- 02 ก.พ. 2559
ติดตรามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
นับจากวันที่นายชูวงษ์ แช่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างคนดังเสียชีวิต ด้วยข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นเพราะอุบัติเหตุจากสภาพแวดล้อมที่เกิดเหตุ ต้องถือว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาประมาณ 7 เดือนได้เกิดข้อมูลและข้อสันนิษฐานใหม่ ๆ ทางคดีเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะข้อบ่งชี้ว่านายชูวงษ์อาจไม่ตายด้วยอุบัติเหตุตามที่เข้าใจกันแต่แรกเกิดเหตุการณ์
ทั้งนี้จากข้อมูลการตรวจสอบของสนข.ทีนิวส์พบว่า กรณีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ ถูกตั้งข้อสังเกตในหลายมิติ พร้อมๆ กับข้อสงสัยว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการขับขี่รถยนต์ของพ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตส.ส.นครสวรรค์ ไม่มีน้ำหนักเพียงพอทำให้เชื่อได้ว่าจะถึงขั้นทำให้นายชูวงษ์เสียชีวิต ขณะที่ญาติของนายชูวงษ์เองก็เชื่อมาโดยตลอดว่าเหตุการณ์นี้มีเบื้องหลังไม่ปกติอย่างแน่นอน
และจากเงื่อนงำซับซ้อนที่เกี่ยวเนื่องกับการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ ได้นำมาซึ่งข้อสรุปของแพทยสภาในการพิจารณาผลรายงานชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ โดยคณะกรรมการของราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญนิติวิทยาศาสตร์
สรุปว่า จากสภาพศพนายชูวงษ์ซึ่งมีลักษณะหนังตาบนสองข้าง จนมีเลือดออกเยื่อบุตา ตามข้อสงสัยของญาติ เป็นผลมาจากแรงกระแทกโดยของแข็ง ไม่มีคม ขณะเดียวกันยังพบว่าบริเวณลำคอมีการหักของกระดูกข้อที่ 6 และ ข้อที่ 7 จากแรงกระแทกโดยของแข็งที่ไม่มีคมอีกเช่นกัน
ประเด็นน่าสนใจจากการแถลงของ ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่เลขา นายกแพทยสภา ที่ต้องเน้นย้ำจากผลการตรวจครั้งล่าสุดก็คือ โดยปกติของอุบัติเหตุซึ่งผลกระทบกับกระดูกคอจนถึงขั้นทำให้เสียชีวิตจะเกิดขึ้นบริเวณกระดูกคอข้อที่ 2 และที่ 3 มากกว่าจะเกิดขึ้นกับกระดูกข้อที่ 6 และที่ 7 แต่หากจะเกิดขึ้นร่วมกันทั้งหมดจนนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้ประสบอุบัติเหตุ ต้องเป็นผลจากแรงเหวี่ยงหรือการกระแทกอย่างรุนแรงจากไหล่ประกอบกัน
ขณะที่ พ.ต.อ.เอกณษ เศวตเลข รองผู้บังคับการกองปราบปราม แสดงความเห็นว่า การที่แพทยสภาออกมาระบุผลการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ มีร่องรอย ของแข็งกระแทกคอ ข้อที่ 6-7 หัก ซึ่งเกิดได้น้อยมากในอุบัติเหตุ ล่าสุดทางญาติของผู้เสียชีวิตได้ประสานเข้ามาที่กองปราบปรามในการนำผลสอบจากราชวิทยาลัยพยาธิวิทยาแห่งประเทศไทย มาประกอบสำนวนการสอบสวนการเสียชีวิตของนายชูวงษ์แล้ว และหลังจากนี้จะได้ดำเนินการสอบสวนแพทย์ผู้ชันสูตร และอาจจะต้องมีการออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
พร้อมยอมรับว่าผลการชันสูตรเบื้องต้นที่ผ่านมาไม่มีความรัดกุม ระบุเพียงว่ามีรอยบวมช้ำที่ศีรษะและกระดูกสันหลัง ส่วนคอหัก กระดูกซี่โครงด้านซ้ายและขวาหักหลายซี่ ระบุไม่ได้ว่าเกิดจากอุบัติเหตุหรือถูกฆาตกรรม ดังนั้นจะได้นำข้อมูลทั้งหมดมาสรุปในสำนวนเพื่อบ่งชี้การเสียชีวิตของนายชูวงษ์ต่อไป
