ปรากฎการณ์ "ยิ่งลักษณ์" โผล่ 2 สื่อนอก แฝงนัยร้อนคดีข้าว !!!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

 


ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ครุกรุ่นด้วยสัญญาณการรุกรบของเครือข่ายระบอบทักษิณ เพื่อคัดคานอำนาจการบริหารประเทศโดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  และคสช.    ปรากฎว่าวันนี้ (11 ก.พ.) ก็มีปรากฎการณ์ที่น่าสนใจขึ้นมาจากฟากฝั่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร 

 

 

 


โดยพบว่ามีสื่อต่างประเทศอย่างน้อย  2 แห่งที่นำเสนอบทสัมภาษณ์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมกันในวันเดียว   และยังมีเนื้อหาสาระของการแสดงความคิดเห็นในประเด็นใกล้เคียงกันอีกด้วย

 


ทั้งนี้สื่อแรกที่มีพบว่ามีการนำเสนอบทสัมภาษณ์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์  ในช่วงจังหวะที่สถานการณ์การเมืองไทย   กำลังเดินเข้าสู่จุดหัวเลี้ยวหัวต่อ   ใน  2 ปมประเด็นทั้งการรณรงค์ปลุกคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ    เพื่อใช้เป็นกลไกโจมตีการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 และคดีรับจำนำข้าวที่กำลังจะมีข้อยุติในเรื่องการฟ้องความรับผิดทางละเมิดเพื่อเรียกค่าเสียหายจากผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ 

 


รวมถึงตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์     ก็คือ เดอะ เสตรทส์    ไทมส์   ซึ่งหนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของประเทศสิงคโปร์ และมีการจัดทำเป็นสื่อออนไลน์เผยแพร่ไปทั่วโลกอีกด้วย 

 


ส่วนเหตุผลที่ เดอะ เสตรทส์    ไทมส์  นำมาเป็นประเด็นในการเลือกสัมภาษณ์พิเศษ  น.ส.ยิ่งลักษณ์   เพราะเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เริ่มออกมาแสดงบทบาททางสาธารณะมากขึ้นในระยะหลัง  โดยเฉพาะการเรียกร้องความเป็นธรรมในการดำเนินการทางกฎหมายต่อกรณีโครงการรับจำนำข้าว และมีความเห็นบางประการต่อร่างรัฐธรรมนูญที่ยกร่างขึ้นในช่วงการเข้าบริหารประเทศโดยคสช.

 


โดย   เดอะ เสตรทส์    ไทมส์    มองว่าถึงแม้ครอบครัวชินวัตร  จะถูกรัฐบาลทหารปิดกั้นการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างชัดเจน   อาทิ  การสั่งห้ามแจกปฏิทินปีใหม่ที่มีรูปภาพคู่ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์   แต่โดยบริบททางการเมืองดูเหมือนว่าพรรคเพื่อไทยและกลุ่มชินวัตรจะยังคงมีบทบาทในการเมืองของประเทศไทยในระดับสูงเหมือนเดิม

 


ขณะที่เนื้อหาของบทสัมภาษณ์พิเศษระหว่าง  เดอะ เสตรทส์    ไทมส์     กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์  มีนัยยะสำคัญหลายช่วงตอนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์พยายามอ้างว่าเธอเป็นผู้ถูกกระทำมาโดยตลอด   ทั้งที่ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ยังคงให้การสนับสนุน 

 


อาทิ    ข้อมูลและข้อคำถามของ  เดอะ เสตรทส์    ไทมส์   ที่รายงานว่า ผลกระทบทางการเมืองที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์  จนต้องพ้นสภาพเพราะการเข้ายึดอำนาจโดยกองทัพ  และภายหลังน.ส.ยิ่งลักษณ์  ยังถูกสนช.ลงมติถอดถอนตำแหน่งทางการเมือง  ซึ่งทำให้ต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปจนถึงปี  2563       ทำไมน.ส.ยิ่งลักษณ์รวมถึงกลุ่มชินวัตรจึงไม่ยุติบทบาททางการเมืองตามข้อเรียกร้องของประชาชนที่ลุกฮือขับไล่ในช่วงปลายปี 2556 ต่อเนื่องต้นปี  2557    ปรากฏว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้คำตอบกับ  เดอะ เสตรทส์    ไทมส์    ว่า    “ การที่จะชี้หรือตัดสินใจขั้นสุดท้ายควรเป็นประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ”

