- 02 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเตืมได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ก็เปิดตัวร่าง ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ ที่คณะกรรมาการร่างรัฐธรรมนูญ นำโดยนายมีชัย ฤชุพันธ์ ได้ทำการร่างขึ้นมาซึ่งก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาต่างๆ นานา
ล่าสุด วันที่ 2 ก.พ. 59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)กล่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ที่ประชุมครม.ได้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เข้ามาหารือ ซึ่งก็พิจารณาเนื้อหาในแต่ละหมวด และก็ได้ให้เวลาทุกกระทรวงไปพิจารณาทบทวนมาก่อนที่จะนำเสนออีกครั้งใน สัปดาห์หน้า
และส่งต่อความเห็นต่างๆให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย รวบรวมความเห็นต่างๆก่อนส่งให้ทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปปรับแก้ไขต่อไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฝ่าย ครม.เท่านั่น เพราะขั้นตอนต่อจากนี้ยังมีอีกหลายขั้นตอน จนกว่าจะถึงการเสนอร่างครั้งที่2 ในวันที่ 29มี.ค.2559 จึงจะแล้วเสร็จ
นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังยืนยันว่า การดำเนินการต่างๆก็จะต้องเป็นไปตามโรดแมป คือ ให้มีการจัดการเลือกตั้งในช่วง ก.ค.2560ให้ได้ จากจะมีขั้นตอนต่อเนื่องหลังการเลือกตั้งต่อไป จึงไม่ใช่จะมีรัฐบาลใหม่ในก.ค.ปีหน้า
ส่วนการเชิญตัว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)มาพูดคุยที่ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพร้อมย้อนถามว่า ถ้ามีบุคคลมาแสดงความคิดเห็นดูถูก เหยียดหยาม ด่ารัฐบาล หรือ สื่อมวลชนทุกวัน สื่อมวลชนจะโกรธไหม
ขณะที่ทางด้านนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าในวันพรุ่งนี้ (3 กุมภาพันธ์) จะมีการสปท.นั้นซักถามในประเด็นรัฐธรรมนูญพร้อมทั้งบอกด้วยว่าตนคงไม่เสียกำลังใจในการทำงาน
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่ในวันที่ 3 ก.พ.ตัวแทนจากทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) จะส่งตัวแทนจำนวนกลุ่มละ 4 คนรวมเป็น 8 คนเข้าซักถามถึงร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก โดยนายมีชัยกล่าวว่ากำลังมอบหมายให้สมาชิก กรธ.ช่วยจดรวบรวมความเห็นที่ได้รับนำเสนอมา แล้วเอามาประมวลดูว่าสิ่งที่เสนอมานั้นมีหรือยัง ถ้ามีอยู่แล้วก็อธิบายให้ฟัง แต่ถ้า กรธ.ยังตกหล่นในประเด็นอะไร ก็คงจะเอาไปเติมต่อไป ขอยืนยันว่าฟังความเห็นจากทุกกลุ่มแม้แต่มากทางเฟสบุ๊ค
นายมีชัยกล่าวต่อถึงกรณีที่ในขณะนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญออกมาแล้วว่า ตนคงไม่เสียกำลังใจในการทำงาน เพราะเห็นว่าคนที่ออกมาพูดนั้นเขาพูดไม่ได้ดูเนื้อหา และไม่ได้หวังให้ กรธ.แก้ร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ไม่ชอบก็มีธงไม่ชอบ คนที่ออกมาพูดสนุกๆ ตรงนี้คงจะไปทำอะไรไม่ได้
ซึ่งก็เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าเมื่อมีร่างรัฐธรรมนูญออกมาก็ต้องมีฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนำมาก โดยเฉพาะทางฝ่ายของกลุ่ม เพื่อไทย นปช.และประชาธิปัตย์
แต่ที่น่าจับตามองก็คือฟากฝั่งของกลุ่ม นปช. ที่ดูเหมือนว่าจะออมาแสดงความคิดเห็นอย่างชัดจนว่าต้องการคว่ำรัฐธรรมนูญฉบับนี้
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เดินทางมายังกองทัพภาคที่ 1 ภายหลังจากที่มีนายทหารโทรศัพท์ไปเชิญตัวมาพูดคุยที่กองทัพภาคที่ 1
โดยนายจตุพร กล่าวว่า ในวันนี้มีเจ้าหน้าที่ทหารโทรศัพท์มาหาตนโดยระบุว่าขอเชิญมาพูดคุยร่วมกับพล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าเป็นเรื่องใด
เมื่อถามว่า ที่ถูกเรียกตัวเป็นเรื่องที่ นปช. ออกมาประกาศคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ หรือการจัดกิจกรรมล่องเรือหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่าไม่ทราบ เพราะขณะนี้ นปช. ถูกจับตาในหลายเรื่อง ซึ่งภายหลังการพูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 1 แล้ว จะเปิดเผยรายละเอียดอีกครั้ง ส่วนการจัดกิจกรรมล่องเรือของคนเสื้อแดงวันนี้ จะยังคงดำเนินต่อไปตามเดิม
ทั้งนี้แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 1 เปิดเผยว่า การเชิญตัวมาพูดคุยในวันนี้เกี่ยวกับกรณีที่นายจตุพรไปกล่าวในรายการหนึ่งทางช่อง PEACE TV โดยมีการใช้ข้อความกล่าวหาว่าทหารเป็นอันธพาลกวนเมือง ทางเจ้าหน้าที่กกล.รส.จึงจำเป็นต้องเชิญตัวมาพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจ เพราะที่ผ่านมานายจตุพรก็รับปากให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หลายครั้งแล้วในเรื่องการแสดงความคิดเห็น วันนี้จึงเรียกมาพูดคุยเฉยๆ ไม่ได้มีการกักตัวไว้แต่อย่างใด เมื่อเข้าใจกันแล้วก็จะให้นายจตุพรกลับบ้านได้ ยืนยันว่าเป็นการคุยกันดีๆ
