- 22 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
อีกหนึ่งประเด็น นั่นคือ กรณีที่มีกระแสข่าวจับกุมตัวสมาชิกเครือข่ายไอเอส ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเชีย หลบหนีมายังพื้นที่ จ.นราธิวาสต่อมา ฝั่งรัฐบาล ก็ออกมา ปฏิเสธ ต่อประเด็นดังกล่าว
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม กล่าวถึง ปัญหาเรื่อง ไอซิส หลังจากที่ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของออสเตรียเลีย เข้าเยี่ยมว่า ซึ่งทางออสเตรียเลียมีความกังวล และเราก็ดำเนินการอยู่
เมื่อถามว่า ความร่วมมือในเรื่องการก่อการร้ายจะมีในลักษณะใด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะต้องเซ็นเอ็มโอยูร่วมกันในอนาคต ซึ่งต้องหารือกันก่อนเพื่อให้เกิดความชัดเจน
พล.ต.คงชีพ ตันตระวานิช โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า หลังจากที่มีการจับกลุ่มไอเอสได้ในประเทศต่างๆและมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้น ทาง ออสเตรียเลีย มีการออกกฎหมายพิเศษขึ้นมาให้ตำรวจและหน่วยงานด้านการข่าวสามารถใช้อำนาจจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายได้ ซึ่งทางออสเตรียเลียเอง ถามว่าเรามีกฎหมายตัวไหนที่รองรับการทำงานในดังกล่าวหรือไม่ และมีเหตุการณ์อะไรในลักษณ์นี้เกิดขึ้นในประเทศไทยบ้าง
ขณะที่ นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง กรณีที่ ไทยอยู่ในข่ายการก่อการร้ายหรือไม่ ว่า ไทย เพียงแต่เราเฝ้าระวัง 2 ประเทศ คือ อินโดนีเซียและฟิลิปปินด์ ซึ่งออกมายอมรับว่ามีปัญหากับไอซิสค่อนข้างมาก ส่วนประเทศอื่นที่เป็นเพื่อนบ้านติดชายแดนเรายังไม่มีปัญหา ทำให้เราไม่ต้องกังวลหรือเครียดมากนัก แต่การเฝ้าระวังต้องดำเนินการเพื่อความไม่ประมาท
เช่นเดียวกันกับ พล.ต.อ. เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา(สบ10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ได้ที่ จ.นราธิวาส ว่า เรื่องดังกล่าวน่าจะเป็นข่าวสารที่มีความสับสน
โดยจากการตรวจสอบจากแหล่งข่าวจากตำรวจสันติบาลพบว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือ ไม่เป็นเรื่องจริงแต่อย่างใด ยืนยันอีกว่าครั้งไม่มีการจับกุมขบวนการไอเอสในประเทศไทย
ทั้งนี้ ข้อมูลการข่าวระบุว่า บุคคลต้องสงสัย 3 คนดังกล่าว ถือสัญชาติอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่รับอุดมการณ์ของไอเอส และมีนักรบอาสาสมัครหลายร้อยคนเดินทางไปร่วมรบกับไอเอสในอิรักและซีเรีย
เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านี้หน่วยข่าวกรองของอินโดนีเซีย เคยเปิดเผยข้อมูลว่า กลุ่มที่สนับสนุนไอเอสในอินโดนีเซีย มีบางส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มอุยกูร์ ซึ่งเป็นชาติพันธุ์ที่นับถือศาสนาอิสลามในประเทศจีน และมักใช้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นทางผ่าน เพื่อหลบหนีออกจากประเทศจีนมุ่งสู่ประเทศที่สาม โดยเฉพาะตุรกี
ขณะที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เป็นพื้นที่ที่มีเครือข่ายขบวนการนำพาชาวอุยกูร์ โดยมีหลายคนถูกจับกุมช่วงหลังจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดเชื่อมโยงกับขบวนการค้ามนุษย์ชาวอุยกูร์
ทั้งนี้จากการลงพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก เพื่อตรวจสอบข่าวดังกล่าว ปรากฏว่าชาวบ้านในพื้นที่ที่มีข่าวบุคคลต้องสงสัยเข้าไปพบปะผู้นำศาสนาระดับมัสยิด ยอมรับว่า ช่วงปลายปีที่แล้วมีคนอินโดนีเซียและมาเลเซียเดินทางเข้ามาจริง แต่ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอสหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็มีคนจากประเทศมุสลิม ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย และอื่นๆ เดินทางเข้ามาเยี่ยมเยียนหรือบริจาคเงินช่วยเหลือมัสยิดเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งทางมัสยิดหรือโรงเรียนสอนศาสนาก็มักจะรับความช่วยเหลือเอาไว้ เพราะโดยมากไม่มีเงื่อนไขแลกเปลี่ยน
พลตรีเอกรัตน์ ช้างแก้ว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่า มีข่าวจากแหล่งข่าวแจ้งเข้ามาจริง เกี่ยวกับบุคคลต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ สอดคล้องกับข้อมูลแจ้งเตือนที่ผ่านมาว่าอาจมีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาใช้พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในการหลบซ่อนตัว โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จึงได้วางกำลังตรวจเข้มมาตลอด เพื่อสกัดกั้นไม่ให้คนเหล่านี้เข้ามาก่อเหตุรุนแรง
พันโท นพดล ภาคาผล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 36 กล่าวว่า ยังไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มไอเอสเข้ามาในพื้นที่ แต่ก็วางกำลังเฝ้าระวังอยู่อย่างเข้มงวด บูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วน
แหล่งข่าวระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคง กล่าวว่า อยากให้ผู้นำศาสนาหรือโรงเรียนในพื้นที่ที่รับเงินบริจาคจากต่างประเทศ ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในการตรวจสอบแหล่งทุนสนับสนุน เพื่อป้องกันไม่ให้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดี หรือกลุ่มก่อการร้ายสอดแทรกเข้ามา
