"สนธิญาณ"ชี้!"คสช."เรียก"จตุพร"ปรับทัศนคติไม่ใช่คำตอบเพราะออกมาก็เคลื่อนไหวอีกที่ดีรัฐฯควรเรียกทุกฝ่ายทุกพรรคให้พร้อมหน้าคุยเรื่องรธน.ให้จบ

ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th

 

 

รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่  3 กุมภาพันธ์ 2559  ออกอากาศทางช่องทีนิวส์  ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
 


สนธิญาณ : อีกเรื่องหนึ่งเมื่อวาน คสช. ได้เชิญคุณจตุพรมาพบ เรียกว่ามาปรับทัศนคติที่กองทัพภาค1 ก็ใช้เวลาในการปรับทัศนคติกันประมาณชั่วโมงเศษ ๆ ไม่ให้สื่อเข้าไปทำข่าว ปรับทัศนคติเสร็จก็ให้กลับบ้านได้ หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวก็สงสัยก็เลยถามว่าปรับทัศนคติกันแล้วหรือเสร็จแล้วหรือ ถามพล.อ.ประวิตร ท่านก็บอกว่าเป็นแบบนี้ที่ต้องเรียกมาปรับทัศนคติก็เพราะว่าพูดจาก้าวร้าวไม่วิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ โจมตีและสร้างความปลุกระดม ปรับทัศนคติเสร็จแล้วก็ปล่อยไป  เอาแบบนี้อีกก็เชิญมาอีก

 

 

สถาพร : เชิญมาได้ทุกวัน

 

 

สนธิญาณ : พล.อ.ประวิตรก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของ คสช. เป็นเบอร์สองของรัฐบาลผมจะเรียนว่าเป็นข้อเสนอแนะนะครับ ว่าการทำแบบนี้เหมือนกับเด็กเล่นขายของครับ แล้วความหมายคือรุนแรงและ คสช.จะต้องเอาไปคิดและพิจารณา ผู้คนเห็นแบบนี้ก็รับไม่ได้หรอกครับ

 

 

สถาพร : ต่ออาจจะมี จตุพร 2,  3 ขึ้นมาใช่ไหมครับ

 

 

สนธิญาณ : คือมีอยู่แล้ว แต่คุณจตุพรกลับไปคุณจตุพรก็พูดอีก ก็เชิญไปอีก ก็พูดอีก ต่อไปเหลืออีก 500 วันจะเลือกตั้ง คุณจตุพรก็พูดไป 500 วันแล้วก็จะเชิญมา 500 วันอย่างนั้นหรือ 2.มีคนอื่น ๆ ทำแบบจตุพรขึ้นมาเพราะรู้แล้วว่าพอทำแบบนี้

 

 

สถาพร : ก็ถูกเชิญมาแล้วแล้วก็ปล่อยกลับ

 

 

สนธิญาณ : คือมีแบบนี้มา 500 คน คสช.ไม่เชิญกันเหนื่อยหรอครับ และเกิดองค์กรแนวร่วมอันไหนเขาก็ยกตัวอย่างว่าทำไมจตุพรทำอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วผมคิดว่านี่ล่ะครับ คสช. ทำเหมือนกับเด็กเล่นขายของทีนี้ผมพูดแบบนี้หมายความว่าผมจะให้ไปจับตัวคุณจตุพรขังไว้เลยหรือครับก็ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นครับ ซึ่งแบบนั้น คสช. คงอาจอยากจะทำใจจะขาดแต่ก็คงจะกลัวว่าคนจะหาว่าเป็นเผด็จการไปลดรอนสิทธิเสรีภาพการวิพากษ์วิจารณ์ ต่างชาติจะขยายความเอาอีกหรือไม่อย่างไร ผมคิดว่า คสช.ถ้าคิดมุมนี้ก็ตลกอยู่ก็คือตัวเองมีชาติกำเนิดเป็นเผด็จการ เกิดมาก็เป็นเผด็จการคงมาตรา44ไว้ก็เป็นเผด็จการ เพราะฉะนั้นผมก็ไม่รู้ว่าจะกลัวอะไรกับการที่คนอื่นจะด่าว่าเป็นเผด็จการ แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ไปจับเขามา ผมคิดว่าอำนาจเผด็จการในการควบคุมรัฏฐาธิปัตย์ของรัฐบาลที่มีอยู่ ลองนึกย้อนไปถึงก่อนยำอำนาจก่อน 22 พ.ค. 57 ในวันที่ 19 กองทัพได้ทำอะไรครับ กองทัพได้ประกาศกฎอัยการศึกก็เหมือนทื่ คสช.มีมาตรา44อยู่ในขณะนี้ เชิญทุกฝ่ายมาพูดมาคุย คนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับบ้านเมืองหรือเคลื่อนไหวสร้างประเด็นทางการเมืองอยู่มีศักยภาพที่ทำให้บ้านเมืองแปรไปทางโน้นนี่ วันที่ 19 คสช. เชิญหมด พรรคการเมืองทุกพรรค นปช. กปปส. อะไรแบบนี้นะครับเชิญมาหมด ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่ คสช.ควรจะทำ ความหมายคือเชิญทุกฝ่ายมาแล้วมาพูดคุยกันให้รู้เรื่องไหนรัฐธรรมนูญที่คุณไม่พอใจคืออันไหน ก็เชิญคณะกรรมการร่างฯมาและแจกแจงให้ฟังว่าทำแบบนี้จะเกิดผลดีกับบ้านเมืองอย่างไรที่คุณบอกว่าเป็นเผด็จการแบบโน้นนี่ จะให้สื่อเข้าไปสังเกตการณ์ถ่ายทอดสดเลยก็ไม่เห็นจะเป็นไร โดยมี คสช.ควบคุมสถานการณ์อยู่ จะทำอะไรก็ทำแต่ควรจะพูดให้รู้เรื่อง เช่น พรรคประชาธิปัตย์จะทำแบบนี้ว่าอย่างไร นปช.ว่าอย่างนี้จะทำอย่างไร สภาปฏิรูปว่าอย่างไร สนช.ว่าอย่างไร กรรมการร่างรัฐธรรมนูญว่าอย่างไร คือเป็นอย่างนี้นะครับ และ คสช.มีเจตนาที่ดีแบบนี้จะเดินหน้าแบบนี้ มีอะไรที่ไม่ดีตรงไหนก็ว่ากันให้จบครับ ใช้อำนาจที่ตัวเองมีทำแบบนี้ก็เอามาฟ้องประชาชนได้ทำได้ เพราะสิ่งที่เขากำลังทำไม่มีอะไร ไม่ใช่เรื่องไม่พอใจ ร่างรัฐธรรมนูญหรอกครับ เป็นเรื่องของการหาเงื่อนไขที่จะมาเคลื่อนไหวแค่นั้นครับ คือ คสช.กับรัฐบาลมีจุดอ่อนน้อย พอเปิดช่องมาเขาก็ถือว่าอยู่ในฟากฝั่งตรงข้ามทางการเมือง วันนี้ คสช.จะมาคิดว่าผมเข้ามาเป็นคนกลางประนีประนอม ไม่ใช่หรอกครับ ตอนนี้พรรคเพื่อไทยและระบอบทักษิณทั้งหมด นปช.ถือว่า คสช.คือคู่กรณี เพราะฉะนั้นลองดูสิครับเป็นข้อเสนอ มาพูดมาคุยกันใช้อำนาจของ คสช. ต้องแบบนั้นครับ ไม่ใช่แบบนี้ไปเรื่อยคนเขาก็ว่าเหมือนเด็กเล่นขายของครับ