เคาะแล้ว!! กยท.ดีเดย์ 25 ม.ค.รับซื้อยาง 4.5 พันล้าน ตอบโจทย์ความทุกข์ยากเกษตรกรหรือไม่??

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 


       จากประเด็นที่ภาครัฐรับปากจะเข้าดำเนินการรับซื้อยางพาราจากพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศ ในวงเงินขั้นต้นกว่า 5 พันล้านบาท ท่ามกลางข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่าขั้นตอนการปฏิบัติจะทำได้สมบูรณ์เรียบร้อยมากน้อยแค่ไหน

 

 

 


ขณะที่สถานการณ์ราคายางเมื่อวันที่ 22 มกราคม ณ ตลาดกลางหาดใหญ่ เป็นดังนี้ น้ำยางสดหน้าโรงงานอยู่ที่ 39.00  บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นดิบ ราคา 39.12 บาทต่อกิโลกรัม และ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 41.19 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถ้าเปรียบเทียบจากวันที่ 15 ม.ค. หรือประมาณหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา  พบว่าราคาน้ำยางสดมีการปรับเพิ่มขึ้นแล้ว 5 บาทต่อกิโลกรัม , ราคายางแผ่นดิบ เพิ่มขึ้น 0.85 บาทต่อกิโลกรัม และยางแผ่นรมควันชั้น 3 เพิ่มขึ้น 0.04 บาทต่อกิโลกรัม


ทั้งนี้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประเมินว่าราคายางในช่วงนี้ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น  เป็นผลมาจากปัจจัยบวกที่นักลงทุนเริ่มคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมัน ซึ่งมีการปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงยังมีข่าวเกี่ยวกับการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงยังได้รับอานิสงส์จากมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางของรัฐบาล และปริมาณผลผลิตที่เริ่มลดลงตามตามฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตามภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวยังคงเป็นปัจจัยกดดันราคายางที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป 


ขณะเดียวกันในส่วนของการยางแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา  ก็มีการประชุมคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย  โดยมีวาระสำคัญเพื่อกำหนดแนวทางการรับซื้อยางพาราจากพี่น้องเกษตรกรชาวสวน  


ทั้งนี้ นายเชาว์  ทรงอาวุธ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ระบุถึงกรอบซื้อยางพาราในวันที่ 25 ม.ค. ว่า   ประกอบด้วยยาง 3 ประเภท ภายใต้กรอบวงเงิน 4,500 ล้านบาท คือ

1.ยางแผ่นดิบคุณภาพ 3 ราคารับซื้อสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อกิโลกรัม

2.น้ำยางสด ที่มีค่า DRC หรือ ปริมาณเนื้อยางแห้งที่มีอยู่ในน้ำยางสดไม่ต่ำกว่า 28 % ราคารับซื้อ 42 บาทต่อกิโลกรัม

3.ยางก้อนถ้วย ที่มีค่า DRC หรือ ปริมาณเนื้อยางแห้งไม่ต่ำกว่า 55 % ราคารับซื้อ 41 บาทต่อกิโลกรัม


ส่วนข้อกำหนดปริมาณผลผลิตยางที่เกษตรกรสามารถนำขายตามเงื่อนไขนี้ ประกอบด้วย

1.ผลผลิตนำขายรายละไม่เกิน 15 ไร่ โดยจำนวนเศษของไร่ให้ปัดขึ้นเป็น 1 ไร่

2.ปริมาณผลผลิตต่อไร่ไม่เกิน 10 กิโลกรัม รวมรายละไม่เกิน 150 กิโลกรัม


ขณะที่สถานที่รับซื้อยาง หรือสหกรณ์การเกษตร , สหกรณ์กองทุนสวนยาง , กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง และวิสาหกิจชุมชน จะมีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้นประมาณ 1,500 จุดกระจายในพื้นที่ปลูกยางทั่วประเทศ โดยในส่วนจุดรับซื้อของกยท.    จะตั้งอยู่ที่กยท.จังหวัด และสาขาโรงงานแปรรูปยาง รวมถึงศูนย์รับซื้อผลผลิต


