งานนี้โดนแน่!! "บอร์ดกองสลาก" เตรียมชงกม.เอาผิดผู้มีส่วนทำราคาสลากบิดเบือน!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 


       ความพยายามของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จะหาวิธีการแก้ไขปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ขายเกินราคาคู่ละ 80 บาท ดูจะเป็นปัญหาที่ยากเหมือนกับการเข็นครกขึ้นภูเขาเลยทีเดียว

 

 

 


ซึ่งวิธีที่นำมาแก้ไขปัญหานั้นมีทั้งการจับผู้ค้าสลากรายย่อยที่ขายเกินราคา ทั้งปรับและจำคุก การนำโควตาสลากจากผู้ค้ารายใหญ่และมูลนิธิการกุศลต่างๆ เอามากระจายให้กับผู้ค้ารายย่อย ให้จองซื้อผ่านธนาคารกรุงไทย ทั้งทางเอทีเอ็ม อินเทอร์เน็ต และเคาน์เตอร์ธนาคารอินเทอร์เน็ต และเคาน์เตอร์ธนาคาร


ล่าสุด สำนักงานสลากฯ มีมติให้พิมพ์สลากเพิ่มอีก 10 ล้านคู่ หรือคิดเป็น 20 ล้านฉบับ โดยให้มีผลตั้งแต่งวดวันที่ 16 ก.พ. 2559 เป็นต้นไป


พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบหาผู้ค้าที่ขายจริงจากจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 1.7 แสนราย คาดว่าในจำนวนนี้มีผู้ค้าตัวจริงราว 1 แสนราย ทั้งนี้เมื่อเทียบจากข้อมูลการสมัครจะพบว่ามียอดผู้เข้ามาลงทะเบียนงวดที่ 1-3 ซึ่งมีจำนวนราว 9 หมื่นคนแรก น่าจะเป็นผู้ค้าตัวจริงส่วนใหญ่ และงวดหลังๆ จากนั้นอาจจะมีบางส่วนที่ถูกว่าจ้างให้มาลงทะเบียน


พล.ต.ฉลองรัฐ กล่าวต่อว่าจากนี้สำนักงานสลากฯ จะส่งผู้ตรวจลงพื้นที่ทยอยตรวจแผงค้าทั่วประเทศเพื่อสอบทานตัวเลขสลากที่นำมาจำหน่ายว่าตรงกับโควตาที่เจ้าของแผงได้มาหรือไม่ ถ้าหากพบว่ามีสลากที่ตรงกับโควตาสลากของคนอื่น สำนักงานสลากฯ จะสลากของคนอื่น สำนักงานสลากฯ จะถือว่าเป็นผู้ที่ได้โควตาไปแล้วแต่ไม่ได้จำหน่ายจริง และจะทยอยประกาศถอดรายชื่อการลงทะเบียนเป็นผู้ค้าสลากกับทางสำนักงานสลากฯ เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถคัดรายชื่อออกได้ราว 1 หมื่นรายต่องวด


ส่วนสลากที่พิมพ์เพิ่มอีก 10 ล้านฉบับ และแนวทางการลดสลากจองซื้อล่วงหน้า แล้วโยกโควตาไปใส่ในสลากซื้องวดละ 2 หมื่นเล่ม หรือ 4 ล้านฉบับต่องวด หรืออาจจะทำเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ คาดว่าจะใช้เวลาในการทดลองตลาดไม่เกิน 5 งวด และถ้ายังแก้ปัญหาขายสลากเกินราคาไม่ได้ก็จะสั่งพิมพ์สลากเพิ่มเข้าไปในระบบอีก แต่ถ้าหากการปรับปรุงมาตรการครั้งนี้ทำให้ตลาดสลากนิ่ง และสามารถค้นหาผู้ค้าสลากตัวจริงได้ มาตรการต่อไปก็จะสามารถเพิ่มโควตาต่อรายให้กลับไปเพิ่มเป็น 15 เล่ม หรือ 50 เล่มต่อราย กรณีที่คนคนนั้นมีความสามารถในการจำหน่ายได้จริง


ด้านธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกคณะกรรมการสลากฯ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงการออกสลากออนไลน์ โดยให้ศึกษาจากประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศเทียบเคียงรายได้ประชากรเท่ากับประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเรื่องระยะยาวที่ต้องดำเนินการรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลตามนโยบายของรัฐบาล


ซึ่งขณะนี้สำนักงานสลากฯ ได้ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่กระทำผิดในการจำหน่ายลอตเตอรี่กว่า 27 รายซึ่งพบว่ามีพฤติกรรมการกว้านซื้อสลากจากผู้ค้าทั่วไปและนำมาขายส่งในราคาแพงส่งผลทำให้ราคาขายปลีกเกินกว่าใบละ 80 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล


ขณะที่รายงานข่าวจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบรายชื่อ ผู้ต้องสงสัยเป็นตัวการ ทำให้ระบบจำหน่ายสลากเกินราคา ส่วนใหญ่มีแผงค้าอยู่ที่ศูนย์การค้าสลากไทย ตรงสนามบินน้ำ ข้างสำนักงานสลากฯ และอีกส่วนหนึ่งเช่าแผงค้าสลากของหนึ่งใน 5 เสือที่ สี่แยกคอกวัว ซึ่งต้องสืบข้อมูลต่อว่าจะเชื่อมโยงกับ 5 เสือจริงหรือไม่ และกลุ่มสหกรณ์ใน อ.วังสะพุง ซึ่งทางสำนักงานสลากฯ มีรายชื่อและเลขที่แผงค้าครบถ้วนแล้ว หากพบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าวจริงจะต้องถูกตัดรายชื่อผู้ค้าสลากไป


ส่วนทางด้าน พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสลากมีมติเห็นชอบแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สลาก พ.ศ.2517 เพิ่มเติม เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาและเห็นชอบ ภายใน2 - 3 เดือนหลังจากนี้ โดยจะขึ้นทะเบียนผู้ค้าลอตเตอรี่ทั่วประเทศ เพื่อจัดระเบียบให้ผู้ค้าอยู่ในระบบทั้งหมดอย่างถูกต้อง เพื่อให้สำนักงานสลากฯ สามารถตรวจสอบการจำหน่ายลอตเตอรี่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ ยังเพิ่มบทลงโทษให้กับผู้ที่ทำให้กลไลราคาลอตเตอรี่ผิดเพี้ยน ซึ่งจะมีบทลงโทษอย่างชัดเจนทั้งโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน


นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ ได้ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่กระทำผิดในการจำหน่ายลอตเตอรี่กว่า 27 ราย ทั้งที่ศูนย์การค้าสนามบินน้ำและบริเวณแยกคอกวัว ด้วยการกว้านซื้อลอตเตอรี่จากผู้ค้าทั่วไป และนำมาขายส่งในราคาแพง ส่งผลทำให้ราคาขายปลีกเกินกว่าใบละ 80 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล เพื่อได้ประสานให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตรวจสอบ


ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าวิธีการของบอร์ดสลากฯ นั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เนื่องจากเจอวิชาเล่นแร่แปรธาตุของกลุ่มนายทุนที่ต้องการกว้านซื้อสลากมาอยู่ในมือให้มากที่สุด จึงใช้เทคนิคว่าจ้างรายย่อยไปลงทะเบียน และการกว้านซื้อใบจองของผู้ที่เข้าระบบจองซื้อสลากล่วงหน้าได้