รู้เช่นเห็นชาติ !! "คอบร้าโกลด์2559"  เผยธาตุแท้ "มะกัน" ต่อไทย! ในยามที่จีนเข้ามามีบทบาท !??

รู้เช่นเห็นชาติ !! "คอบร้าโกลด์2559" เผยธาตุแท้ "มะกัน" ต่อไทย! ในยามที่จีนเข้ามามีบทบาท !??

เปิดฉากอย่างเป็นทางการไปแล้ว สำหรับการฝึก คอบร้าโกลด์ 2559      ระหว่าง 9-14 กุมภาพันธุ์นี้  ท่ามกลางการจับตามองจากหลายฝ่ายถึงท่าทีของสหรัฐเมริกากับไทย เพราะนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อ 22พ.ค.2557 สหรัฐก็แสดงออกมาโดยตลอดว่าต้องการที่จะลดระดับการฝึกปฏิบัติการนี้ร่วมกับไทย

 

ถึงขั้นที่ครั้งหนึ่งเคยมีข่าวว่าการฝึกเมื่อปี 2558 จะย้ายไปที่ประเทศออสเตรเลียเลยทีเดียว แต่จากการที่จีนได้เข้ามากระชับสัมพันธุ์ไทยมากขึ้น ได้เข้าร่วมฝึกอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี 2558 ก็ทำให้ท่าทีของสหรัฐเปลี่ยนไป

แต่จากคำพูดของนายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำ ประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึก คอบร้าโกลด์ 2559 ด้วยการเหน็บแนมเรื่องการเลือกตั้งของไทย ก็สะท้อนภาพของสหรัฐฯภายใต้ฉากหน้าว่าเป็นมิตร แต่กลับมองไปถึงเรื่องผลประโยชน์แทบทั้งนั้น

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำ ประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึก คอบร้าโกลด์ 2559

นายกลิน ที. เดวีส์ ได้กล่าว สุนทรพจน์ในพิธีเปิดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ ตอนหนึ่งว่า การเปิดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ 2559 เพื่อแสดงถึงพันธสัญญาอันยาวนาน ไม่คลอนแคลนของสหรัฐ ที่มีต่อภูมิภาคนี้ พันธสัญญานี้เข้มแข็งและยืนยง อันรวมถึง พันธสัญญาที่มีต่อประเทศไทยซึ่งสามารถข้ามผ่านอุปสรรคท้าทายชั่วคราวที่เกิดขึ้น ในความสัมพันธ์ของเรา

แม้ว่าความสัมพันธ์ ของเราในวันนี้จะเข้มแข็งมั่นคงและครอบคลุม แต่ความร่วมมือนี้จะยังเติบโตเข้มแข็งขึ้นไปอีกเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันแล้วว่า ประเทศไทยจะกลับสู่ การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ด้วยระบอบ

ประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน บทบาทของไทยในฐานะผู้นำ ในภูมิภาคนี้ และความเป็นพันธมิตรของประเทศเราทั้งสองจะสามารถบรรลุซึ่งศักยภาพสูงสุดได้

ขณะที่ พล.อ.สมหมายกล่าวว่า การ ฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกร่วมผสมระดับพหุภาคี ที่กองทัพไทยและกองทัพ สหรัฐร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จนเป็น ปีที่ 35 แล้ว การฝึกคอบร้าโกลด์เป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือทางทหาร ที่มี การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ซึ่งกองทัพไทย มีความภาคภูมิใจ ที่มีส่วนก่อให้เกิดสันติภาพ และความมั่นคงในภูมิภาคนี้ คุณสมบัติที่โดดเด่นของการฝึกคอบร้าโกลด์คือ เป็นการฝึกในลักษณะที่เปิดเผย และดำรงความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพมิตรประเทศ ที่เข้าร่วมการฝึก
         
นอกจากนั้นยังต้องการขยายความร่วมมือในการปฏิบัติการร่วมด้วยการปฏิบัติการทางทหารที่มิใช่สงคราม รวมทั้งจะดให้มีการฝึกปฏิบัติการเพื่อ มนุษยธรรมในโครงการช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่อื่นด้วย

