- 01 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
นอกเหนือจากการเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว ด้วยการออกคำสั่งทางปกครองโดยเจ้าหน้าที่รัฐแล้วอีกหนึ่งคดีอย่างการทุจริตจีทูจี นอกจากคดีอาญาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว กระบวนการฟ้องร้องคดีทางแพ่งก็ได้ปรากฎความคืบหน้าออกมาเช่นเดียวกัน
โดยที่ล่าสุดเตรียมมีการฟ้องร้องเอกชนที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนเงินเพิ่มเติมถึง 1.8หมื่นล้านบาท
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการคำนวณค่าเสียหายจากการ ขายข้าวในสต็อกรัฐบาลรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ให้รัฐบาลจีน ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ได้มีมติว่าเป็นการกระทำผิดเสร็จสิ้นแล้วและส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องร้องทางแพ่งแล้ว
นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิด ทางละเมิดตามคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ และคำสั่งกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้ส่งข้อมูลและตัวเลขความเสียหายจากความผิดในส่วนภาคเอกชนทั้งหมดให้สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนที่กระทรวงพาณิชย์ ต้องเป็นผู้ฟ้องร้องในฐานะผู้เสียหาย
คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าอัยการฯจะส่งเรื่องกลับมา อาจเป็นประเด็นให้กระทรวงฯยืนยันตามข้อมูลที่ส่งไป หรือหากอัยการมีความเห็นอื่นก็จะต้องมีการให้ข้อมูลเพิ่มในทางใดทางหนึ่งต่อไป ทั้งนี้มั่นใจว่าจะทันดำเนินการฟ้องร้องก่อนคดีสิ้นอายุความ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัว ผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งจะมีกำหนดในเดือน ก.พ. 2559
ส่วนค่าเสียหายกรณีของนักการเมืองมีอายุความ 2 ปี จะครบกำหนดเดือน ก.พ. 2560 ซึ่งการดำเนินการคำนวณค่าเสียหายอนุกรรมการพิจารณาทางแพ่งของกระทรวงการคลังกำลังดำเนินการอยู่ แต่หลักการคำนวณค่าเสียหายจะอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน เช่น การใช้ราคาตลาดมาเป็นข้อมูลคำนวณ เป็นต้น ซึ่งมั่นใจว่าจะดำเนินการฟ้องร้องได้ทันก่อนสิ้นอายุความเช่นกัน
นางสาวบรรจงจิตต์ย้ำว่า"แยกกันฟ้องระหว่างของรัฐและเอกชน ในส่วนของค่าเสียหายจากเอกชน กระทรวงฯส่งเรื่องไปให้อัยการแล้ว น่าจะสัปดาห์หน้าอัยการจะมีคำตอบมาให้ อาจให้แค่ยืนยันข้อมูล หรือถ้ามีความเห็นแย้ง ก็จะต้องส่งข้อมูลตอบกันไปตอบกันมาจนกว่าอัยการจะเห็นสมควรฟ้องตามที่กระทรวงในฐานะผู้เสียหายต้องการ ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติ แต่มั่นใจทันกำหนดเวลาสิ้นอายุความแน่"
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการดำเนินการเรียกเก็บค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวในส่วนของเอกชนที่มีอายุความ 1ปีและจะสิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการอยู่และมีการประชุมร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด โดยอัยการสูงสุดได้มาร่วมประชุมด้วยตนเอง ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ขอให้เข้าสู่กระบวนการก่อน ส่วนจะแพ้หรือชนะคดีนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยเอกชนที่จะถูกฟ้องร้องนั้นมีจำนวน 15ราย
รายงานข่าวจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิด ระบุว่า มูลค่าความเสียหายที่กระทรวงการคลังเห็นชอบและส่งกลับมาที่กระทรวงพาณิชย์ในส่วนความผิด จีทูจีในส่วนที่จะเรียกจากภาคเอกชนล็อตแรกนี้อยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท
ส่วนความเสียหายเพิ่มเติมจะทยอยฟ้องเป็นคดีๆไปเพราะการกระทำความผิดขายข้าวจีทูจีกับจีนมีปริมาณหลายล้านตันและแบ่งออกเป็นล็อตๆต่างกรรมต่างวาระ