ว่ากันโดยข้อเท็จจริงเรื่องปมการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจส่งข้อมูลให้แพทยสภาวินิจฉัยเพิ่มเติม ถือเป็นผลจากผลชันสูตรของสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจก่อนหน้านั้น
โดยผลการผ่าชันสูตรศพนายชูวงษ์ ของสถาบันนิติเวชฯ พบบาดแผลช้ำบวมศีรษะด้านซ้ายและด้านขวา มีบาดแผลที่คางถลอก 2 ข้าง ส่วนที่ไหล่ซ้าย หน้าแข้งทั้ง 2 ข้าง มีรอยช้ำม่วง ขณะที่ศีรษะพบรอยช้ำบริเวณด้านหลังซ้ายประมาณ 40 ตารางเซนติเมตร แต่กะโหลกศีรษะสภาพปกติ สมองบวม เนื่องจากมีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นในด้านซ้าย กระดูกสันหลังส่วนคอหัก กระดูกซี่โครงด้านหน้าทั้งซ้ายและขวาหักหลายซี่ ปอดช้ำ หัวใจคั่งเลือด เส้นเลือดเลี้ยงหัวใจหนาตัว พบมีเลือดคั่งในตับ ม้าม ไต และแพทย์ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตของชูวงษ์ ว่า เป็นผลจากการมีเลือดออกในเยื่อหุ้มสมองชั้นใน สมองบวม จากการกระทบกระแทกของแข็ง
และจากจุดสำคัญของลักษณะบาดแผลที่สถาบันนิติเวชฯผ่าพิสูจน์ศพนายชูวงษ์ ซึ่งบ่งชี้ร่องรอยช้ำบริเวณด้านหลังซ้าย 40 เซนติเมตร จึงทำให้ข้อสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตยิ่งซับซ้อนมากขึ้น
โดยเฉพาะกับมุมมองของกลุ่มญาตินายชูวงษ์ รวมถึงทีมทนายความ ซึ่งตั้งข้อสังเกตมาตั้งแต่ต้น เกี่ยวกับเหตุที่นำไปสู่การเสียชีวิต ประกอบด้วย
1. รถออกมาจากสนามกอล์ฟเวลาประมาณ 19 นาฬิกา ซึ่งเมื่อคำนวณระยะทางจากสนามกอล์ฟถึงที่เกิดเหตุประมาณ 30 กิโลเมตร รถยนต์คันเกิดเหตุน่าจะใช้เวลา ไม่เกิน 1 ชั่วโมง แต่ปรากฏว่าภรรยาของ พ.ต.ท.บรรยินกลับโทรศัพท์แจ้งให้ครอบครัวของผู้ตายทราบเมื่อเวลาประมาณ 22 นาฬิกา หรือเหตุการณ์ผ่านไปถึง 3 ชั่วโมง
2. ข้อกล่าวอ้างถึงความเร็วรถยนต์ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่มีเหตุผลเพียงพอนำไปสู่การทำให้นายชูวงษ์ต้องเสียชีวิต
3. ต้นไม้ในเกิดเหตุที่รถยนต์พุ่งเข้าชนไม่ใหญ่โตในขนาดทำให้นายชูวงษ์ถูกกระแทกจนเสียชีวิต
4. สภาพรถยนต์ของนายบรรยิน มีรอยบุบสลายไม่มาก กระจกไม่แตก ขณะที่จุดชนมีลักษณะเอียงมาข้างคนขับ มิใช่ส่วนที่ตรงกับที่นั่งโดยสารที่ นายชูวงษ์ ผู้ตายนั่ง
5. ในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยห้ามล้อของรถยนต์คันเกิดเหตุ แสดงว่า คนขับไม่ได้เบรกรถก่อนพุ่งเข้าชนต้นไม้เลย
ขณะเดียวกันยังมีข้อมูลเจ้าหน้าที่บันทึกภาพศพนาย ชูวงษ์ หลังนำส่งโรงพยาบาลสิรินธร ซึ่งแจ้งว่าสาเหตุจากการเสียชีวิตของนายชูวงษ์เบื้องต้นเนื่องจากคอหัก และพบซี่โครงหักหลายซี่ แต่กลับไม่พบเลือดไหลในช่องปอดหรือเลือดไหลในช่องอก ซึ่งมีข้อสังเกตุว่าเป็นไปได้ว่าเลือดหยุดสูบฉีดก่อนที่จะถูกกระแทกจนซี่โครงหัก และสันนิษฐานได้ว่านายชูวงษ์อาจเสียชีวิตก่อนหน้าที่จะมีการชน ถือว่าเป็นการตายผิดธรรมชาติ สอดคล้องกับข้อมูลที่ทางหน่วยกู้ชีพที่ในบริเวณที่เกิดเหตุจับชีพจร ซึ่งพบนายชูวงษ์เสียชีวิตตั้งแต่อยู่ภายในรถยนต์เลกซัส รุ่นแอลเอ็กซ์ 470 สีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานครแล้ว
ไม่เท่านั้นข้อสงสัยการเสียชีวิตปริศนาของนายชูวงษ์ ยังถูกนำไปเชื่อมโยงกับข้อสังเกตของ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ที่ระบุว่ากรณีบาดแผลด้านหลัง อาจไม่เข้าหลักของอุบัติเหตุจราจรกรณีที่เป็นการชนจากด้านหน้า แต่การจะสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้นั้นต้องอาศัย 3 องค์ ประกอบ คือ 1.ศพ 2.รถ 3.ที่เกิดเหตุ และองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดคือตัวศพ
และที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งที่ถูกทิ้งค้างไว้ในช่วงสมัย พล.ต.ต. อัคราเดช พิมลศรี ขณะดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองปราบ ซึ่งกล่าวถึงการตรวจภาพถ่ายศพของนายชูวงษ์ ขณะอยู่บนรถยนต์คันที่ประสบอุบัติเหตุ ว่าพนักสอบสวนพบร่องรอยคล้ายรอยเขียวช้ำบริเวณคอด้านซ้าย
ซึ่งร่องรอยดังกล่าวไม่มีระบุไว้ในผลชันสูตรของแพทย์ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ส่งภาพถ่ายดังกล่าวให้แพทย์ตรวจว่าเป็นร่องรอย ที่เกิดจากสาเหตุใดหรือเป็นรอยเงาของสิ่งใดเพิ่มเติม
การเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจ ต้องจับตามองว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่นั่นคือ คดียักยอกหุ้นของนายชูวงษ์ ซึ่งคดีนี้มีการส่งฟ้องต่อศาลเป็นที่เรียบร้อย
สำหรับคดีนี้ ก่อนหน้านี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไปแล้ว 4 คน ประกอบด้วย
1.พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
2.นางสาวกัญฑณา ศิวาธนพล พริตตี้
3.นางสาวอุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์
4.นางศรีธนา พรหมมา มารดาของนางสาวอุรชา
ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และร่วมกันปลอม และใช้เอกสารปลอม โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน หรือรับของโจร
และนั่นก็คือความคืบหน้าทั้งหมดของคดี ซึ่งขณะนี้สิ่งที่สังคมอยากรู้มากที่สุดคือ สาเหตุของการเสียชีวิตกับประเด็นการโอนหุ้น มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ และผู้ต้องหาในคดี ยักยอกหุ้นจะมีโอกาสมากน้อยเพียงใดที่จะกลายมาเป็นผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของนาย ชูวงษ์
ที่ผ่านมา นางวันเพ็ญ ธนธรรมศิริ พี่สาว นายชูวงษ์ ได้เคยระบุเอาไว้ว่า
“ณ ตอนที่คุณชูวงษ์เสียชีวิต ไม่ได้สงสัย เพราะพฤติกรรมของน้องชายไม่ได้มีศัตรู หลังเสร็จงานเราก็นัดทนายมาดูเพื่อเคลียร์ปัญหา ก็มาไล่ดูทรัพย์สินกัน ก็มาเจอเอกสารการโอนหุ้น และพบความผิดปกติในการโอนหุ้นให้กับใครก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยไปถึงสาเหตุการเสียชีวิต
ทั้งยังระบุอีกว่า ครอบครัวไม่ได้ต้องการเงินที่หายไปคืน หากแต่ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับน้องชาย และถ้าหากน้องชายเสียชีวิตเพราะฆาตกรรม จะสู้ถึงที่สุด
ข้อมูลการโอนหุ้น นายชูวงษ์ได้โอนหุ้นมูลค่าราว 300 ล้านบาท ให้กับผู้หญิง 2 คนคือ กัญฐณาและศรีธราก่อนจะประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตเพียงไม่กี่วัน
กล่าวคือ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2558 หุ้นมูลค่าราว 40 ล้านบาทถูกโอนให้กับนางศรีธนา พรหมมา ซึ่งเป็น แม่ของโบรกเกอร์บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด(มหาชน) และ
ถัดมาเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2558 หุ้นมูลค่า 228 ล้านบาทถูกโอนให้กับนางสาวกัญฑณา ศิวาธนพล พริตตี้สาว ขณะที่นายชูวงษ์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2556
