- 22 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
จากวันนี้ก็เหลือเวลาอีกเพียง 72 ชั่วโมงที่ภาครัฐรับปากจะเข้าดำเนินการรับซื้อยางพาราจากพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วไปประเทศ ในวงเงินขั้นต้นกว่า 5 พันล้านบาท ท่ามกลางข้อสังเกตุจากหลายฝ่ายว่าขั้นตอนการปฏิบัติจะทำได้สมบูรณ์เรียบร้อยมากน้อยแค่ไหน
ขณะที่สถานการณ์ราคายางล่าสุด ณ ตลาดกลางหาดใหญ่ เป็นดังนี้ น้ำยางสดหน้าโรงงานอยู่ที่ 39.00 บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นดิบ ราคา 39.12 บาทต่อกิโลกรัม และ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 41.19 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถ้าเปรียบเทียบจากวันที่ 15 ม.ค. หรือประมาณหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าราคาน้ำยางสดมีการปรับเพิ่มขึ้นแล้ว 5 บาทต่อกิโลกรัม , ราคายางแผ่นดิบ เพิ่มขึ้น 0.85 บาทต่อกิโลกรัม และยางแผ่นรมควันชั้น 3 เพิ่มขึ้น 0.04 บาทต่อกิโลกรัม
ทั้งนี้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประเมินว่าราคายางในช่วงนี้ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากปัจจัยบวกที่นักลงทุนเริ่มคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมัน ซึ่งมีการปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงยังมีข่าวเกี่ยวกับการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงยังได้รับอานิสงส์จากมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางของรัฐบาล และปริมาณผลผลิตที่เริ่มลดลงตามตามฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตามภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวยังคงเป็นปัจจัยกดดันราคายางที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
ส่วนประเด็นความสับสนเรื่องเงินงบประมาณ ที่ภาครัฐจะนำมาใช้ดำเนินการรับซื้อยางพารา ทางด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า ภายในวันนี้ ( 22 ม.ค.) คณะกรรมการกฤษฎีกาจะตอบกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษร ว่า สามารถใช้เงินกองทุนเงินค่าธรรมเนียมส่งออกยาง หรือ เงินเซส ตามพ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ในการรับซื้อยางได้หรือไม่ โดยหากไม่สามารถใช้ได้หรือได้แต่ปริมาณไม่เพียงพอกับยอดที่ตั้งไว้ ก็จะเสนอขอกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน เพื่อนำเม็ดเงินมารับซื้อยางโดยตรงจากเกษตรกร ซึ่งยังคงยืนยันว่าภายใน วันที่ 25 มกราคมนี้ จะมีการซื้อยางจากภาครัฐเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกันในส่วนของการยางแห่งประเทศไทย เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ก็มีการประชุมคณะกรรมการกยท .โดยมีวาระสำคัญเพื่อกำหนดแนวทางการรับซื้อยางพาราจากพี่น้องเกษตรกรชาวสวน
ทั้งนี้ นายเชาว์ ทรงอาวุธ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ระบุถึงกรอบซื้อยางพาราในวันที่ 25 ม.ค. ว่า ประกอบด้วยยาง 3 ประเภท ภายใต้กรอบวงเงิน 4,500 ล้านบาท คือ
1.ยางแผ่นดิบคุณภาพ 3 ราคารับซื้อสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อกิโลกรัม