สำหรับที่มาของกระบวนการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งที่ว่านี้ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2558 ที่ผ่านมา มติที่ประชุมกรรมการปปช.เห็นชอบ ตามข้อสรุปอนุกรรมการไต่สวนกรณีข้อกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ และพวกว่ามีการร่วมกันกระทำความผิดจริงตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 จากการตรวจสอบสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ จำนวน 4 สัญญา ปริมาณรวม 7.2 ล้านตันมูลค่า 6.9 หมื่นล้านบาท
เนื่องจากมีการแบ่งหน้าที่กันทำงานโดยช่วยเหลือ มุ่งหมาย และเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท Guangdong stationery &sporting good imp.&exp. Corp. และบริษัท Hainan grain and oil industrial trading company ซึ่งมิได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีนให้เข้ามาทำสัญญาซื้อขาย แต่ให้สิทธิเข้าทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ โดยไม่ต้องแข่งขันราคากับผู้เสนอราคารายอื่นๆ แล้วนำข้าวที่ซื้อได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาขายภายในประเทศ หรือต่ำกว่าราคาที่ฝ่ายไทยเสนอ หรือต่ำกว่าราคาที่รับจำนำ นำไปขายต่อให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวในประเทศหรือนำไปให้บริษัทสยามอินดิก้า จำกัด นำไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรมการค้าต่างประเทศและประเทศอย่างร้ายแรง
มีผู้ที่ถูกกล่าวหา ประกอบด้วย เอกชน 13 ราย จาก 2 บริษัท ได้แก่
นายสมคิด เอื้อนสุภา
นายรัฐนิธ โสจิระกุล
นายลิตร พอใจ ผู้รับมอบอำนาจชำระเงินและผู้รับมอบอำนาจรับมอบข้าว
บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด
นางสาวสุธิดา จันทะเอในฐานะกรรมการบริษัท สยามอินดิก้าฯ
นางสาวเรืองวัน เลิศศลารักษ์ กรรมการและในฐานะส่วนตัว
นายโจ หรือนิมล รักดี
นายสุธี เชื่อมไธสง
นางสาวสุนีย์ จันทร์สกุลพร
นายกฤษณะ สุระมนต์
นายสมยศ คุณจักร
บริษัท สิราลัย จำกัด หรือ บริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
นางสาวธันยพร จันทร์สกุลพร ในฐานกรรมการบริษัทฯ
นายอภิชาต จันทร์สกุลพร
และยังมีนางรัตนา แซ่เฮ้งที่ถูกฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายครั้งนี้ด้วย
จากนั้น วันที่ 3 ก.ย. 2558 ที่ประชุมได้พิจารณากรณีการทุจริตดังกล่าวเพิ่มเติม ในส่วนผู้ถูกกล่าวหาอื่นๆ ที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งเป็นในส่วนของบริษัทเอกชนที่ทำสัญญาซื้อขายข้าวกับรัฐบาล โดยมีมติ ชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาดังนี้กลุ่มที่ 1.กลุ่มบริษัทต่างประเทศ จำนวน 7 ราย ได้แก่
1.บริษัท Guangdongstationery & sporting goods
2.Ms. Luo Wensui General Manager
3.Mr. Chen LiPurchase Manager
4.Mr. Lam Win Coordinator
5.บริษัท Hainan grain and oil industrial trading
6.Mr. Lin Haihui Deputy General Manager
7.Mrs. Zhou JingCoordinator
ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวหารายอื่นที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดไปก่อนหน้านี้ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542
กลุ่มที่ 2. กลุ่มบริษัทในประเทศ 8 ราย
ส่วนนักการเมือง 3 ราย ข้าราชการ 3 ราย ได้แก่
นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์และประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว
นายบุญทรงรมว.พาณิชย์และประธานอนุระบายข้าว
พ.ต.ท.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ เลขานุการรมว.พาณิชย์ ในฐานะผู้ให้ความเห็นชอบ
นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
นายทิฆัมพร นาทวรทัต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ และรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
นายอัตรพงศ์ ช่วยเกลี้ยง หรือ ทีปวัชระ เลขานุการกรมและผอ.กองข้าวฯ ในฐานะผู้เจรจา
ปปช.ใช้ข้อมูลการไต่สวนจากสัญญาซื้อขายข้าว 4 ฉบับ ประกอบด้วย
1.เป็นการขายข้าวให้บริษัทGSSG. ปริมาณ 2 ล้านตัน มูลค่า 1.82 หมื่นล้านบาท
2.ข้าวใหม่ ให้บริษัท GSSG. ปริมาณ 2 ล้านตัน มูลค่า 1.89 หมื่นล้านบาท
3.ข้าวนาปรัง 2555 ให้ บริษัท GSSG ปริมาณ 2.3 ล้านตัน มูลค่า 2.0 หมื่นล้านบาท
และ 4. ข้าวนาปี 2554/55 และนาปรัง 2555 ให้บริษัท ไห่หนานปริมาณ 6.5 หมื่นตัน มูลค่า 849 ล้านบาท
