- 04 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ตามกันต่อว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม จะยังเพิกเฉยต่อการดำเนินการให้พระธัมมชโย ต้องอาบัติปาราชิกหรือไม่และผู้ที่เกี่ยวข้องของทั้ง 2 หน่วยงานจะต้องถูกดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่อย่างไร
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงหนังสือที่ดีเอสไอ ส่งถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อสอบถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของพศ. ตามที่มีการร้องเรียนให้พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายต้องอาบัติปาราชิกจากคดียักยอกเงินและที่ดิน ตามพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช นั้น พศ.ได้ดำเนินการอย่างไรแล้วบ้าง โดยประเด็นที่ต้องการให้พศ.ตอบมายังดีเอสไอ คือการดำเนินการตามพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งมีผลในทางกฎหมาย พศ. ที่เป็นหน่วยงานรัฐ หน่วยงานเดียวในการทำหน้าที่เลขานุการประสานกับ กรรมการมหาเถรสมาคม ได้ดำเนินการอย่างไรกับพระธัมมชโยในกรณีดังกล่าวแล้วบ้าง การดำเนินการถูกต้องหรือไม่
"ตามพระลิขิตฯกำหนดไว้ 2 ประเด็น ทั้งเรื่องอาบัติปาราชิก และเรื่องการคืนทรัพย์สิน ซึ่งคดีทางโลกเคยมีการพิจารณาแล้วว่า มีความผิด รวมทั้งคดีดังกล่าว พศ. เป็นหน่วยงานผู้ร้องต่อกองปราบปรามให้ดำเนินคดี"
อย่างไรก็ตาม จากการประสานกับผู้อำนวยการพศ. ได้รับแจ้งว่า พศ. จะตอบกลับดีเอสไอ ภายในเดือนก.พ.นี้
ทั้งนี้ หนังสือจากดีเอสไอ ยังไม่ใช่การชี้มูล แต่เป็นการแจ้งประสานพศ. ให้ดำเนินการ และหากไม่ดำเนินการ พศ. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ อาจมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยหากพศ.ดำเนินการไปแล้วอย่างไร ก็ต้องชี้แจงต่อสังคมเพื่อให้สิ้นสุดข้อสงสัย หากพศ.ตอบมายังดีเอสไอแล้ว จะมีการเรียกประชุมพนักงานสอบสวนอีกครั้งเพื่อชี้มูลความผิดต่อไป
อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามต่อไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กลับอ้างว่าไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการเรื่องนี้
นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ได้รับหนังสือแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเอกสาร เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานแล้ว ตั้งแต่ปี 2542 อีกทั้งเอกสารข้อมูลบางส่วน จะอยู่ที่พระคุณเจ้าคณะผู้ปกครอง ที่ทำเรื่องสอบข้อเท็จจริง สอบสวนวินัยต่าง ๆ ซึ่งจะตอบกลับดีเอสไอเร็ว ๆ นี้ และจะรายงานตามหลักฐานที่เรามี
เมื่อถามว่า ในท้ายหนังสือของดีเอสไอ ระบุให้ พศ.ดำเนินการให้พระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิกตามลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช นายพนม กล่าวว่า พศ.ไม่สามารถไปกำหนดให้พระปาราชิก หรือไม่ปาราชิกได้ ทางดีเอสไอน่าจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน เป็นเพียงการเท้าความในหนังสือที่ผู้ร้องเรียน
มีคนกล่าวหาร้องเรียนหลายประเด็น แต่มี 2 ประเด็นนี้ที่เกี่ยวข้องกับ พศ.“ต้องดูข้อความทั้งหมด กำลังรวบรวมและสืบสวน สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่พวกผมจะมารับผิดชอบ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ทางคณะสงฆ์ก็มี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ปี 2505 และแก้ไขปี 2535 ในส่วนฝ่ายบ้านเมืองจะมี พ.ร.บ.ของเรา จะเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ เราต้องใช้เวลาเพื่อไม่ให้กระทบส่วนอื่น ๆ เป็นเรื่องเก่าที่ผ่านมาแล้ว
ผมอาจจะสื่อสารไม่ดี ผมไม่ได้ไปชี้แจงว่า สิ่งที่ทำมาเป็นอย่างไรและระหว่างที่ทำถึงตรงไหน บางเรื่องเป็นเรื่องที่มีผลกระทบกับบุคคลอื่น เราให้เกียรติ ถือเป็นมารยาทที่ไม่สามารถแถลงได้ ถึงได้มีการมองว่าเราไม่ดำเนินการอะไร ทั้งที่จริงเราดำเนินการอยู่ มีการประสาน มีการปรึกษาหารือตลอด เป็นเรื่องของการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน ทั้งนี้ ดีเอสไอไม่ได้กำหนดมาว่าจะต้องตอบกลับในวันไหน แต่โดยมารยาท เราก็ต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะฟ้องร้องดำเนินคดีธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในคดีทุจริตฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่นว่า ดีเอสไอกำลังตรวจสอบอยู่ ยังไม่ได้สรุปผลการตรวจสอบ โดยทางสำนักงานพระพุทธฯ จะประสานงานร่วมกับดีเอสไอ ซึ่งขณะนี้การตรวจสอบของดีเอสไอยังไม่มีข้อยุติ อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าวค้างคามานาน