สำหรับกำลังพลที่เข้าร่วม ฝึก ประกอบด้วยไทย 4,296 นาย สหรัฐ 3,288 นาย ญี่ปุ่น 327 นายสิงคโปร์ 51 นาย อินโดนีเซีย 32 นาย สาธารณรัฐเกาหลี 387 นาย และมาเลเซีย 133 นาย อินเดีย 10 นาย จีน 10 นาย รวมทั้งสิ้น 8,775 นาย ทั้งนี้ปีที่ผ่านมา สหรัฐส่งทหารเข้าร่วม ประมาณ 3,600 นาย

คอบร้าโกลด์ (อังกฤษ : Cobra Gold ตัวย่อ : CG) เป็นการฝึกร่วม/ผสมทางการทหารระดับพหุภาคีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในประเทศไทย เริ่มครั้งแรกจากการฝึกทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกาเมื่อปี พ.ศ.2525 ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นแบบพหุภาคีโดยมีประเทศอื่นๆ เข้าร่วม ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น

วัตถุประสงค์ของการฝึกคอบร้าโกลด์ คือ ปรับปรุงการทำงานร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างชาติต่างๆ ที่เข้าร่วมในการฝึก นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมความสงบสุขและความมั่นคงในภูมิภาค การตอบสนองที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพหลังเหตุการณ์คลื่นสึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ.2547 ส่วนหนึ่งเป็นผลที่ได้รับจากการฝึกร่วม/ผสมหลังสงครามโลกครั้งที่สองและในยุคสงครามเย็น ประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกามีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มุ่งเน้นด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากปัจจัยภายนอกที่สำคัญ ได้แก่ ภัยคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์ ทั้งสองประเทศได้เริ่มมีการฝึกทางทหารร่วมกันในปี พ.ศ.2499 เป็นการฝึกผสมยกพลขึ้นบกระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือและหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินสหรัฐ

ต่อมาเพื่อให้การฝึกมีลักษณะบูรณาการมากขึ้น กองทัพไทยและกองทัพสหรัฐอเมริกาได้เริ่มการฝึกร่วม/ผสมภายใต้รหัส "คอบร้าโกลด์" ในปี พ.ศ.2525 ครั้งนั้นกองทัพเรือไทยและกองทัพอากาศไทยจัดกำลังเข้าร่วมการฝึกโดยดำเนินการฝึกปฏิบัติการทางเรือ ทางอากาศ และการยกพลขึ้นบก ร่วมกับกองทัพเรือและนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา กำหนดรหัสว่า "คอบร้าโกลด์ 82"

ต่อมาในปี พ.ศ.2526 กองทัพบกไทยได้จัดหน่วยรบพิเศษเข้าร่วมการฝึกอีกเหล่าทัพหนึ่ง กล่าวได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกร่วมและผสมครบทั้งสามเหล่าทัพเป็นครั้งแรกในประเทศไทย หลังจากนั้นกองบัญชาการทหารสูงสุดได้เข้ารับผิดชอบดำเนินการฝึกคอบร้าโกลด์ 86 ในปี พ.ศ.2529 โดยเน้นการฝึกหน่วยทหารในการปฏิบัติการรบตามแบบ ด้วยกำลังขนาดใหญ่ระดับกองกำลังเฉพาะกิจร่วมและผสม เข้าปฏิบัติการในยุทธบริเวณ และดำเนินการฝึกต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี มาจนถึงปัจจุบันมีกำลังจากกองทัพไทยทุกเหล่าทัพเข้าร่วมฝึกหมุนเวียนไปตามกองทัพภาคและกองเรือภาค ในปัจจุบันการฝึกคอบร้าโกลด์ถือได้ว่าเป็นการฝึกร่วมและผสมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้        

เมื่อสงครามเย็นยุติลง สถานการณ์ด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปโดยแนวโน้มของการเกิดสงครามขนาดใหญ่มีความเป็นไปได้น้อย พ.ศ.2543 การฝึกคอบร้าโกลด์จึงได้เพิ่มรูปแบบการฝึกให้มีปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากสงคราม ภายใต้กรอบของสหประชาชาติเข้าไว้ด้วย เช่น การรักษาสันติภาพ การต่อต้านการก่อการร้าย การบรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติ และอื่นๆ มีการขยายขอบเขตการฝึกจากการฝึกแบบทวิภาคี เป็นการฝึกแบบพหุภาคี โดยสิงคโปร์เป็นชาติแรกที่เข้าร่วม นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ประเทศที่สนใจจัดผู้แทนเข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึกได้

