- 27 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 27 มกราคม 2559 ออกอากาศทางช่องทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สนธิญาณ : สวัสดีครับท่านผู้ชมแฟนข่าวทีนิวส์ทุกท่านครับ ก็คงจะได้ยินเสียงท่านนายกจากหูตัวเองไปแล้วนะครับ จากการที่เมื่อสักครู่น้องอาร์มได้รายงานข่าวและเปิดเสียงท่านนายกไปในการตอบคำถามผู้สื่อข่าว ผมก็เพียงแต่อยากจะจับมาถอดใจความและชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่จะเป็นไปในวันข้าง ในวันนี้องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้บ้านเมืองจะเป็นไปในทิศทางใดมีองค์กรทางการเมืองอยู่ 3 องค์กรหลัก 1.คสช.รวมแม่น้ำทั้ง5สายเข้าไปด้วยกันการเคลื่อนไหวของแม่น้ำ5สายที่อยู่ภายใต้ คสช.ไปในทางไหนการเมืองไทยก็ไปสู่ทิศทางนั้น 2.กลุ่มเครือข่ายของระบอบทักษิณก็จะประกอบไปด้วยตัวคุณทักษิณ พรรคเพื่อไทย นปช. และองค์กรแนวร่วมอื่น ๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหว กลุ่มนี้เคลื่อนไปทางไหนการเมืองก็มีความสั่นสะเทือนและมีแรงกระเพื่อมปฏิเสธไม่ได้นะครับข้อเท็จจริงเป็นแบบนั้น ในวันนี้ดูเหมือนว่าทั้งสองกลุ่มนี้เป็นคู่ความขัดแย้งเป็นภาษาทางทฤษฎีไม่ใช่เป็นภาษาที่นำพาให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายจะรบราฆ่าฟันกัน แต่ในแง่ของหลักคิดทฤษฎีทิศทางในการเมืองบ้านเมืองอุดมการณ์ทางการเมืองวิธีการไม่เหมือนกันเลยส่วนทางกันพูดง่ายๆแบบนี้ และปรากฏการณ์ที่ส่วนทางกันก็แสดงให้เห็นกันทั้งสองฝ่ายว่าไปคนละทิศคนละทางกันเดินส่วนทางกัน 3.ก็คือกลุ่มของพรรคประชาธิปัตย์ในยามนี้มีบทบาทเหมือนกันแต่น้อยกว่าฝั่งพรรคเพื่อไทย เพราะบทบาทเป็นไปในกึ่งกล้าๆกลัวๆจะขัดแย้งกับ คสช. ก็ประชาชนจะว่าอย่างไรเพราะดูเหมือนว่ามวลชนฐานของประชาธิปัตย์และคสช.น่าจะเป็นฐานที่ใกล้เคียงกันหรือฐานเดียวกัน เพราะฉะนั้นออกแรงกระเพื่อมมากก็ไม่ได้ สิ่งที่ออกมาตอนนี้เรียกว่าเป็นประเด็นหลัก เรื่องประเด็นของร่างรัฐธรรมนูญเพราะเห็นว่าจะกระทบกับสภาวะหรือสถานะการเลือกตั้งในฐานะที่ตัวเองเป็นกึ่งหนึ่งของนักเลือกตั้ง นี่คือกลุ่มทางการเมือง 3 กลุ่มที่เรียกว่าดำรงสถานะอยู่และก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมทางสังคมในขณะนี้ ทีนี้ต้องมาดูว่าทั้งสามกลุ่มทำอะไรมากน้อยขนาดไหน ทิศทางนโยบายเป็นอย่างไรพรรคประชาธิปัตย์เมื่อกี้ผมก็ได้แยกแยะให้เห็นแล้วว่าไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันกล้าๆกลัวๆจะขยับก็ไม่ขยับจะเดินหน้าก็ไม่เดินจะถอยหลังก็ไม่ถอยหลัง พรรคเพื่อไทยชัดเจนเป็นฝ่ายคัดค้าน คสช. หรือว่า คสช. เป็นศัตรูด้วยหลักคิดที่คิดว่าตัวเองเป็นนักเลือกตั้ง หรือเป็นกลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวความก้าวหน้าทางสังคม ต้องการให้สังคมเคลื่อนไปทิศทางหนึ่งตามอำนาจกลไกของการเลือกตั้ง คสช.