ซึ่งถ้าสำเร็จได้ก็สำเร็จภายใต้ข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะดีเอสไอทำตามเรื่องที่มีผู้ร้องเรียนผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินมา ทั้งนี้เมื่อถามว่า เกรงกลัวอิทธิพลของวัดธรรมกายหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวเพียงว่า "ผมทำตามเนื้อผ้า และข้อเท็จจริง"
เมื่อพิจารณาจากความคืบหน้าของสถานการณ์ที่เป็นไป ก็ทำให้สังคมเกิดข้อครหา ถึงท่าทีของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกรรมการมหาเถรสมาคมที่เหมือนกับว่าจะพยายามปกป้องพระธัมมชโยและธรรมกาย จะเข้าข่ายต้องถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือไม่
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานสนองงานคณะสงฆ์และรัฐโดยการทำนุบำรุงส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา ให้การอุปถัมภ์คุ้มครอง และส่งเสริมพัฒนางานพระพุทธศาสนา ดูแลรักษา จัดการศาสนสมบัติ พัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งให้การสนับสนุนส่งเสริม พัฒนาบุคลากรทางศาสนา โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการคณะสงฆ์ กฎหมายว่าด้วยการกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนา รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
(2) รับสนองงาน ประสานงาน และถวายการสนับสนุนกิจการและการบริหาร การปกครอง คณะสงฆ์
(3) เสนอแนวทางการกำหนดนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองพระพุทธศาสนา
(4) ส่งเสริม ดูแล รักษา และทำนุบำรุงศาสนสถานและศาสนวัตถุทางพระพุทธศาสนา
(5) ดูแลรักษา และจัดการวัดร้างและศาสนสมบัติกลาง
(6) พัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา
(7) ทำนุบำรุงพุทธศาสนศึกษา เพื่อพัฒนาความรู้คู่คุณธรรม
(8) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานหรือนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ทำเนียบผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
คนแรกคือ นายสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์
คนที่ 2 พลตำรวจโทอุดม เจริญ
คนที่ 3นายจักรธรรม ธรรมศักดิ์
คนที่ 4 นายถวิล สมัครรัฐกิจ
คนที่ 5 นางจุฬารัตน์ บุณยากร
คนที่ 6 นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์
และคนปัจจุบัน นายพนม ศรศิลป์
มหาเถรสมาคมประกอบด้วยสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการโดยตำแหน่ง สมเด็จพระราชาคณะ ทุกรูปเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และพระราชาคณะซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งมีจำนวนไม่เกินสิบสองรูปเป็นกรรมการ
ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นเลขาธิการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่งและให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทำหน้าที่สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม
รายชื่อ กรรมการมหาเถรสมาคม
1.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ช่วง วรปุญฺโญ
2.สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ มานิต ถาวโร
3.สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ อัมพร อมฺพโร
4. สมเด็จพระวันรัต จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต
5. สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วีระ ภทฺทจารี
6.สมเด็จพระธีรญาณมุนี สมชาย วรชาโย
7.สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ สมศักดิ์ อุปสโม
8.สมเด็จพระพุฒาจารย์ สนิท ชวนปญฺโญ
9.พระพรหมวชิรญาณ ประสิทธิ์ เขมงฺกโร
10.พระพรหมเมธาจารย์ คณิสร์ เขมวํโส
11.พระวิสุทธิวงศาจารย์ วิเชียร อโนมคุโณ
12.พระพรหมเมธี จำนงค์ ธมฺมจารี
13.พระพรหมมุนี สุชิน อคฺคชิโน
14.พระพรหมดิลก เอื้อน หาสธมฺโม
15.พระพรหมบัณฑิต ประยูร ธมฺมจิตฺโต
16.พระพรหมวิสุทธาจารย์ มนตรี คณิสฺสโร
17.พระธรรมธัชมุนี อมร ญาโณทโย
18.พระธรรมบัณฑิต อภิพล อภิพโล
19.พระพรหมโมลี สุชาติ ธมฺมรตโน
20.พระพรหมสิทธิ ธงชัย สุขญาโณ
และในตอนต่อไปทางสำนักข่าวทีนิวส์ก็จะได้นำเสนอให้คุณผู้ชมได้เห็นว่าผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รวมไปถึงกรรมการมหาเถรสมาคม มีความสัมพันธ์ในเชิงผลประโยชน์กับวัดพระธรรมกายจริงหรือไม่ จนอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่กล้าดำเนินการให้พระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิก
