- 24 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
กลับมาอีกครั้งกับการเฝ้าจับตา เมื่อมีการพบผู้ป่วยโรคเมอร์สรายที่ 2 ในประเทศไทย เป็นชายชาวโอมาน ทำตัวเหมือนนักท่องเที่ยว แต่ตั้งใจมารักษาที่ประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ได้มีการนำเข้าห้องแยกโรคแล้ว เพื่อเฝ้าระวังการแพร่เชื้อ พร้อมติดตามผู้สัมผัสโรค 37 คน เป็นคนไทย 13 คน
ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวพบผู้ป่วยโรคเมอร์สในประเทศไทย ที่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ว่า พบผู้ป่วยโรคเมอร์ส 1 ราย เป็นชายชาวโอมาน อายุ 71 ปี ซึ่งเดินทางพร้อมลูกชายผ่านสนามบิน เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ก่อนตรวจพบว่าเป็นโรคเมอร์ส ทางโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จึงรายงานไปยังกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และยืนยันผู้ป่วยเป็นโรคเมอร์ส จึงเคลื่อนย้าย โดยขณะนี้ผู้ป่วยอยู่ในห้องแยกโรคที่สถาบันบำราศนราดูร ซึ่งได้รับการดูแลรักษาตามมาตรฐานสากล
ขณะที่ อาการของผู้ป่วยล่าสุด สามารถพูดคุยและทานอาหารได้ ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี มีอาการเหนื่อย ได้รับออกซิเจนและยาบรรเทาอาการ เนื่องจากมีอาการอักเสบที่ปอด ยังนอนพักรักษาตัวที่ห้องแยกโรค ขณะที่สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุข ต้องดำเนินการต่อคือ การติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยรายนี้ ประกอบด้วย ญาติที่เดินทางมาพร้อม 1 คน (เสี่ยงสูง) ลูกเรือและผู้โดยสารบนเครื่องบน 218 คนที่ยังอยู่ในประเทศไทย (จากทั้งหมด 239 คน เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 23 คน เสี่ยงต่ำ 195 คน) คนขับรถแท็กซี่ 1 คน (เสี่ยงสูง) พนักงานโรงแรม 1 คน และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 30 คน (เสี่ยงสูง 11 คน)
สำหรับผู้สัมผัสทั้งหมดนี้ จะนำเข้าระบบเฝ้าระวังติดตามอาการจนครบ 14 วัน จนพ้นระยะฟักตัวของโรค ในจำนวนนี้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 37 คน ประกอบด้วยญาติ 1 คน ผู้โดยสารบนเครื่องบิน 23 คน คนขับรถแท็กซี่ 1 คน พนักงานโรงแรม 1 คน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 11 คน จะรับไว้ในสถานที่ที่เตรียมไว้ เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ที่เหลือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ซึ่งจะแนะนำให้แยกตัวเอง ลดการสังคมกับผู้อื่น มีระบบติดตามจากเจ้าหน้าที่
อย่างไรก็ดี ได้มีการกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงไว้แล้ว 1 ราย คือ ลูกชายของผู้ป่วย และจะติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่เหลือ เพื่อกักตัวดูอาการต่อไป ส่วนผู้ที่สัมผัสเสี่ยงต่ำนั้น จะแจ้งให้ทราบว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรต่อไป
ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวระหว่างแถลงข่าวพบผู้ป่วยโรคเมอร์ส ว่า ผู้ป่วยรายนี้ เป็นรายที่ 2 ของประเทศไทยแล้ว โดยทีมแพทย์มีประสบการณ์ในการทำงานจึงทำให้ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงมีจำนวนน้อยลงเมื่อเทียบกับเคสก่อนหน้า ด้านระบบตรวจจับทำ สามารถทำได้เร็วขึ้นโดยใช้เวลาเพียง 10 ชั่วโมง เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีระบบการประสานงานที่ดี อาทิ โรงพยาบาลรัฐ เอกชน ด่านควบคุมโรค ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทำให้สามารถทราบชื่อ และที่อยู่ ผู้สัมผัสเสี่ยง และติดตามได้ทั้งหมด พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวเรียบร้อยแล้ว
นพ.โสภณ ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลที่มีระบบควบคุมป้องกันเชื้อโรคไม่สามารถออกมานอกโรงพยาบาลได้จึงขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะเชื้อโรคจะไม่แพร่กระจายอย่างแน่นอน อีกทั้ง ยังขอให้ประชาชนใช้มาตรการกินร้อนใช้ช้อนกลาง และหมั่นล้างมือ เพื่อให้ห่างไกลจากโรคต่าง ๆ อีกด้วย