เป็นผู้ที่เข้ามาขัดขวาง ตัดตอนการเลือกตั้งเอาอำนาจไปไว้ในมือและอำนาจเป็นอำนาจชนชั้นปกครองเป็นอำนาจของอำมาตย์เป็นอำนาจของเผด็จการดังนั้นจึงคัดค้าน คัดค้านเริ่มตั้งแต่การโจมตี การแก้ไขปัญหาประเทศชาติว่าไม่เป็นเหมือนอย่างที่พูดเหมือนอย่างที่คิด ปัญหาเศรษฐกิจก็ย่ำแย่สิทธิเสรีภาพก็ชัดเจนต้องการนำพาผูกขาดประเทศให้อยู่ภายใต้มือของชนชั้นปกครองให้อยู่ภายใต้อำนาจของระบบเก่าต่อไป รัฐธรรมนูญที่ออกมาขจัดขัดขวางนักเลือกตั้งนักการเมืองซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนเป็นคนชั้นนำเป็นคนดีศรีของประเทศอะไรก็ว่าไป นี่คือฟากฝั่งเพื่อไทยและนปช. เครือข่ายระบอบทักษิณ มาดูทางด้านคสช. ในแม่น้ำ5สายก็ว่ากันไปแต่ผมย้ำเลยทางหลักอยู่ที่ตัวบุคคลคนเดียวเท่านั้น คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. และนายกรัฐมนตรี ทำไมคนหลักอยู่ทีตัวคนเดียว ใน 5 ส่วน ส่วนแรก สปช. ก็ว่าไป ปฏิรูปรูปนู้นนี่ประชุมการดำเนินการไปเสนอ
สถาพร : ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลย
สนธิญาณ : ผมว่าเป็นสีสัน ยังไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันในทางยุทธศาสตร์นะครับ ว่ากันไปเรื่องนู้นเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องๆไป นั่นก็ปฏิรูปกันไป ส่วนที่สอง สนช. ก็ทำงานรูทีน คือออกกฎหมายพิจารณาเรื่องนู้นนี้ดำเนินไปเพื่อที่ให้ประเทศนี้มีโครงสร้างทางการปกครอง 3 ส่วน อย่างชัดเจน ฝ่ายนิติบัญญัติ ตุลาการ และบริหาร ก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป บางทีก็อาจจะนึกคึกขึ้นมาบ้าง พยายามจะไปผลักดันการศึกษาสันติสุขปรองดอง ก็มาอย่างนี้แล้วก็ติดอยู่ในทางจะเวอร์ แต่คือคนทำงานประจำ แม่น้ำสายที่3 กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญคือกลุ่มที่ร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ชุดอาจารย์บวรศักดิ์ถึงอาจารย์มีชัยก็ร่างไป แล้วเป็นอย่างไรครับ ชุดอาจารย์บวรศักดิ์มี2ขั้นตอนที่ต้องผ่าน คือผ่านสภาปฏิรูปแล้วไม่ผ่าน ไม่ผ่านที่ร่างมาทั้งหมดแล้วดูเหมือนว่าจบเห่เลย ตอนนี้มาถึงชุดของอาจารย์มีชัยตอนนี้ก็ยกร่างฯอยู่ ถ้าไม่ผ่านแล้วจะประชามติเลย ถ้าไม่ผ่านประชามติก็ให้ คสช.หยิบรัฐธรรมนูญฉบับหนึ่งฉบับใดมาใช้ ซึ่งอาจจะหมายถึงการแก้ไขปรับปรุงอะไร ความหมายภาษาง่าย ๆ คือถ้าอาจารย์มีชัยร่างไม่ผ่านก็จะเป็นฉบับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลยนะครับ
สถาพร : คือฉบับคือ พล.อ.ประยุทธ์ คือไม่ใช่ปี 2550 , 2540 , 2557 อย่างที่หลายคนคาดการณ์
สนธิญาณ : ฉบับไหนก็ได้ที่จะหยิบมาแก้ไข เหลือ 4 กับ 5 คือรัฐบาลและ คสช. ไม่ต้องพูดเลยเป็นหนึ่งเดียวกัน อาจจะดูโดยองค์กรแย้งกัน เมื่อในฐานะผู้นำคือพล.อ.ประยุทธ์ ก็ผู้นำคนเดียวกันแนวคิดทางเดียวกันเรื่องราวอำนาจของเผด็จการศูนย์เดียวทิศทางเดียวกัน ต้องกลับมาดูว่า พล.อ.ประยุทธ์ คสช.และรัฐบาลทำอะไรบ้าง จะได้แยกแยะให้เห็นว่าตอนที่รัฐบาลทำอยู่ 3 เรื่อง เรื่องที่ 1 คือทำเรื่องให้เกิดความปรองดองพอพูดแบบนี้ฟากฝั่ง พรรคเพื่อไทย นปช. จะบอกว่าปรองดองอะไร พอออกความเห็นก็จับส่งทหารไปเที่ยวคุกคามทำนู้นทำนี่แบบนี้จะเลือกปรองดองอย่างไร นี่พรรคเพื่อไทย เครือข่าย นปช.เขาบอก ผมต้องเรียนแบบนี้ว่าความหมายปรองดองของพล.อ.ประยุทธ์ก็คือดำเนินการบ้านเมืองให้อยู่ภายใต้กรอบกติกา