อย่างที่นำเรียนว่าเมื่อปี 2557 หลังการทำรัฐประหาร เคยมีข่าวว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเคยเสนอให้รัฐบาลย้ายฐานการฝึกซ้อมรบคอบร้า โกลด์ออกจากไทยไปยังออสเตรเลียแทน แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายคนออกมาคัดค้าน เนื่องจากการตัดสินใจ เช่นนั้นเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้กับจีนโดยปริยาย

ซึ่งรัฐบาลไทยและจีนมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้นอย่างชัดเจน หลังเหตุการณ์รัฐประหาร ขณะที่รัฐบาลสหรัฐประกาศลดระดับความสัมพันธ์ จนกว่าไทยจะมีการเลือกตั้งทั่วไป

ย้อนกลับไปยังการฝึก คอบร้าโกลด์'15 โดยมีกองทัพมิตรประเทศเข้าร่วม จำนวน 24 ประเทศ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-20 กุมภาพันธ์ 2558 นายแพทริก เมอร์ฟี อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นประธานร่วมในพิธีเปิดในเวทีนี้พูดถึงประเด็นการเมืองอีกครั้ง

คอบร้าโกลด์ 2015 ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาและป้องกันภัยคุกคามจากโรคระบาดอุบัติใหม่ การร่วมมือระหว่างประเทศจึงเป็นหนทางเดียวที่จะรับมือภัยคุกคามข้ามชาติเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิผล การปรับเปลี่ยนเหล่านี้ทำให้คอบร้าโกลด์ยังคงมีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป
         
ทว่าบางสิ่งยังคงเหมือนเดิม นั่นคือความแน่วแน่มั่นคงของสหรัฐที่มีต่อเอเชีย ต่อสันติภาพ เสรีภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และประชาธิปไตย ตลอดจนคู่ความร่วมมือทั้งหลายของเราในภูมิภาคนี้ รวมถึงประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วม เป็นมิตรประเทศและพันธมิตรใกล้ชิดมายาวนาน 182 ปี
         
การเยือนประเทศไทยโดยนักการทูตอาวุโสของสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้ย้ำชัดเจนถึงมิตรภาพอันยาวนานระหว่างเรา รวมถึงการที่สหรัฐให้ความสนับสนุนคนไทยตลอดมา และ หวังว่าประเทศไทยจะกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว เพื่อให้สามารถฟื้นคืนความสัมพันธ์ทวิภาคีของเราได้อย่างเต็มศักยภาพ
        
กระนั้นเราปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับพวกเราทุกฝ่าย และส่งผลให้จำต้องมีการปรับเปลี่ยนการฝึกคอบร้าโกลด์ปีนี้ ในยามที่ประเทศไทยกำลังดำเนินการกลับสู่การปกครองโดยรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง

รายงานของสตาร์แอนด์สไตรพ์ หนังสือพิมพ์เก่าแก่ที่เผยแพร่ข่าวสารในแวดวงการทหารและกลาโหมของสหรัฐ เผยแพร่ทางเว็บไซต์เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์2558 วันเดียวกับที่การฝึกร่วม/ผสมคอ บร้าโกลด์เปิดฉากขึ้นในไทย โดยสหรัฐส่งทหารเข้าร่วมราว 3,600 นาย บทความโดย เอริก สลาวิน ให้หัวว่า "ผู้ปกครองทหารของไทย : ปักกิ่งเข้าใจเรา, สหรัฐไม่เข้าใจ" กล่าวถึงความบาดหมางระหว่าง 2 ชาติพันธมิตรเก่าแก่นี้ภายหลังการก่อรัฐประหาร กับการมาเยือนของแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่มาแสดงทัศนะสร้างความไม่พอใจแก่รัฐบาลและคนไทยบางส่วน และการที่ผู้นำไทยให้การต้อนรับขับสู้รัฐมนตรีกลาโหมของจีนพร้อมกล่าวชมว่าจีนเข้าใจไทย

บทความกล่าวว่า การจัดฝึกทหารร่วมประจำปีซึ่งจัดมาช้านานไม่เคยเป็นเรื่องคลางแคลง ถึงแม้สหรัฐจะแสดงความวิตกต่อการก่อรัฐประหารของไทยเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐให้คุณค่าต่อที่ตั้งและฐานทัพที่มีความเพียบพร้อมของไทยว่ามีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่งยวด ส่วนไทยก็ให้คุณค่าต่อการเข้าถึงยุทธวิธีและระเบียบปฏิบัติของสหรัฐ