ทั้งนี้ หากเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรคเมอร์ส เมื่อกลับมาภายใน 14 วัน พบมีไข้ ไอ ให้รีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง อย่างไรก็ดี หากมีข้อสงสัย โทรปรึกษาสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
ล่าสุด นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถติดตามตัวแท็กซี่ที่รับส่งชายชาวโอมาน ที่ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์สได้เรียบร้อยแล้ว โดยมีการติดตามจากกล้องวงจรปิดจนมาพบตัวแถว จ.นนทบุรี ซึ่งได้อธิบายเกี่ยวกับระบบป้องกันโรคติดต่อให้กับคนขับแท็กซี่ทราบแล้ว ก่อนจะพามาไว้ที่ห้องแยกโรค ที่สถาบันบำราศนราดูร จนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรค 14 วัน ซึ่งคนขับแท็กซี่ ก็เข้าใจ และให้ความร่วมมือในมาตรการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างดี ส่วนผู้โดยสารที่โดยสารรถแท็กซี่คันดังกล่าวหลังจากรับส่งผู้ป่วยแล้ว ไม่ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงแต่อย่างใด สำหรับการสูญเสียรายได้จากการประกอบอาชีพในช่วงนี้ของบุคคลที่ต้องถูกพามาไว้ที่ห้องแยกโรค ทางกรมควบคุมโรค จะมีการช่วยเหลือตามความเหมาะสมต่อไป เนื่องจากมาตรการจ่ายเงินชดเชยการสูญเสียรายได้ที่ขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการหารือกับทางกรมบัญชีกลาง
ทั้งนี้ จากข้อมูลศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของยุโรป (ECDC)รายงานพบผู้ป่วยยืนยันโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส ณ วันที่ 14 ม.ค.2559 รวมแล้ว ผู้ป่วย 1,649 ราย เสียชีวิต 638 ราย โดยพบรายงานผู้ป่วยทั้งหมด จาก 26 ประเทศ ดังนี้ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ จอร์แดน โอมาน คูเวต อียิปต์ เยเมน เลบานอน อิหร่าน ตุรกี อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี กรีซ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ตูนีเซีย แอลจีเรีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ จีน และไทย
ขณะที่ นายกฯ เตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับข่าวโรค MERS ย้ำไทยมีระบบมาตรฐานสาธารณสุขดีเยี่ยม แนะปฏิบัติตามข้อแนะนำ หมั่นแสวงหาความรู้ ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบข้อมูลกรณี สธ.พบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ MERS แล้ว และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ ไม่ตื่นตระหนก และเชื่อมั่นในระบบบริการสาธารณสุขของประเทศ
สธ. มีระบบการคัดกรองที่ดีจึงทำให้สามารถรู้อาการของผู้ป่วยได้ และยังมีระบบบำบัดรักษา และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่มีมาตรฐาน ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และที่ผ่านมาไทยมีประสบการณ์รักษาผู้ป่วยโรคนี้ได้สำเร็จมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ สธ.ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ”
พลตรี สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ท่านนายกฯ รู้สึกห่วงใยประชาชน จึงอยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง หมั่นแสวงหาความรู้เกี่ยวกับโรคจากสื่อต่าง ๆ และสถานบริการสาธารณสุข พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า โรคนี้ไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คนอย่างง่ายดาย แต่มักพบได้ในกรณีที่มีการสัมผัสคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยและไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายเท่านั้น
อาการของโรคที่สามารถสังเกตได้คือ มีไข้ ไอ หายใจสั่น ปวดบวม หรือมีอาการท้องเสียร่วมด้วย ประชาชนจึงควรสังเกตอาการเหล่านี้ทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง หากสงสัยให้รีบไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลทุกแห่ง หรือโทรปรึกษาที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชม.
ข้อควรปฏิบัติสำหรับประชาชนทั่วไป คือ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรค MERS ใช้ชีวิตตามปกติ ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ดี กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ โดยควรล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่แออัดที่มีคนจํานวนมาก
