17มี.ค.ดีเดย์อองซานซูจีจะมีชื่อเป็นประธานาธิบดีหรือไม่ทหารเท่านั้นที่ตอบได้

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th/html/

 

    นายมาน วิน เคียง ธัน ประธานสภาชาติพันธุ์ของเมียนมา แถลงเรื่องที่ประชุมสภาแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร และกองทัพ ต้องเสนอชื่อบุคคลเหมาะสมดำรงตำแหน่งประธานธิบดี ก่อนวันที่ 17 มี.ค. นี้ สำหรับกระบวนการลงคะแนนนั้น สมาชิกสภาแห่งชาติทั้ง 664 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 25 เป็นทหาร ล้วนมีสิทธิ์ลงคะแนน โดย 1 คนต่อ 1 เสียง ซึ่งผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนมากที่สุดจะรับตำแหน่งประธานาธิบดี ส่วนอีก 2 คนที่มีคะแนนรองลงมา รับตำแหน่งรองประธานาธิบดีคนที่ 1 และ 2 ตามลำดับ
 
    ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ผู้นำเมียนมาคนปัจจุบัน และคณะรัฐมนตรีจะหมดวาระอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มี.ค.นี้ หมายความว่าประธานาธิบดีคนใหม่ จะสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เม.ย. พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางออง ซาน ซูจี ได้รับชัยชนะถล่มทลายจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ปีที่แล้ว ตัวแทนจากพรรคจะได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอสำหรับตำแหน่งประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดีอีก 1 คน แม้ตัวของนางออง ซาน ซูจี เองไม่สามารถรับตำแหน่งใดได้ เนื่องจาก "ขาดคุณสมบัติ" ตามรัฐธรรมนูญ โดยมีคู่สมรสและบุตรเป็นชาวต่างชาติ
 
    แต่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของเมียนมารายงานว่า การเจรจาระหว่างนางออง ซาน ซูจี กับ พล.อ.มิน อ่อง ลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ในเรื่องการปรับแก้รัฐธรรมนูญบางมาตรา "คืบหน้าไปมาก" โดยเฉพาะมาตรา 59 (f) ที่ห้ามมิให้บุคคลมีคู่สมรสหรือบุตรเป็นชาวต่างชาติรับตำแหน่งบริหารทางการเมือง นักวิชาการหลายคนเตือนทุกฝ่ายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญของเมียนมาใช้เวลานาน ขณะที่พรรคเอ็นแอลดีแสดงออกชัดเจนว่า ต้องการเสนอชื่อนางออง ซาน ซูจี เพื่อเป็นรางวัลสำหรับการที่เธอต่อสู้มาทั้งชีวิต ก็ต้องติดตามดูกันว่าท้ายที่สุดแล้วทหารจะยอมให้พรรคเอ็นแอลดี นั้นแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ต้องการหรือไม่ และอองซาน ซูจี จะได้เป็นประธานาธิบดีดั่งใจหมายหรือไม่ หรือว่าทหารจะยึดอำนาจเพื่อบริหารเมียนมาต่อไป อีกไม่นานคงได้คำตอบ