- 30 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ "ปราบโกง" ซึ่งมีทั้งหมด 270 มาตรา 15 หมวดไปเป็นที่เรียบร้อย โดยเนื้อหาจะเน้นปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐและเอกชนอย่างจริงจัง
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ได้แถลงเปิดตัวร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกเนื้อหาสาระร่างรัฐธรรรมนูญเบื้องต้น จำนวน 270 มาตรา 15 หมวด รวมบทเฉพาะกาลโดยมีหมวดหลักๆ ได้แก่ การเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.ใหม่ และสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญเรื่องการปกครองท้องถิ่น
นายมีชัย กล่าวว่า ใช้เวลาทำงานทั้งหมด 170 วัน มี 270 มาตรา 15 หมวด ตั้งแต่บททั่วไปถึงบทเฉพาะกาล โดยยึดกรอบตามมาตรา 35 แห่ง รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ใน 10 ข้อ อาทิ กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งกลไกในการกำกับและควบคุมให้การใช้อำนาจรัฐเป็นไปเพื่อประโยชน์,กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบไม่ให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้ง ไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด
นายมีชัยกล่าวต่ออีกว่ารัฐธรรมนูญบันนี้เน้นการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง และจะไม่ให้การเมืองเป็นที่ฟอกตัวของบุคคลที่เคยกระทำความผิด คือ ถ้าศาลตัดสินว่าถูกตัดสินว่าทำผิด คนเหล่านั้นจะกลับมาเป็น ส.ส. ไม่ได้ เช่น ถูกตัดสินมีความผิดฐาน เป็นเจ้ามือการพนัน พอกเงิน ค้ายาเสพติด รวมถึงฉ้อโกงประชาชน ซึ่งถ้ารัฐธรรมนูญยังอยู่ สิ่งป้องกันปัญหาเหล่านี้ก็จะคงอยู่
นอกเหนือจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 270 มาตรา แล้วในร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวยังได้กำหนดบทเฉพาะกาล มีตั้งแต่มาตรา 254 – 270 โดยเฉพาะสาระสำคัญว่าด้วยการจัดทำกระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 8 เดือน และการกำหนดวันเลือกตั้ง สส.และสว.ภายใน 150 วันนับจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้
ทั้งนี้ มาตรา259 ในบทเฉพาะกาลระบุว่า
ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2558 อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่จำเป็นดังต่อไปนี้ให้แล้วเสร็จ และเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
(1) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
(3) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(4) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
(5) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
(6) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
(7) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน
(8) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
(9) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน
(10) กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ
การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง จะจัดทำขึ้นใหม่หรือแก้ไขเพิ่มเติมก็ได้ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและต้องมุ่งหมายให้มีการขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ และต้องทำให้แล้วเสร็จภายในแปดเดือนนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ในกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจัดทำไม่แล้วเสร็จภายในเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งและให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญคณะใหม่เพื่อจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จ
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เกิดประสิทธิภาพและรวดเร็ว หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะแต่งตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่งเพิ่มขึ้นก็ได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกินสามสิบคน
เมื่อได้รับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว สภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับในกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใดไม่แล้วเสร็จภายในเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนั้นตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเสนอและให้นำมาตรา ๑๒๗ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามมาตรานี้โดยอนุโลม
เมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายตามวรรคหนึ่ง ประกาศใช้บังคับครบทุกฉบับแล้ว ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันพ้นจากหน้าที่
เพื่อประโยชน์แห่งการขจัดส่วนได้เสีย ห้ามมิให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาภายในสองปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งตามวรรคห้า
มาตรา 260
ให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติตามมาตรา 259 ทั้งหมดมีผลใช้บังคับแล้ว
สำหรับข้อเสนอของการร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. ได้มีการนำเสนอสูตรใหม่คือ 6-4-8-5 โดยจะเพิ่มการจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต่อจากนั้นจะให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจดูกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและจะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง
โดยโรดแมปที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั้นเคยได้กำหนดไว้ คือ 6-4-6-4 ซึ่งก็คือ
6 แรก หมายความว่า ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ดำเนินการร่างให้เสร็จไม่เกิน 6 เดือน
4 ต่อมา หมายความว่า จะต้องทำประชามติไม่เกิน 4 เดือน
6 ต่อมา หมายความว่า จะต้องมีการจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และส่งให้ สนช. ให้ความเห็นชอบ และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจ ภายใน 6 เดือน
4 สุดท้าย หมายความว่า เริ่มประกาศใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เปิดให้รณรงค์หาเสียง และมีการเลือกตั้ง ภายใน 4 เดือน
แต่ที่ทาง สูตร 6 - 4 - 8 - 5 ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่งทำให้ต้องขยับการเลือกตั้งออกไปจากเดือน ก.ค.60 คือ
6 แรก หมายความว่า ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ดำเนินการร่างให้เสร็จไม่เกิน 6 เดือน
4 ต่อมา หมายความว่า จะต้องทำประชามติไม่เกิน 4 เดือน
8 ต่อมาคือ จะต้องมีการจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และส่งให้ สนช. ให้ความเห็นชอบ และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจ ซึ่งส่วนนี้จะขยายจากสูตรเก่า จาก 6 เดือน เป็น 8 เดือน
5 สุดท้ายคือ การเตรียมการเลือกตั้ง ซึ่งจาก กรกฎาคม 2560 ก็จะเป็น ตุลาคม 2560
ซึ่งก็เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าเมื่อมีร่างรัฐธรรมนูญออกมาก็ต้องมีฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนำมาก
เริ่มกันที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านเว็บไซต์ยูทูบ ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เขียนเอาเปรียบประชาธิปไตยอย่างหน้าด้านทุกอย่าง และยังมีเนื้อหาบ่งชี้ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะอยู่ในอำนาจบริหารประเทศได้อีก
เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญได้กำหนดคุณสมบัติของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จะลงไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ได้นั้นต้องลาออกภายใน 90 วัน แต่คุณสมบัติของคณะรัฐมนตรี(ครม.) กลับไม่จำกัดเงื่อนเวลาใดไว้เลย ดังนั้นผู้นำคสช. นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีในปัจจุบันจึงเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับหน้าด้านของนายมีชัยได้อย่างสบาย ส่วนการยึดเวลาเลือกตั้งออกไปเป็นปลายปี 2560
ประธานนปช. กล่าวอีกว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยมีกติกาไม่เป็นประชาธิปไตย จึงซ้ำเติมวิกฤตของชาติยิ่งขึ้นไปอีก พวกตนรับไม่ได้ ถ้ามีโอกาสได้ลงประชามติจะใช้สิทธิ์คว่ำแน่นอน เพราะทางเลือกที่จะมีประชาธิปไตยได้ ต้องไม่สนใจการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญหน้าด้าน เอาเปรียบ แล้วทำให้ คสช. จะอยู่ในอำนาจนานนั้น ก็อยู่กันไปเป็นชาติเลย
นอกจากนี้ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยอยู่ไปถึงขั้นตอนการทำประชามติแล้ว ตนเสนอให้ลงประชามติกรณีให้ชาวต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปีไปคราวเดียวกันด้วย เพราะสิ่งนี้เป็นอนาคตของประเทศ ประชาชนควรได้มีส่วนร่วมในการแสดงออก รวมทั้งมีการตรวจสอบพบว่าชาวต่างชาติใช้นอมินีถือครองที่ดินในไทยมากถึง 1 ใน 3 ของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก หน่วยงานที่รายงานนั้น ควรเปิดเผยข้อมูลให้ชัดเจนกว่านี้ว่าที่ไหน อย่างไร เพื่อประชาชนจะได้ตรวจสอบ