หากเราย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมานั้นพรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ ภายหลังจาก นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ได้แถลงเปิดเผยร่างแรกอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า เมื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ที่ได้เผยแพร่ต่อประชาชนให้ได้รับทราบ เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นประชาธิปไตยตามหลักสากล และไม่เป็นประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ที่ประชาชนตกผลึกแล้ว ประชาชนถูกรอนสิทธิ์ อำนาจอธิปไตยของประชาชนถูกลิดรอน และถูกควบคุมกำกับโดยองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะมีรัฐบาลที่อ่อนแอ ขาดเสถียรภาพ ไม่อาจพัฒนาประเทศได้อย่างต่อเนื่อง คิดนโยบายระยะยาวไม่ได้ ไม่อาจแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนได้ และไม่เป็นไปตามที่พรรคเคยเสนอแนะข้อคิดเห็น
โดยร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำลายหลักการอันดีงามที่ประเทศเคยยึดถือ ถอยหลังลงคลอง และยังทำให้ความคิดแบบเผด็จการอำนาจนิยมสามารถกดหัวประชาชนต่อไป ยากที่ประเทศจะกลับคืนสู่สันติสุขได้ พรรคเพื่อไทย จึงไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว โดยหวังว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญและผู้มีอำนาจได้ตระหนักถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น หากว่าร่างรัฐธรรมนูญเช่นนี้มีผลบังคับใช้ และควรหาทางแก้ไขเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังคงยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายพอที่จะยอมรับได้ และไม่เป็นต้นตอแห่งวิกฤตการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
พร้อมกันนี้ พรรคเพื่อไทย ยังระบุด้วยว่ารัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตยจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะขาดความต่อเนื่องของนโยบาย ขาดความเชื่อมั่นของต่างชาติ
ขณะที่ทางด้านของรัฐบาลและคสช.นั้นก็ออกมาพูดถึงเกี่ยวกับการวิพากวิจารณ์รัฐธรรมนูณว่าไม่ได้ห้ามให้มีการแสดงความคิดเห็น
ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า เรื่องรัฐธรรมนูญสามารถวิจารณ์ได้ แต่ช่วยวิจารณ์ให้ไพเราะ ไม่ชอบอะไรก็พูดไป แต่ควรใช้วาจาที่ดี อย่าเสียดสี ทั้งนี้ตนไม่ได้ห้ามการวิจารณ์ แต่ขอทำให้ดีและเป็นสากล อย่าทำอะไรที่มายุ่งเกี่ยวกับงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ถ้าพูดมากก็จะเรียกมาทุกวัน เพราะขอร้องแล้วว่าให้ใช้วาจาดีๆ อย่าเสียดสี ทั้งนี้ไม่ได้ปรามใคร เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แล้วแต่คำพูดของคน ไม่เคยพูดว่าวิจารณ์ไม่ได้ สามารถรณรงค์ได้ แต่อย่าปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง
รัฐธรรมนูญนี้มีความสำคัญต้องคิดว่า ระยะนี้เป็นระยะเปลี่ยนผ่านรัฐธรรมนูญเขาพยายามทำให้เป็นสากล ต้องทำให้เกิดการปฏิรูปให้ได้ภายใน 20 ปี ซึ่งระยะเปลี่ยนผ่าน 4 ปีนี้ ต้องมีมาตรการให้ประชาชนอยู่ได้อย่างสงบสุข หากรากฐานมั่นคงแล้วค่อยว่ากัน ส่วนกรณีพรรคการเมืองจะตั้งโต๊ะแถลงจุดยืนต่อรัฐธรรมนูญ ตนไม่ได้ห้าม แต่ขอให้พูดจาให้ดี
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ปล่อยให้นักการเมืองได้ระบายบ้าง ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องดูตามกฎหมาย แต่ต้องการให้บรรดานักการเมืองวิจารณ์รัฐธรรมนูญในเชิงสร้างสรรค์ และตามหลักของกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์หรือไม่ก็อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน
อย่างไรก็ตามไม่สามารถตอบได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านการลงประชามติหรือไม่ เพราะเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ต้องรอดูเนื้อหาในร่างสุดท้ายอีกครั้งหนึ่งจึงจะสามารถตัดสินใจได้
ส่วนทางด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) กล่าวว่า คสช.ไม่เคยห้ามกลุ่มคนออกมาแสดงความคิดเห็น หรือวิจารณ์ ร่างรัฐธรรมนูญ เพียงแต่การให้ความเห็นของคนบางกลุ่ม มีลักษณะการใช้กริยาวาจาที่รุนแรงผิดธรรมชาติ ดูไม่สร้างสรรค์ บางครั้งอาจมีลักษณะเหมือนจะปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชัง หรือขัดแย้งเกิดขึ้น
ซึ่งอาจจะเป็นการทำลายบรรยากาศได้บ้านเมืองได้ จึงอยากให้การให้กานแสดงความเห็นใดๆอยู่ในกรอบช่องทางที่เหมาะสม การใช้คำพูดควรให้เกียรติรักษาน้ำใจซึ่งกันและกันบ้าง
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า คสช.อยากให้ประชาชนได้ศึกษาทำความเข้าใจในรายละเอียดเนื้อหาโดยรวมของร่างรัฐธรรมนูญก่อนเป็นลำดับแรก มีหลายความเห็นเชื่อว่ามีความเหมาะสมสอดคล้องกับบริบททางสังคมไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะเน้นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในเรื่องการปราบทุจริต ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของอดีตที่ผ่านมา มีผลกระทบต่อสังคมไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม
