- 02 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
การเดินหน้าตรวจสอบพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง ล่าสุด พุทธะอิสระเดินทางมายื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
เพื่อขอให้ตรวจสอบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา157 กรณีมหาเถรสมาคม ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามพระบัญชาของสมเด็จพระสังฆราช ปล่อยปละละเลยให้ พระธัมมชโย แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ ติดตามจากรายงาน
และถ้าหากว่าสำนักพุทธฯหรือมหาเถรสมาคมไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ก็จะต้องถูกกล่าวโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ
เพราะฉะนั้นเผือกร้อนจึงตกไปอยู่กับมหาเถรสมาคม และผอ.สำนักพุทธฯว่าจะจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร หลังจากที่ผ่านมาพยายามปกป้องพระธัมมชโยมาโดยตลอด
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนทางสำนักข่าวทีนิวส์ก็จะได้ตอกย้ำในประเด็นสำคัญอันเป็นที่มาที่ทำให้พระธัมมชโยต้องถูกตรวจสอบว่าอาบัติปาราชิกแล้วหรือไม่และการสั่งถอนฟ้องคดีเมื่อปีพ.ศ.2549ในยุคของนายพชร ยุติธรรมดำรง อดีตอัยการสูงสุด เป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยใช่หรือไม่
สำหรับที่มาของเรื่องนี้ถูกระบุเอาไว้เป็นคดีดำ หมายเลขที่ 11651/2542และคดีดำหมายเลข 14735/2542 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระไชยบูลย์ ธัมมชโยหรือนายไชยบูลย์ สิทธิผล อายุ 62 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และนายถาวร พรหมถาวร อายุ 57 ปี ลูกศิษย์คนสนิท เป็นจำเลยที่ 1-2ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานและสนับสนุนเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือผู้อื่นโดยสุจริต และเป็นเจ้าพนักงานและสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต และโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
โดยร่วมกันยักยอกทรัพย์และเงินบริจาคของวัดพระธรรมกาย จำนวน 6.8 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินเขาพนมพา ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร โดยโอนกรรมสิทธิ์ใส่ชื่อนายถาวร จำเลยที่ 2 และเงิน จำนวน 29,877,000บาทไปซื้อที่ดินเนื้อที่ 902 ไร่เศษ ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร และ ต.ท่าข้าม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์โอนกรรมสิทธิ์ให้จำเลยที่ 2 เช่นกัน
ต่อมาในปีพ.ศ.2549 อัยการได้ถอนฟ้องโดยในคำร้องระบุต่อไปว่า บัดนี้ ข้อเท็จจริงในการเผยแพร่คำสอนปรากฏจากอธิบดีกรมการศาสนาผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เลขาธิการมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะภาค 1 ว่า ในปัจจุบันจำเลยที่ 1กับพวก ได้เผยแพร่พระพุทธศาสนาตรงตามพระไตรปิฎก และนโยบายของคณะสงฆ์ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เป็นที่ยอมรับทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งได้ให้ความร่วมมือช่วยเหลือกิจการของศาสนาทั้งของคณะสงฆ์ ภาครัฐ และเอกชนจำนวนมาก
สำหรับในด้านทรัพย์นั้น ปรากฏว่าจำเลยที่ 1กับพวกได้มอบทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งมีทั้งที่ดินและเงินจำนวน 959,300,000 บาท คืนให้แก่วัดพระธรรมกาย การกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ 1 กับพวก จึงเป็นการปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ครบถ้วนทุกประการแล้ว
คำร้องระบุ"ประกอบกับขณะนี้บ้านเมืองต้องร่วมกันสร้างความสามัคคีของคนในชาติทุกหมู่เหล่าเห็นว่า หากดำเนินคดีจำเลยทั้งสองต่อไป อาจก่อให้เกิดความแตกแยกในศาสนจักรโดยเฉพาะพระภิกษุ สามเณรและประชาชนทั้งในและต่างประเทศที่นับถือศาสนาพุทธ และไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ อัยการสูงสุดจึงมีคำสั่งให้ถอนคดีนี้ ดังนั้น โจทก์จึงขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีนี้ทุกข้อกล่าวหาขอศาลโปรดอนุญาต"
ศาลได้สอบถามว่าจำเลยทั้งสองจะคัดค้านหรือไม่ จำเลยทั้งสองแถลงว่า ไม่คัดค้านพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสอง ก่อนศาลมีคำพิพากษา เมื่อจำเลยทั้งสองคนไม่คัดค้านที่โจทก์ถอนฟ้องจึงมีเหตุอันสมควรที่ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยทั้งสองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.35จึงอนุญาตให้ถอนฟ้องจำเลยทั้งสอง และจำหน่ายคดีของโจทก์ออกจากสารบบความของศาลอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 35 คำร้องขอถอนฟ้องคดีอาญาจะยื่นเวลาใดก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นก็ได้ ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตหรือมิอนุญาตให้ถอนก็ได้ แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรประการใดถ้าคำร้องนั้นได้ยื่นในภายหลังเมื่อจำเลยให้การแก้คดีแล้ว ให้ถามจำเลยว่าจะคัดค้านหรือไม่ แล้วให้ศาลจดคำแถลงของจำเลยไว้ ในกรณีที่จำเลยคัดค้านการถอนฟ้อง ให้ศาลยกคำร้องขอถอนฟ้องนั้นเสีย
คดีความผิดต่อส่วนตัวนั้น จะถอนฟ้องหรือยอมความในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ แต่ถ้าจำเลยคัดค้าน ให้ศาลยกคำร้องขอถอนฟ้องนั้นเสีย
เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาจากข้อมูลข้อเท็จจริงแม้จะผ่านมาแล้วกว่า17ปีและแม้ว่าจะมีการถอนฟ้องพระธัมมชโยไปแล้วก็ตาม แต่ที่ชัดเจนจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีใครมาหักล้างข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้ หรือพูดง่ายๆก็คือว่า พระธัมมชโยได้มีการแอบนำเอาเงินของวัดไปซื้อที่ดินแล้วไปมอบให้กับลูกศิษย์คนสนิทจริง
ซึ่งพฤติกรรมในลักษณะนี้ถือว่าเข้าเกรณการอาบัติขั้นสูงสุดที่เรียกว่าปาราชิกแล้วใช่หรือไม่ และตามพระธรรมวินัยหากพระรูปนั้นได้อาบัติปาราชิกไปแล้ว แต่ยังห่มผ้าเหลืองอยู่จะถูกเรียกว่าอลัชชี หรือที่แปลว่า ผู้ไม่ละอาย
ตามข้อมูลที่สำนักข่าวทีนิวส์ได้นำเสนอไปแล้ว โดยข้อเท็จจริงแล้วการอาบัติปาราชิกเมื่อพระสงฆ์หรือสามเณรรูปใดก็ตาม ทำผิดข้อบังคับตามพระธรรมวินัยก็จะถือว่าเป็นอาบัติปาราชิกไปโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าพระสงฆ์รูปนั่นจะไม่ทำการลาสิกขาบท ก็จะได้รับบทลงโทษตามพระธรรมวินัยเป็นที่เรียบร้อย
อาบัติขั้นสูงสุด เรียกว่า ปาราชิก เป็นความผิดที่ละเมิดข้อห้ามใดข้อห้ามหนึ่งในจำนวน ๔ ข้อ คือ
๑.เสพเมถุน
๒.ถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้หรือลักขโมยนั่นเอง
๓.ฆ่ามนุษย์ให้ตาย
๔.อวดอุตริมนุสธรรม
พระภิกษุต้องอาบัติปาราชิกสี่ข้อใดข้อหนึ่ง แม้จะไม่กล่าวลาสิกขาบท ก็ถือว่าขาดจากความเป็นพระภิกษุทันที เมื่อความผิดสำเร็จ เมื่อขาดจากความเป็นพระแล้ว ก็ถือว่าไม่ใช่พระภิกษุอีกต่อไป ไม่สามารถอยู่ร่วมกับภิกษุอื่นหรือคณะหมู่สงฆ์ได้เลย ต้องลาสิกขาบทออกจากเป็นพระภิกษุทันที มิฉะนั้นจะกลายเป็นพวกอลัชชี (แปลว่า ผู้ไม่ละอาย) นอกจากนั้นจะไม่สามารถกลับเข้ามาบวชใหม่ได้เลยตลอดชีวิต แม้จะบวชเข้ามาได้ก็ไม่ใช่พระภิกษุที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย และไม่อาจเจริญในพระธรรมวินัยจนไม่สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานใด ๆ เลยตลอดชีวิต (เพียงชาติที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น) เพราะเป็นมูลเฉทคือ ตัดรากเหง้า เปรียบเสมือนคนถูกตัดศีรษะ เป็นตาลยอดด้วน แต่ที่ไม่ห้ามขึ้นสวรรค์ซึ่งแตกต่างกับอนันตริยกรรมที่ห้ามทั้งสวรรค์และนิพพานเพราะอาบัติปาราชิกนั้นมีไว้สำหรับเพศบรรชิต ถ้าพระภิกษุผู้ต้องอาบัติปาราชิกนั้นสำนึกผิดและลาสิกขาบทออกจากเป็นพระภิกษุแล้วทำบุญกุศลแล้วตายไปก็จะสามารถขึ้นสวรรค์ได้ แต่ถ้ายังดื้อด้านไม่ยอมลาสิกขาบทอยู่ในผ้าเหลืองจนตาย ตายไปต้องตกนรกที่ลึกที่สุดคือ มหาขุมนรกอเวจี
ตามข้อมูลของพระธรรมวินัยและพฤติกรรมของพระธัมมชโยที่เกิดขึ้นจะทำให้พระธัมมชโยเข้าข่ายเป็นอลัชชีไปแล้วหรือไม่ก็เป็นสิ่งที่คุณผู้ชมต้องพิจารณา