 


ไม่เท่านั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์  ในวัย  48  ปี  ยังแสดงความเชื่อมั่นผ่าน  เดอะ เสตรทส์  ไทมส์   ด้วยว่า “พรรคเพื่อไทยจะยังคงได้รับการสนับสนุนจากประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยต่อไปอย่างแน่นอน”

 


ด้วยท่าทีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ผ่าน  เดอะ เสตรทส์    ไทมส์    อาจสามารถเข้าใจหรือตีความได้ว่า   ถึงอย่างไรก็ตามกลุ่มชินวัตร ก็ยังจะมีบทบาททางการเมืองต่อไป   

 


และเมื่อถูกถามถึงเหตุผลที่ทำให้ต้องออกมาเคลื่อนไหวสู่สาธารณชนมากขึ้น  ภายหลังจากถูกตั้งข้อหากระทำความผิดในโครงการรับจำนำข้าว ว่าเป็นนโยบายที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศกว่า 5 แสนล้านบาท      น.ส.ยิ่งลักษณ์  อ้างว่า  

 


“ ก่อนหน้านี้ก็ได้พยายามเก็บตัวเงียบมาโดยตลอดเกือบ 2  ปี เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง  และปล่อยให้รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศ  แต่สุดท้ายก็เห็นว่ามีความจำเป็นต้องออกมาพูดอธิบาย    เพราะเกรงว่าข้อมูลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว  ซึ่งยืนยันว่าเป็นนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร  จะทำให้สาธารณชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน...”   เพราะข้อโต้แย้งทางคดีที่เกิดขึ้น

 


ส่วนข้อคำถามว่ากับคดีความที่เกิดขึ้นจากนโยบายรับจำนำข้าว โดยเฉพาะการรับผิดทางแพ่งคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว  ซึ่งอาจทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องชดใช้เงินคืนหลายแสนล้านบาท  ทำไมน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เลือกหนทางหลบหนีไปจากประเทศไทย   น.ส.ยิ่งลักษณ์  ตอบว่า   “ ถ้าต้องการหรือคิดหนีคงจะเลือกทำไปตั้งแต่ช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์ทางการเมือง  แต่สิ่งที่ทำแล้วก็คือการตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรม”

 

และกับอีกหนึ่งประเด็นที่เป็นบทสัมภาษณ์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์กับ  เดอะ เสตรทส์    ไทมส์  ก็คือจุดยืนทางการเมืองของตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ท่ามกลางกระแสนิยมที่ยังมีเป็นจำนวนมากต่อจากนี้   

 


ในประเด็นนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์  เลือกตอบคำถามว่า  สถานะวันนี้ไม่มีตำแหน่งใด ๆ ทางการเมือง   ให้ฝ่ายปกครองต้องหวั่นไหวอีกแล้ว   นอกจากความเป็นแม่ของลูกชายคนหนึ่งเท่านั้น  

 


ขณะที่ในช่วงท้ายเมื่อถูกถามถึงแนวคิดเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ  ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองของประเทศไทยในขณะนี้   น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกกับสื่อต่างประเทศอย่าง  เดอะ เสตรทส์    ไทมส์   ว่า   คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ  ต้องให้ความสำคัญกับนักการเมืองจากการเลือกตั้ง เพราะนักการเมืองเหล่านี้ถือเป็นตัวแทนประชาชน     และถ้าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ไว้วางใจนักการเมือง  ก็เท่ากับว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญไม่ไว้วางใจประชาชนด้วยเช่นกัน   

 


แน่นอนว่าโดยภาพรวมของบทสัมภาษณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์กับ เดอะ เสตรทส์    ไทมส์   จะไม่มีจุดแหลมคมในระดับทำให้เห็นว่า บุคคลในตระกูลชินวัตร  จะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไปในช่วงที่คดีรับจำนำข้าวกำลังเดินไปสู่บทสรุปสุดท้าย แต่ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นและทำให้ต้องเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ก็คือ พบว่าการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไปปรากฏขึ้นใน  เดอะ วอลสตรีท เจอร์นัล  อีกด้วย

 


โดย  เดอะวอลล์สตรีท  เจอร์นัล   ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันระหว่างประเทศภาษาอังกฤษ   และตีพิมพ์พร้อมจัดจำหน่ายในนครนิวยอร์ค  ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก   ได้นำเสนอบทสัมภาษณ์ของ  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผ่าน  เวปไซด์  เดอะวอลล์สตรีท  เจอร์นัล   ในช่วงเวลาเดียวกันกับการนำเสนอของ   เดอะ เสตรทส์  ไทมส์   ระบุถึงเหตุผลของการสัมภาษณ์พิเศษที่เกิดขึ้น  ว่า  เป็นเพราะในช่วงหลังที่ผ่าน น.ส.ยิ่งลักษณ์  รวมถึงนายทักษิณ  กำลังพาตัวเองกลับมาปรากฎเป็นข่าวสารต่อสาธารณชนมากขึ้น  เพื่อแนวทางการต่อสู้กับข้อกล่าวหาต่าง ๆ   ทั้งที่ก่อนหน้านั้นน.ส.ยิ่งลักษณพยายามเก็บตัวและเลือกปรากฎตัวตามวัดวาอารามต่าง ๆ  โดยไม่พูดถึงคดีโครงการรับจำนำข้าวที่กำลังเผชิญอยู่

 


ที่น่าสนใจก็คือสาระสำคัญที่ปรากฏในเนื้อหาบทความรวมถึงบทสัมภาษณ์ของ เดอะวอลล์สตรีท  เจอร์นัล ครั้งนี้ มีความใกล้เคียงกับ  เดอะ เสตรทส์    ไทมส์  อย่างมาก โดยเฉพาะการสอบถามถึงเหตุผลที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาเคลื่อนไหวถี่มากขึ้นในช่วงที่จะมีการสรุปความผิดทางแพ่งในคดีโครงการรับจำนำข้าว    และน.ส.ยิ่งลักษณ์เลือกตอบสื่อต่างประเทศอย่าง  เดอะวอลล์สตรีท  เจอร์นัล   ในเหตุผลที่เก็บตัวเงียบว่า  เพราะไม่ต้องการให้รัฐบาลคสช.เห็นว่าเป็นอุปสรรคหรือสาเหตุของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ

 


ส่วนประเด็นการเคลื่อนไหวในระยะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ตอบว่า เป็นเพราะการดำเนินการที่เกิดขึ้นกับคดีโครงการรับจำนำข้าวเป็นเรื่องไม่ปกติ   ทั้ง ๆ  ที่หลายประเทศก็มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเข้าไปสนับสนุนให้เกิดแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย   ดำเนินการตามนโยบายหาเสียงและได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาของไทย     ต้องกลับกลายเป็นความผิดทางกฎหมาย 

 


จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับวงการสื่อต่างประเทศ และตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์  ต้องยอมรับว่าแม้จะเป็นเรื่องเป็นไปได้ในสภาวะทั่วไปของการวงการสื่อสารมวลชน แต่อีกมุมหนึ่งก็น่าพิจารณาว่าปรากฏการณ์การนำเสนอบทสัมภาษณ์  ที่เกิดขึ้นพร้อมกันครั้งนี้มีนัยแฝงหรือไม่อย่างไร  โดยเฉพาะในระยะเวลาการพิจารณาคดีความผิดทางแพ่งโครงการรับจำนำข้าวที่ใกล้มีบทสรุปชัดเจน  ตามข้อมูลที่สำนักข่าวทีนิวส์เกาะติดมาโดยตลอด