ส่วนพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ ภายหลังจาก นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ได้แถลงเปิดเผยร่างแรกอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า เมื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ที่ได้เผยแพร่ต่อประชาชนให้ได้รับทราบ เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นประชาธิปไตยตามหลักสากล และไม่เป็นประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ที่ประชาชนตกผลึกแล้ว ประชาชนถูกรอนสิทธิ์ อำนาจอธิปไตยของประชาชนถูกลิดรอน และถูกควบคุมกำกับโดยองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะมีรัฐบาลที่อ่อนแอ ขาดเสถียรภาพ ไม่อาจพัฒนาประเทศได้อย่างต่อเนื่อง คิดนโยบายระยะยาวไม่ได้ ไม่อาจแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนได้ และไม่เป็นไปตามที่พรรคเคยเสนอแนะข้อคิดเห็น
โดยร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำลายหลักการอันดีงามที่ประเทศเคยยึดถือ ถอยหลังลงคลอง และยังทำให้ความคิดแบบเผด็จการอำนาจนิยมสามารถกดหัวประชาชนต่อไป ยากที่ประเทศจะกลับคืนสู่สันติสุขได้ พรรคเพื่อไทย จึงไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว โดยหวังว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญและผู้มีอำนาจได้ตระหนักถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น หากว่าร่างรัฐธรรมนูญเช่นนี้มีผลบังคับใช้ และควรหาทางแก้ไขเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังคงยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายพอที่จะยอมรับได้ และไม่เป็นต้นตอแห่งวิกฤตการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
พร้อมกันนี้ พรรคเพื่อไทย ยังระบุด้วยว่ารัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตยจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะขาดความต่อเนื่องของนโยบาย ขาดความเชื่อมั่นของต่างชาติ
ขณะที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวกับเครือเนชั่นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยว่า ก็ทราบกันดีว่า มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย หลายประเด็นควรเปลี่ยนแปลง เช่น ระบบเลือกตั้งส.ส.ที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรี ประเด็นที่มาของส.ว. ประเด็นการให้อำนาจองค์กรอิสระตัดสินความขัดแย้งทางการเมืองในอนาคต
"พูดง่ายๆเหมือนว่าเป็นประชาธิปไตยไม่เต็มใบ ทั้งๆที่วันนี้โลกเดินหน้าไปมากแล้ว แต่คล้ายว่า วันนี้จะพูดคำว่าประชาธิปไตยไม่ได้แล้ว"
ส่วนแกนนำพรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช. หลายคนพูดเสมอว่า จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในการทำประชามตินั้น นายสมชาย กล่าวว่า ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรค จึงตอบแทนไม่ได้ว่าจะเป็นแบบนั้นหรือไม่ ควรรอดูท่าทีของทุกฝ่ายด้วย หากรัฐธรรมนูญออกมาแบบนี้ บอกได้เพียงว่า รู้สึกอึดอัด หากระบบเลือกตั้งเป็นแบบนี้ อนาคตเราจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่เป็นรัฐบาลผสม จะมีความอ่อนแอ ทำงานลำบาก โอกาสพัฒนาประเทศก็ยาก เพราะมีข้อจำกัดทางการเมืองหลายด้าน โดยที่องค์กรอิสระต่างๆจะเป็นคนตัดสินอนาคตของบ้านเมือง และต่างประเทศจะมีความกังวลในเสถียรภาพรัฐบาล
ส่วนนายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ว่า ภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่มีส่วนใดเลยที่สะท้อนว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ทั้งด้านการศึกษาและสาธารณสุข ที่ไม่ได้รับเท่าที่ควรจะเป็น
นายอุเทน กล่าวด้วยว่า สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องเปิดทางให้ คสช.สืบต่ออำนาจ หรือที่มาของ ส.ส. - ส.ว. หรือเรื่องการตามที่หลายฝ่ายวิจารณ์กัน เพราะไม่ว่า กรธ.ในความควบคุมของ คสช. จะกำหนดกติกาอย่างไร เชื่อว่าพรรคและนักการเมืองก็คงต้องยอมรับ เพราะทุกคนอยากให้มีการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด
นายอุเทนกล่าวอีกด้วยว่า "ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลบังคับใช้จริง ขอตั้งชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับผูกขาดอำนาจ ที่มีการหมกเม็ดกลไกเงื่อนไข จนทำให้ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ง่าย หรือทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"
นายสามารถ แก้วมีชัย ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายมีชัยย้ำแต่สาระสำคัญว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเจตนาป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญปราบโกง ฟังดูแล้วเหมือน กรธ.จะปักธงและมีอคติกับนักการเมืองว่ามีเจตนาแอบแฝง ไม่สุจริตต่อบ้านเมือง
นายสามารถ กล่าวอีกว่า ร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกนี้ ให้อำนาจองค์กรอิสระมากเกินไป จนทำให้รัฐบาลดำเนินโครงการตามนโยบายต่าง ๆ ติดขัด การลงทุนโครงการใหญ่ ๆ ของต่างประเทศก็จะมีปัญหา ท้ายที่สุดจะทำไม่ได้ กลายเป็นนโยบายเป็ดง่อย อีกทั้งยังให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป
นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฟังการแถลงชี้แจงของนายมีชัยแล้วสะท้อนเจตนาชัดเจนว่าไม่ต้องการให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ต้องการยื้ออำนาจให้คสช. เมื่อประชามติไม่ผ่านมีแนวโน้มว่าจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว จัดการเลือกตั้งเฉพาะหน้า
โดยใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวผสมกับฉบับของนายบวรศักดิ์และฉบับล่าสุดของนายมีชัย ถือเป็นการซ่อนรูปเผด็จการ อ้างเลือกตั้งบังหน้า ตบตาต่างประเทศ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับลูกไก่ในอุ้งมือมาร รัฐบาลหลังเลือกตั้งทำอะไรไม่ได้เลย และยังใช้มาตรา 44 มาควบคุมการเลือกตั้งอีก แบบนี้ อาจมีบางพรรคการเมืองไม่ยอมรับ ไม่ลงเลือกตั้ง แต่ขณะเดียวกันก็มีพรรคนอมินี คสช.ขึ้นมา ประเทศตกอยู่ในวังวนอำนาจเดิม ไม่มีประโยชน์ที่จะเลือกตั้งภายใต้เผด็จการ หากทำกันแบบนี้ คสช.บริหารต่อไปเลยดีกว่า เอาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าตนจะนัดหารือกับคณะผู้บริหารพรรคอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อประกาศท่าทีต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในนามพรรค ต้องพูดคุยกันก่อน ถ้า กรธ.ถามความเห็นมาพรรคจะส่งความเห็นให้ แต่ส่วนตัวยังเห็นต่าง
1.การให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ข้อเสียจะมีการซื้อสิทธิขายเสียงที่รุนแรงยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา และจะแยกแยะได้อย่างไรว่าซื้อ ส.ส.เขตหรือซื้อในนามพรรค
2. ส.ว. มีการซื้อเสียงหรือการฮั้วในหมู่ผู้สมัคร ส.ว.ตามสาขาอาชีพและประชาชนทำได้ง่ายกว่าเดิม เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่รู้จักผูกพันกับผู้สมัคร ที่สำคัญในหมู่ผู้ลงสมัคร ส.ว.อาจลงขันซื้อเสียง หรือฮั้วให้ผลประโยชน์ ให้คัดเลือกเฉพาะกลุ่มของตนเข้ามาเป็นคณะบุคคลหรือกลุ่มสาขาอาชีพ จากนั้นอาจเจรจาหรือฮั้วเพื่อให้เลือกไขว้กับกลุ่มสาขาอาชีพอื่น ฟันธงเลยว่าจะเกิดปัญหาในการปฏิบัติมาในการเลือกตั้ง ส.ว.
นายนิพิฏฐ์กล่าวต่อว่า 3.เห็นด้วยกับการปราบคนโกง ขจัดคนโกงเข้าสู่อำนาจการเมือง โดยตัดสิทธิไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง หลังการเลือกตั้งจะมีแต่คนดีเข้าสู่สภา เข้าสู่อำนาจการเมือง แต่กรธ.กำหนดกติกาตัดอำนาจคนดีที่เข้าสภาฯให้มีอำนาจน้อยกว่าส่วนราชการ คนดีเหล่านี้จึงทำอะไรไม่ได้เลย เพราะถูกกรอบกติกาตัดทอนอำนาจ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงตั้งใจที่จะสร้างระบบราชการให้แข็งแกร่ง โดยลดทอนระบบการเมืองให้อ่อนแอลง
นายนิพิฏฐ์ยังกล่าวต่ออีกว่า "พรรคกลางหรือเล็กจะยื่นเงื่อนไขเสนอคนนอกขึ้นเป็นนายกฯ เป็นการเปิดทางให้นายกฯคนนอกเดินมือเปล่าเข้ามาบริหาร โดยไม่มีนโยบายใดๆ รัฐบาลผสมจะทำงานร่วมกันยากยิ่งขึ้น ดังนั้น รัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ที่ประกาศใช้ รธน.ฉบับนี้ จะเป็นรัฐบาลที่อ่อนแอ จะทำให้คนไทยสิ้นหวังในระบอบประชาธิปไตย เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาหลักสำคัญของชาติได้เลย คนจะเบื่อระบอบประชาธิปไตย ที่ทำงานล่าช้า ที่สุดจะเรียกร้องหาอำนาจพิเศษ จึงอยากขอคำอธิบายคำถามทั้ง 3 ข้อนี้ต่อ กรธ.ช่วยชี้แจงต่อสังคมให้กระจ่างด้วย"