นอกจากนี้ กยท.ได้กำหนดให้กระบวนการรับซื้อยาง  ประกอบด้วย คณะทำงาน 2 คณะ คือ คณะกรรมการบริหารโครงการจังหวัด ประกอบด้วย

1.ประธานคณะกรรมขับเคลื่อนเกษตรแบบเบ็ดเสร็จ

2.ผู้แทนคสช.ในพื้นที่จังหวัด

3.ผู้แทนสำนักงานจังหวัด

4.ผู้แทนสภาเกษตรกรจังหวัด

5.ผู้แทนเครือข่ายสวนยางจังหวัด

6.ผู้อำนวยการกยท.จังหวัด


ส่วนขั้นตอนของการรับซื้อยางมีดังนี้

1.เกษตรกรรายย่อย นำน้ำยาง ยางก้อนถ้วยและยางแผ่นดิบมายังจุดรับซื้อยาง

2.ที่จุดรับซื้อนั้นเกษตรกรจะต้องแสดงเอกสารขึ้นทะเบียน กยท.และบัตรประชาชนรวมถึงบันทึกข้อมูลระบบอิเล็กทรอนิกส์

3.เจ้าหน้าที่รับมอบยางจากเกษตรกร ตรวจสอบคุณภาพ และช่างน้ำหนัก

4.เจ้าหน้าที่ออกเอกสารเป็นหลักฐานให้เกษตรกร 1 ฉบับ

5.เจ้าหน้าที่ส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ของการรับซื้อในแต่ละวันให้ ธกส. ซึ่งเงินจะโอนเข้าบัญชีเกษตรกรภายใน 2 วัน

6.เจ้าหน้าที่มอบยางที่รับซื้อเข้าสู่กระบวนการแปรรูปโดยสถาบันเกษตรกร ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องพร้อมยันทึกข้อมูลในระบบอิเล็กทรอนิกส์

7.สถาบันเกษตรกรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง แปรรูปและนำส่งผู้ใช้หรือสถานที่จัดเก็บพร้อมบันทึกข้อมูลในอิเล็กทรอนิกส์

8.ผู้ใช้หรือสถานที่จัดเก็บ รับยางแปรรูปไปดำเนินการพร้อมบันทึกข้อมูลในระบบอิเล็กทรอนิกส์


และคณะกรรมการประจำจุดรับซื้อยาง ประกอบด้วย

1.เจ้าหน้าที่ กยท.

2.เจ้าหน้าที่ คสช.

3.เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตร

4.เจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า

5.เจ้าหน้าที่ปกครองท้องที่

6.ผู้แทนปปช. และ สตง.  ในพื้นที่   เป็นผู้สังเกตการณ์


และเพื่อให้ชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการรับซื้อยางพาราที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 25  ม.ค. รวมถึงมาตรการป้องกันการทุจริตในขั้นตอนการรับซื้อ  เราจะไปฟังบางช่วงบางตอนจากแถลงของ  นายเชาว์  ทรงอาวุธ  ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย 


ส่วนหลักเกณฑ์เกษตรกรที่จะเข้าโครงการรับซื้อยางพาราของภาครัฐในครั้งนี้ คือ

1.ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท.  ตาม พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย 2558

2.ต้องมีบัญชีธนาคารกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เนื่องจากเมื่อเกษตรกรนำน้ำยางสด ,   ยางก้อนถ้วย  และยางแผ่นดิบมาขาย  เจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกข้อมูลลงในระบบอิเล็กทรอนิกส์ และออกเป็นเอกสารให้แก่เกษตรกร หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการจ่ายเงินให้เกษตรกรผ่านบัญชี ธ.ก.ส. ภายใน 2 วัน


ล่าสุดนั้นพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ส่งข้อความผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ส่วนตัว และแอปพลิเคชั่นยาง 45 โดยได้สั่งการเจ้าหน้าที่ทุกจุดรับซื้อยางทั่วประเทศช่วยเหลือชาวสวนยางและเตรียมพร้อมเปิดจุดรับซื้อวันแรกวันที่ 25 ม.ค.นี้ พร้อมกันทั่วประเทศ 834 จุด


พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะได้ส่งข้อความผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ส่วนตัว และแอพพลิเคชั่นยาง 45 โดยได้สั่งการเจ้าหน้าที่ประจำจุดรับซื้อยาง 834 จุดทั่วประเทศ ให้เตรียมความพร้อมในการเปิดรับซื้อยางจากเกษตรกร ซึ่งจะเริ่มวันแรกในวันที่ 25 ม.ค.นี้ พร้อมส่งข้อความขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ทุกคนทุกฝ่าย ที่เข้ามาร่วมแรงร่วมใจกันในการเปิดจุดรับซื้อยางพารา เพื่อนำมาใช้ในหน่วยงานภาครัฐ


โดยข้อความระบุว่า วันนี้ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ ให้พี่น้องเกษตรกรรู้ว่าจุดรับซื้อในพื้นที่ของตนนั้น ตั้งอยู่ที่ใด และขอให้ทุก Single Command ให้การสนับสนุนบุคลากรและอุปกรณ์ให้เพียงพอ เนื่องจากการรับซื้อยางพาราครั้งนี้ จะเป็นครั้งแรกที่กระทรวงเกษตรฯ นำระบบติดตามและตรวจสอบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ตั้งแต่จุดรับซื้อกระทั่งถึงโกดังของรัฐบาล เพื่อความพร้อมในการบริการประชาชน


ขอให้เจ้าหน้าที่จาก Single Command พยายามติด Notebook ของตนเองไปด้วยอีกเครื่อง ภารกิจนี้ขอให้ทุก Single Command รายงานความก้าวหน้าให้ตนทราบทางไลน์นี้เป็นระยะๆ หากพื้นที่ใดมีปัญหาติดขัดในการปฏิบัติงาน กระทรวงฯ จะได้เข้าคลี่คลายให้สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มตามประสิทธิภาพอย่างทันท่วงที


สำหรับจังหวัดต่างๆ ที่จัดทำแผนและแจ้งรายชื่อเจ้าหน้าที่เพื่อสนับสนุนภารกิจนี้เข้ามายังกระทรวงฯ แล้ว เช่น จ.กระบี่ และ จ.บุรีรัมย์ ต้องขอแสดงความชื่นชม และขอให้จังหวัดอื่นๆ เร่งดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อย่านิ่งนอนใจโดยเด็ดขาด ให้ยึดถือผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรเป็นสำคัญครับ มาตรการเหล่านี้ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร และความพยายามในการแก้ปัญหาการเกษตรอย่างยั่งยืนให้แก่ประเทศ ขอให้ทุกท่านร่วมแรงร่วมใจกันครับ เรายังมีภารกิจเพื่อพี่น้องเกษตรกรอื่นที่จะต้องดำเนินการกันอีกมาก


ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ถึงการแก้ไขปัญหายางพาราแบบยั่งยืน และครบวงจร ว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐนำยางพาราตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน เข้าสู่การผลิตให้ได้โดยเร็ว เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการสร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตรของฝ่ายเศรษฐกิจ


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องพื้นที่การปลูกยางพาราที่มีการร้องขอรับการอุดหนุนจากรัฐบาล ได้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย รวมทั้งคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) หารือแนวทางในการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม แต่ต้องเริ่มต้นให้ถูกต้องตามกฎหมาย


ใครที่ทำผิดกฎหมายจะให้รัฐบาลยอมรับให้ถูกต้องไม่ได้ แต่เราจะต้องหามาตรการในการช่วยเหลือไม่ให้เกิดข้อขัดแย้ง ข้อกฎหมาย


ขณะเดียวกันขอให้ผู้ที่ปลุกระดมให้มีการเรียกร้อง บรรดาแกนนำต่าง ๆ ระมัดระวัง และเคารพกฎหมายกันด้วย อย่าพาประชาชนไปเดือดร้อนด้วย ถ้าตัวเองอยากจะทำผิดกฎหมายก็ทำไป แต่จะถูกดำเนินคดี