สถาพร : อยู่ภายใต้กฎหมาย
สนธิญาณ : ทุกอย่างเดินไปตามกลไกของกฎหมายอย่ามาใช้กฎหมู่ อย่ามาใช้กองกำลัง อย่ามาให้สิ่งที่ไม่ถูกต้อง
สถาพร : ไม่มีสองมาตรฐานไม่ว่าฝ่ายใดก็ตามต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย
สนธิญาณ : ใครทำอะไรไว้ก็ต้องรับผลอันนั้น ทำผิดกฎหมายก็ใช้กลไกในทางกฎหมายว่ากันไป กลไกก็คือประชาธิปไตย ทำผิดก็เป็นเรื่องของอำนาจศาลยุติธรรมตุลาการอะไรก็ว่ากันไป ถ้าเดินไปในแนวนี้บ้านเมืองก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ เข้าสู่ภาวะที่ทำให้คนอยู่ภายใต้กรอบกติกา ทำให้ไม่มีการเผชิญหน้าไม่มีการปะทะกัน สภาวะเบื้องต้นของการปรองดองก็เกิดขึ้นไม่ต้องไปศึกษาคณะกรรมการสันติสุขที่จะต้องกันนะครับ ท่านนายกก็พูดชัดเจนว่าเดินไปภายใต้กรอบกฎหมายนี่ละครับคือการปรองดองซึ่งส่วนนี้หมายถึงการกวาดจับอาวุธการกวาดจับผู้มีอิทธิพลดำเนินการต่าง ๆ ปรับพื้นฐานของสังคมให้อยู่ในกรอบกฎเกณฑ์กติกาให้เข้ารูปเข้าทางซึ่งถือว่าประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับ การรุกป่าไม้ ผู้มีอิทธิพลบ่อนการพนัน ตอนนี้ไม่มีใครกล้าหือ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อ คสช. ไปแล้วจะกลับมาอีกหรือไม่ เรื่องที่สองที่รัฐบาลทำก็คือการแก้ไขปัญหาประเทศตามสภาวะที่เกิดขึ้นแน่นอนล่ะครับเรื่องใหญ่เรื่องโตในขณะนี้คือเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ถามว่าประชาชนเดือดร้อนไหม ก็เดือดร้อนกลุ่มต่าง ๆ ก็เดือดร้อน แต่เขาก็เข้าใจว่ารัฐบาลได้ทำเต็มที่ และสภาวะเศรษฐกิจเจ๊งที่เกิดขึ้นคือการที่กำลังซื้อทั่วโลกลดลงก็แปลว่าเราอาศัยการส่งออกเป็นปัจจัยหลักของเศรษฐกิจเป็นขาหนึ่งที่สำคัญ กลับไปดูสหรัฐอเมริกาก็ยับเยิน อียูก็ยับเยิน ยับเยินแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อ เราต้องยืนอยู่บนขาของตัวเองอย่าทำอะไรให้เกินเลย ปลูกอะไรก็ปลูกให้พอดี เพราะการส่งออกอันอื่นก็พยายามทำจัดโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ก็พยายามทำ พูดว่าสนธิญาณก็ชอบอวยชอบพล.อ.ประยุทธ์เยอะๆ ความหมายก็คือว่าถ้าไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์จะหนักกว่านี้ เพราะว่านักการเมืองจะใช้วิธีแก้ไขปัญหาด้วยการเอาใจประชาชน
สถาพร : คือทำผักชีโรยหน้า
สนธิญาณ : ถาโถมใส่งบประมาณลงไปแล้วจะเกิดอาการโป่งพอง คือแก้ไขปัญหาวันนี้แต่อีก 10 - 20 ปีก็เกิดปัญหาขึ้นอีกในวันข้างหน้าเหมือนกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นและนักการเมืองสร้างเอาไว้ เช่นภาวะการเงินของประเทศประสบปัญหาจากโครงการจำนำข้าว แม้อีกฝั่งบอกว่าจำนำข้าวช่วยเหลือชาวนาคนยากคนจน ถ้าเป็นแบบนั้นจริงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์เขาก็ทำแบบเดียวกับคุณได้ก็เอาเงินมา ข้าวตันละ 20,000 บาท ยางกิโลละ 200 บาท เอามากองไว้จะชิบหายวายวอดอย่างไรก็ไม่ต้องพูด สุดท้ายสามเรื่องที่ทำก็คือ1.ปรองดอง ทำกฎหมายตามเรื่องปกติ 2.แก้ไขปัญหา 3.ทำเรื่องยุทธศาสตร์และเป็นเรื่องเป็นราวกว่าที่สภาขับเคลื่อนปฏิรูปทำอยู่ นั่นก็คือทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตั้งคณะกรรมการเองเลย และกรรมการที่มาทำร่วมกับสภาพัฒนฯ กำลังขับเคลื่อนมียุทธศาสตร์ 27 ด้าน เพื่อจะปรับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในการมองที่ยาวไกลไปอีก 20 ปีข้างหน้า เอาล่ะครับ ผมแจกแจงเรื่อง คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ให้เห็นชัดขึ้น ทีนี้กลับมาดูบ้านเมืองในปัจจุบันคือรัฐบาลบริหารไป เพื่อไทย นปช.ทิ่มกระแทกไปเรื่องรัฐธรรมนูญและตอนนี้จะคว่ำรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์จึงออกมาพูดว่าไม่ต้องมาพูดนู่นพูดนี่ภาษาง่าย ๆ นะครับอย่างเลือกตั้ง RoadMap กลางปี60 ได้เลือกแน่ ไปแล้วใครจะทำอะไรก็ทำไป ไม่มาร่วมมือกับผมก็ประเทศเมื่อกี้ภาษานั้นรุนแรง รัฐล้มเหลวรุนแรงนั่นหมายความว่าประเทศอยู่ในภาวะที่ไม่มีอะไรจับต้องได้เป็นชิ้นเป็นอันหรือไม่ใช่มีรัฐบาลแบบเพื่อไทยว่าสถานการณ์ก่อนปี 57 ก่อนยึดอำนาจจะเป็นรัฐล้มเหลว พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าอยากได้ก็เอา เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมจึงบอกว่าพรรคเพื่อไทยและระบอบทักษิณ คุณจะเคลื่อนนู้นเคลื่อนนี จะไม่เอาฉบับอาจารย์มีชัย ผมถามหน่อยนะครับ ตอนฉบับอาจารย์บวรศักดิ์เป็นอย่างไรครับคัดค้านอย่างนู้นอย่างนี้ เจอฉบับอาจารย์มีชัยหนักกว่าอีก โวยวายกันแล้วถ้าเจอฉบับพล.อ.ประยุทธ์โดยตรงไม่ต้องผ่านใครจะหนักกว่าในความรู้สึกของพวกเขาไหม หากไม่เจอรัฐธรรมนูญฉบับอาจารย์มีชัยก็ต้องเจอฉบับพล.อ.ประยุทธ์ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากเห็นพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย คุณไปเตรียมการเลือกตั้งในการนำเสนอแผนการในการปฏิรูปประเทศไปสู่การก้าวไปในวันข้างหน้าอย่างไร ให้ประชาชนเห็นดีกว่า คืออย่าบอกว่าเขาบอกว่าห้ามพรรคการเมืองเคลื่อนไหว นี่ไม่ใช่เรื่องนั้น เขาเรียกร้องให้นำเสนอเรื่องราวที่สร้างสรรค์
สถาพร : คือไปทำแผนมาว่าถ้าคุณได้เป็นรัฐบาลคุณจะทำอย่างไรให้ประเทศ คุณจะปฏิรูปอย่างไร ไม่ใช่เรื่องการเมืองนะครับ
สนธิญาณ : ไม่ใช่ครับ เพราะฉะนั้นคุณมานั่งเถียงเอามันเรื่องรัฐธรรมนูญ คือคุณออกความเห็นได้ทำเอกสารนู้นนี่ และผมเพียงแต่บอกให้รู้เท่านั้นว่าอย่างไรก็ตามแต่รัฐธรรมนูญก็ต้องไปตามใจของพล.อ.ประยุทธ์ พูดง่าย ๆ แบบนี้ อาจารย์มีชัยร่างฯมา ยังไงพล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องดู แม้วันนี้จะยังไม่ได้ดูตามที่อาจารย์มีชัยให้สัมภาษณ์แต่ก็น่าจะเห็นด้วย เพราะมาอธิบายรัฐธรรมนูญได้อย่างเป็นคุ้งเป็นแคว และท้ายที่สุดผมย้ำนะครับ ระวังเจอรัฐธรรมนูญฉบับประยุทธ์และจะหนาวยิ่งกว่านี้ แล้วจะทำอย่างไรจะบอยคอตไม่เลือกตั้งแล้วจะทำอย่างไร หรือจะโยนอำนาจกลับไปให้ทหารเขาก็ต้องกลับไปคิดพิจารณาเอาเองแล้วกัน
