย้ำนะครับ ใช้เวลา 180 วัน ผมถามว่าข้อสรุปที่ได้จะสรุปอย่างไรครับเมื่อความขัดแย้งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอยู่ที่ทักษิณ ชินวัตร ทำผิดกฎหมายและต้องการกลับประเทศแบบไม่รับโทษ และหลังจากนั้นก็ขยายความขัดแย้งด้วยอำนาจทางการเงินที่ตัวเองมี ไปยังพรรคการเมืองที่ตัวเองสร้างขึ้นและฐานมวลชนที่ตัวเองสร้างขึ้นในแง่ทางการเมืองจนทำให้เกิดความเลวร้าย เพราะต้องการเอาสถาบันฯมาเป็นเครื่องมือในการทำให้ตัวเองหลุดพ้น  ไม่ได้ดังใจก็โจมตีสถาบันฯไม่ต้องไปศึกษาเลยความขัดแย้งของเมืองบ้านมีอยู่เท่านี้

 

 

สถาพร : คือศึกษากันมาหลายรอบแล้ว

 

 

สนธิญาณ : เป็นเรื่องที่ปรากฏชัดไม่ต้องศึกษา ไม่ใช่ว่าศึกษามาหลายรอบ เป็นเรื่องที่สังคมตระหนักและมองเห็นได้ถึงข้อเท็จจริงว่าเป็นแบบนี้

 

 

สถาพร : คือทุกคนสรุปเหมือนกันหมดแล้ว

 

 

สนธิญาณ : เมื่อเป็นแบบนี้คุณจะมาศึกษาและจะให้เกิดสันติสุข หมายความว่ามานั่งพูดกันฟังที่เชียร์ทักษิณมานั่งอยู่พูดหลุดออกจากกรอบนี้ได้ไหม อ้อบ้านเมืองของเราเป็นแบบนี้เพราะทักษิณไม่ยอมรับกฎหมายนี่เองถึงได้วุ่นวาย

 

 

สถาพร : คนพวกนี้ก็ไม่ยอมรับในประเด็นนี้อีก

 

 

สนธิญาณ : กล้าพูดไหมว่าฝั่งตรงข้ามแล้วให้พวกนี้มาพูดว่าบ้านเมืองที่เสียหายเพราะทุจริตคอร์รัปชันขนาดหนัก เห็นไหมโครงการแท็บเล็ต โครงการจำนำข้าวเป็นแสนแสนล้าน อีกฝั่งก็จะบอกว่าโครงการที่จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนเป็นโครงการเพื่อเกษตรกรมีใครคิดจะทำบ้าง ซึ่ผมก็อยากบอกว่าไม่ต้องมีใครคิดทำหรอก 15,000 บาท ถ้าผมไม่ต้องรับผิดชอบประเทศชาติ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องรับผิดชอบประเทศชาติ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องรับปิดชอบประเทศชาติ บอกเลยจำนวนข้าวเกรียนละ 20,000 บาททำไมจะทำไม่ได้ เพราะทักษิณก็ไม่ได้เอาเงินในกระเป๋าตัวเองในบริษัทมาขายสักหน่อยเงินภาษีทั้งนั้นใครๆก็ทำได้ เขายอมรับไหมครับ เขาก็ไม่ยอมรับ พอเอาสิ่งนี้มาพูดก็กลายเป็นเถียง เมื่อนักข่าวมาถามก็แหย่กันไปต่อ ประเด็นก็ขยายลงสู่ประชาชนแบบนี้ไม่สร้างสันติสุขแล้ว จะเป็นคณะกรรมาธิการสร้างอสันติสุขแล้ว ผมต้องเรียนว่าอยากให้สังคมหรือให้คนคิดว่าที่อยากทำกันเพราะไม่มีอะไรจะทำหรือว่าอย่างไร หรือว่าทำแล้วจะได้เกียรติภูมิได้เด่นได้ดังหรือว่าอย่างไร มีเรื่องเยอะแยะกฎหมายที่ต้องออกไปใช้เวลาเหล่านั้นศึกษาผลักดันกฎหมายที่ออก ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรง คุณอาจจะบอกว่าสภานิติบัญญัติมีหน้าที่ศึกษาปัญหาบ้านเมืองแต่นี่อยู่ในภาวะในปกติ หน้าที่ของคุณคือออกกฎหมายไม่ต้องมาศึกษาแล้วโดยเฉพาะข้อเท็จจริงอันประจักษ์ชัดอยู่แล้ว นี่ผมพูดไปชัดเจนว่าปัญหามาจากนี้ครับ ย้ำนะครับไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใครแต่คัดค้านเด็ดขาดเรื่องนี้ และเคยย้ำเหมือนที่ผมเคยพูดไปแล้วว่ายังไม่ทันตั้งก็ตีกันแล้ว เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ นปช. ก็ไม่เข้า ใครจะมานั่งเมื่อไม่ใช่สารถสำคัญ เหมือนที่ผมเคยพูดว่าตัวหัวหน้าเองเคยมานั่งคุยในเวทีทหารมานั่งจับไม้นั่งมีอำนาจทุกคนยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย นี่จะบอกว่าตะล่อมคุยกัน เสียเวลาครับ เหมือนที่บางทีเป็นข้อเท็จจริงที่จะเป็นจุดอ่อน เผด็จการบางเรื่องก็ดีแต่เวลาเกิดประเภทอย่างนี้ขึ้นมา เรียกว่าโหนผู้มีอำนาจจะไปทำกันไปเป็นบทบาท ผมยังย้ำนะครับว่าผมยังเชื่อว่ามีจิตเจตนาดีแต่อย่าดันทุรัง ผมก็จะแสดงการคัดค้านและท่านก็อยู่ในอาชีพทหารมา 30 กว่าปี  ผมก็อยู่ในอาชีพสื่อมวลชนมา 30 กว่าปี ถ้าท่านยังดึงดันที่จะตั้งเดี๋ยวจะบอกเองจะเห็นได้เองแล้วมาดูว่าใครพูดผิดพูดถูกครับ