2.น้ำยางสด ที่มีค่า DRC หรือ ปริมาณเนื้อยางแห้งที่มีอยู่ในน้ำยางสดไม่ต่ำกว่า 28 % ราคารับซื้อ 42 บาทต่อกิโลกรัม
3.ยางก้อนถ้วย ที่มีค่า DRC หรือ ปริมาณเนื้อยางแห้งไม่ต่ำกว่า 55 % ราคารับซื้อ 41 บาทต่อกิโลกรัม
ส่วนข้อกำหนดปริมาณผลผลิตยางที่เกษตรกรสามารถนำขายตามเงื่อนไขนี้ ประกอบด้วย
1.ผลผลิตนำขายรายละไม่เกิน 15 ไร่ โดยจำนวนเศษของไร่ให้ปัดขึ้นเป็น 1 ไร่
2.ปริมาณผลผลิตต่อไร่ไม่เกิน 10 กิโลกรัม รวมรายละไม่เกิน 150 กิโลกรัม
ขณะที่สถานที่รับซื้อยาง หรือ สหกรณ์การเกษตร , สหกรณ์กองทุนสวนยาง , กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง และวิสาหกิจชุมชน จะมีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้นประมาณ 1,500 จุดกระจายในพื้นที่ปลูกยางทั่วประเทศ โดยในส่วนจุดรับซื้อของกยท. จะตั้งอยู่ที่กยท.จังหวัด และสาขาโรงงานแปรรูปยาง รวมถึงศูนย์รับซื้อผลผลิต
นอกจากนี้กยท.ได้กำหนดให้กระบวนการรับซื้อยาง ประกอบด้วย คณะทำงาน 2 คณะ คือ คณะกรรมการบริหารโครงการจังหวัด ประกอบด้วย
นอกจากนี้กยท.ได้กำหนดให้กระบวนการรับซื้อยาง ประกอบด้วย คณะทำงาน 2 คณะ คือ คณะกรรมการบริหารโครงการจังหวัด ประกอบด้วย
1.ประธานคณะกรรมขับเคลื่อนเกษตรแบบเบ็ดเสร็จ
2.ผู้แทนคสช.ในพื้นที่จังหวัด
3.ผู้แทนสำนักงานจังหวัด
4.ผู้แทนสภาเกษตรกรจังหวัด
5.ผู้แทนเครือข่ายสวนยางจังหวัด
6.ผู้อำนวยการกยท.จังหวัด
และคณะกรรมการประจำจุดรับซื้อยาง ประกอบด้วย
1.เจ้าหน้าที่ กยท.
2.เจ้าหน้าที่ คสช.
3.เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตร
4.เจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า
5.เจ้าหน้าที่ปกครองท้องที่
6.ผู้แทนปปช. และ สตง. ในพื้นที่ เป็นผู้สังเกตุการณ์
และเพื่อให้ชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการรับซื้อยางพาราที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 25 ม.ค. รวมถึงมาตรการป้องกันการทุจริตในขั้นตอนการรับซื้อ เราจะไปฟังบางช่วงบางตอนจากแถลงของ นายเชาว์ ทรงอาวุธ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย
ส่วนหลักเกณฑ์เกษตรกรที่จะเข้าโครงการรับซื้อยางพาราของภาครัฐในครั้งนี้ คือ
1.ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ตาม พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย 2558
2.ต้องมีบัญชีธนาคารกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เนื่องจากเมื่อเกษตรกรนำน้ำยางสด , ยางก้อนถ้วย และยางแผ่นดิบมาขาย เจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกข้อมูลลงในระบบอิเล็กทรอนิกส์ และออกเป็นเอกสารให้แก่เกษตรกร หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการจ่ายเงินให้เกษตรกรผ่านบัญชี ธ.ก.ส. ภายใน 2 วัน
ขณะเดียวกันเพื่อให้ครบถ้วนกับแนวทางการรับซื้อยางของภาครัฐ เราจะไปสอบถามความเห็นจาก คุณสังข์เวิน ทวดห้อย กรรมการกยท. และอีกสถานะหนึ่งยังเป็นประธานคณะกรรมการเครือข่ายชาวสวนยาง ภาคตะวันออก เกี่ยวกับความครอบคลุมปัญหาที่เกิดขึ้นกับราคายางที่ตกต่ำ รวมถึงข้อเสนอแนะอื่น ๆ เพื่อให้อุตสาหกรรมยางพาราไทยเดินหน้าไปสู่ความยั่งยืนอย่างที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.
