เฮือกสุดท้าย !! นับถอยหลัง "ประชุมมหาเถรสมาคม" 10 ก.พ.นี้!! ชี้ชะตา "ธัมมชโย" อาบัติปาราชิกหรือไม่ !??

เฮือกสุดท้าย !! นับถอยหลัง "ประชุมมหาเถรสมาคม" 10 ก.พ.นี้!! ชี้ชะตา "ธัมมชโย" อาบัติปาราชิกหรือไม่ !??

นับถอยหลังในวันพรุ่งนี้ กับการประชุม มหาเถรสมาคม ว่าจะดำเนินการอย่างไร สำหรับสถานภาพของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งหนังสือการวินิจฉัย คดีที่พระธัมมชโย ยักยอกทรัพย์สินของวัด ไปให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อให้ประสานไปยังมหาเถรสมาคม

 

เพราะฉะนั้น คงต้องติดตาม ว่ามหาเถรสมาคมจะมีมติดำเนินการกับพระธัมมชโย ให้อาบัติปาราชิก หรือขาดจากความเป็นพระ ตามพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชหรือไม่

ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีประเด็นที่มหาเถรสมาคมจะต้องพิจารณาดำเนินการ 2 กรณีคือ

1.การดำเนินการให้พระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิกตามลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชที่มีมติของมหาเถรสมาคมรับรองให้ถือเป็นคำสั่งที่ชอบและจะต้องปฏิบัติตามให้ครบถ้วน ตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

2.การพิจารณาความผิดและการดำเนินกับเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ขั้นต้น ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการตามข้อ 1

เช่นเดียวกับ  สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่าได้ส่งเรื่องที่ดีเอสไอส่งมาทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไปยังมหาเถรสมาคมเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทาง และมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ระบุว่า ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ต้องการให้มหาเถรสมาคมใช้กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ ตามบทบัญญัติที่มีอำนาจโดยตรงเเละไม่กระทบกับการลงนิคหกรรม เพราะหากยังดื้อดึงคงไม่ส่งผลดีกับทุกฝ่าย เพราะจะถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 มีความผิดตามกฎหมายอย่างแน่นอน

หลายครั้งที่หน่วยงานรัฐซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายออกมาตอกย้ำว่าพระธัมมชโยต้องปาราชิก แต่ทว่าองค์กรปกครองฝ่ายสงฆ์กลับเพิกเฉย จนเต็มไปด้วยข้อครหาว่าอยู่ฝ่ายเดียวกับวัดพระธรรมกายและต้องการปกป้องพระธัมมชโยหรือไม่

ล่าสุดมีการเปิดเผยว่าในวันที่ 10กุมภาพันธ์นี้ จะมีการประชุมมหาเถรสมาคม ซึ่งอาจจะมีการหารือในเรื่องดังกล่าวด้วย

กรรมการมหาเถรสมาคมชุดปัจจุบัน ประกอบด้วย

ฝ่ายมหานิกาย
ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม 
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

กรรมการมหาเถรสมาคมโดยสมณศักดื์ 
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (วีระ ภทฺทจารี) วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) วัดพิชยญาติการามวรวิหาร 
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ)วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง 
พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร) วัดยานนาวา 
พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ) วัดปากน้ำ
พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม)  วัดสามพระยา
พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) วัดปากน้ำ
พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร 

ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยสมณศักดื์ 
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร
สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหารเริ่มวาระ
สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร

กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง 
พระพรหมเมธาจารย์ (คณิศร์ เขมวํโส) วัดบุรณศิริมาตยาราม
พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร
พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสฺสโร) วัดเครือวัลย์วรวิหาร
พระธรรมธัชมุนี (อมร ญาโณทโย) วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร  
พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล) วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

ขณะเดียวกันการพิจารณาของมหาเถรสมาคม ในการจะชี้ว่าพระสงฆ์รูปใดต้องสละสมณเพศ ระบุเอาไว้ในกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่21 พ.ศ.2538 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ

ข้อ 3. ในกรณีพระภิกษุรูปใด
(1) ประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเรื่องเดียวกันหรือหลายเรื่องเป็นอาจิณ ให้เจ้าอาวาสวัดซึ่งพระภิกษุนั้นสังกัดหรือพำนักอาศัยมีอำนาจหน้าที่แนะนำ ชี้แจง ตักเตือนให้พระภิกษุรูปนั้นประพฤติตามพระธรรมวินัยเป็นลายลักษณ์อักษร โดยกำหนดเวลาให้ปฏิบัติ หากพระภิกษุรูปนั้นไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ ชี้แจง ตักเตือน ภายในเวลาที่กำหนด ให้เจ้าอาวาสวัดซึ่งพระภิกษุรูปนั้นสังกัดหรือพำนักอาศัย รายงานโดยลำดับจนถึงเจ้าคณะอำเภอเจ้าสังกัด เพื่อวินิจฉัยให้สละสมณเพศต่อไป

2) ไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง หรือไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ให้พระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองวัด หรือพระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ ในเขตท้องที่ ที่พบพระภิกษุรูปนั้น มีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณะเพศเสียได้

ข้อ 4 ในกรณีที่มีการฟ้องว่า พระภิกษุรูปใดกระทำผิดอันเป็นครุกาบัติ เมื่อคณะผู้พิจารณาชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องตามกฏมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2521) ว่าด้วยการลงนิคหกรรมแล้ว มีคำสั่งประทับฟ้องเพื่อดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยต่อไปก็ดี คณะผู้พิจารณาชั้นต้นวินิจฉัยแล้ว ไม่ว่าจะลงนิคหกรรมหรือไม่ก็ตาม และเรื่องยังอยู่ภายในกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ก็ดี หรือมีการอุทธรณ์ภายในเวลากำหนดแล้ว ไม่ว่าคณะผู้พิจารณาชั้นอุทธรณ์จะมีคำสั่งหรือวินิจฉัยอย่างไรก็ดี ให้คณะผู้พิจารณาชั้นต้นหรือคณะผู้พิจารณาชั้นอุทธรณ์แล้วแต่กรณี รายงานข้อเท็จจริงของกฎหมาย และพระธรรมวินัยที่เกี่ยวข้องต่อมหาเถรสมาคม

ในกรณีที่การพิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรมอยู่ในชั้นฎีกา กรรมการมหาเถรสมาคมรูปใดรูปหนึ่งอาจรายงานต่อมหาเถรสมาคมเพื่อให้ดำเนินการตามข้อ ต่อไปนี้ นอกเหนือจากการพิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรมก็ได้

ในกรณีที่มหาเถรสมาคมพิจารณาจากรายงานดังกล่าว และพยานหลักฐานอื่นประกอบกันแล้ว เห็นว่า พระภิกษุผู้เป็นจำเลยประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเรื่องเดียวกันหรือหลายเรื่องอันเป็นโลกวัชชะเป็นอาจิณ ทั้งความประพฤตินั้นเมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์ที่ล่วงมาแล้ว หากให้ดำรงเพศบรรพชิตต่อไป จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่พระศาสนาและการปกครองของคณะสงฆ์ มหาเถรสมาคมมีอำนาจวินิจฉัยให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณะเพศได้ ทั้งนี้ไม่กระทบต่อการพิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรมที่กำลังดำเนินการอยู่ไม่ว่าในชั้นใดๆ

ข้อ 5 คำวินิจฉัยให้พระภิกษุสละสมณเพศตามข้อ 3 หรือ ข้อ 4 ให้เป็นอันถึงที่สุด