- 11 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ครุกรุ่นด้วยสัญญาณการรุกรบของเครือข่ายระบอบทักษิณ เพื่อคัดคานอำนาจการบริหารประเทศโดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคสช. ปรากฎว่าวันนี้ (11 ก.พ.) ก็มีปรากฎการณ์ที่น่าสนใจขึ้นมาจากฟากฝั่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
โดยพบว่ามีสื่อต่างประเทศอย่างน้อย 2 แห่งที่นำเสนอบทสัมภาษณ์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมกันในวันเดียว และยังมีเนื้อหาสาระของการแสดงความคิดเห็นในประเด็นใกล้เคียงกันอีกด้วย
ทั้งนี้สื่อแรกที่มีพบว่ามีการนำเสนอบทสัมภาษณ์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในช่วงจังหวะที่สถานการณ์การเมืองไทย กำลังเดินเข้าสู่จุดหัวเลี้ยวหัวต่อ ใน 2 ปมประเด็นทั้งการรณรงค์ปลุกคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อใช้เป็นกลไกโจมตีการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 และคดีรับจำนำข้าวที่กำลังจะมีข้อยุติในเรื่องการฟ้องความรับผิดทางละเมิดเพื่อเรียกค่าเสียหายจากผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ
รวมถึงตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็คือ เดอะ เสตรทส์ ไทมส์ ซึ่งหนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของประเทศสิงคโปร์ และมีการจัดทำเป็นสื่อออนไลน์เผยแพร่ไปทั่วโลกอีกด้วย
ส่วนเหตุผลที่ เดอะ เสตรทส์ ไทมส์ นำมาเป็นประเด็นในการเลือกสัมภาษณ์พิเศษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เริ่มออกมาแสดงบทบาททางสาธารณะมากขึ้นในระยะหลัง โดยเฉพาะการเรียกร้องความเป็นธรรมในการดำเนินการทางกฎหมายต่อกรณีโครงการรับจำนำข้าว และมีความเห็นบางประการต่อร่างรัฐธรรมนูญที่ยกร่างขึ้นในช่วงการเข้าบริหารประเทศโดยคสช.
โดย เดอะ เสตรทส์ ไทมส์ มองว่าถึงแม้ครอบครัวชินวัตร จะถูกรัฐบาลทหารปิดกั้นการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างชัดเจน อาทิ การสั่งห้ามแจกปฏิทินปีใหม่ที่มีรูปภาพคู่ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ แต่โดยบริบททางการเมืองดูเหมือนว่าพรรคเพื่อไทยและกลุ่มชินวัตรจะยังคงมีบทบาทในการเมืองของประเทศไทยในระดับสูงเหมือนเดิม
ขณะที่เนื้อหาของบทสัมภาษณ์พิเศษระหว่าง เดอะ เสตรทส์ ไทมส์ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีนัยยะสำคัญหลายช่วงตอนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์พยายามอ้างว่าเธอเป็นผู้ถูกกระทำมาโดยตลอด ทั้งที่ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ยังคงให้การสนับสนุน
อาทิ ข้อมูลและข้อคำถามของ เดอะ เสตรทส์ ไทมส์ ที่รายงานว่า ผลกระทบทางการเมืองที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ จนต้องพ้นสภาพเพราะการเข้ายึดอำนาจโดยกองทัพ และภายหลังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังถูกสนช.ลงมติถอดถอนตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งทำให้ต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปจนถึงปี 2563 ทำไมน.ส.ยิ่งลักษณ์รวมถึงกลุ่มชินวัตรจึงไม่ยุติบทบาททางการเมืองตามข้อเรียกร้องของประชาชนที่ลุกฮือขับไล่ในช่วงปลายปี 2556 ต่อเนื่องต้นปี 2557 ปรากฏว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้คำตอบกับ เดอะ เสตรทส์ ไทมส์ ว่า “ การที่จะชี้หรือตัดสินใจขั้นสุดท้ายควรเป็นประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ”
ไม่เท่านั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวัย 48 ปี ยังแสดงความเชื่อมั่นผ่าน เดอะ เสตรทส์ ไทมส์ ด้วยว่า “พรรคเพื่อไทยจะยังคงได้รับการสนับสนุนจากประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยต่อไปอย่างแน่นอน”
ด้วยท่าทีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ผ่าน เดอะ เสตรทส์ ไทมส์ อาจสามารถเข้าใจหรือตีความได้ว่า ถึงอย่างไรก็ตามกลุ่มชินวัตร ก็ยังจะมีบทบาททางการเมืองต่อไป
และเมื่อถูกถามถึงเหตุผลที่ทำให้ต้องออกมาเคลื่อนไหวสู่สาธารณชนมากขึ้น ภายหลังจากถูกตั้งข้อหากระทำความผิดในโครงการรับจำนำข้าว ว่าเป็นนโยบายที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศกว่า 5 แสนล้านบาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ อ้างว่า
“ ก่อนหน้านี้ก็ได้พยายามเก็บตัวเงียบมาโดยตลอดเกือบ 2 ปี เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง และปล่อยให้รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศ แต่สุดท้ายก็เห็นว่ามีความจำเป็นต้องออกมาพูดอธิบาย เพราะเกรงว่าข้อมูลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งยืนยันว่าเป็นนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร จะทำให้สาธารณชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน...” เพราะข้อโต้แย้งทางคดีที่เกิดขึ้น
ส่วนข้อคำถามว่ากับคดีความที่เกิดขึ้นจากนโยบายรับจำนำข้าว โดยเฉพาะการรับผิดทางแพ่งคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งอาจทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องชดใช้เงินคืนหลายแสนล้านบาท ทำไมน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เลือกหนทางหลบหนีไปจากประเทศไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า “ ถ้าต้องการหรือคิดหนีคงจะเลือกทำไปตั้งแต่ช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์ทางการเมือง แต่สิ่งที่ทำแล้วก็คือการตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรม”
และกับอีกหนึ่งประเด็นที่เป็นบทสัมภาษณ์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์กับ เดอะ เสตรทส์ ไทมส์ ก็คือจุดยืนทางการเมืองของตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ท่ามกลางกระแสนิยมที่ยังมีเป็นจำนวนมากต่อจากนี้
ในประเด็นนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เลือกตอบคำถามว่า สถานะวันนี้ไม่มีตำแหน่งใด ๆ ทางการเมือง ให้ฝ่ายปกครองต้องหวั่นไหวอีกแล้ว นอกจากความเป็นแม่ของลูกชายคนหนึ่งเท่านั้น
ขณะที่ในช่วงท้ายเมื่อถูกถามถึงแนวคิดเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองของประเทศไทยในขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกกับสื่อต่างประเทศอย่าง เดอะ เสตรทส์ ไทมส์ ว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องให้ความสำคัญกับนักการเมืองจากการเลือกตั้ง เพราะนักการเมืองเหล่านี้ถือเป็นตัวแทนประชาชน และถ้าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ไว้วางใจนักการเมือง ก็เท่ากับว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญไม่ไว้วางใจประชาชนด้วยเช่นกัน
แน่นอนว่าโดยภาพรวมของบทสัมภาษณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์กับ เดอะ เสตรทส์ ไทมส์ จะไม่มีจุดแหลมคมในระดับทำให้เห็นว่า บุคคลในตระกูลชินวัตร จะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไปในช่วงที่คดีรับจำนำข้าวกำลังเดินไปสู่บทสรุปสุดท้าย แต่ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นและทำให้ต้องเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ก็คือ พบว่าการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไปปรากฏขึ้นใน เดอะ วอลสตรีท เจอร์นัล อีกด้วย
โดย เดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัล ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันระหว่างประเทศภาษาอังกฤษ และตีพิมพ์พร้อมจัดจำหน่ายในนครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ได้นำเสนอบทสัมภาษณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผ่าน เวปไซด์ เดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัล ในช่วงเวลาเดียวกันกับการนำเสนอของ เดอะ เสตรทส์ ไทมส์ ระบุถึงเหตุผลของการสัมภาษณ์พิเศษที่เกิดขึ้น ว่า เป็นเพราะในช่วงหลังที่ผ่าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมถึงนายทักษิณ กำลังพาตัวเองกลับมาปรากฎเป็นข่าวสารต่อสาธารณชนมากขึ้น เพื่อแนวทางการต่อสู้กับข้อกล่าวหาต่าง ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นน.ส.ยิ่งลักษณพยายามเก็บตัวและเลือกปรากฎตัวตามวัดวาอารามต่าง ๆ โดยไม่พูดถึงคดีโครงการรับจำนำข้าวที่กำลังเผชิญอยู่
ที่น่าสนใจก็คือสาระสำคัญที่ปรากฏในเนื้อหาบทความรวมถึงบทสัมภาษณ์ของ เดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัล ครั้งนี้ มีความใกล้เคียงกับ เดอะ เสตรทส์ ไทมส์ อย่างมาก โดยเฉพาะการสอบถามถึงเหตุผลที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาเคลื่อนไหวถี่มากขึ้นในช่วงที่จะมีการสรุปความผิดทางแพ่งในคดีโครงการรับจำนำข้าว และน.ส.ยิ่งลักษณ์เลือกตอบสื่อต่างประเทศอย่าง เดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัล ในเหตุผลที่เก็บตัวเงียบว่า เพราะไม่ต้องการให้รัฐบาลคสช.เห็นว่าเป็นอุปสรรคหรือสาเหตุของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ
ส่วนประเด็นการเคลื่อนไหวในระยะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า เป็นเพราะการดำเนินการที่เกิดขึ้นกับคดีโครงการรับจำนำข้าวเป็นเรื่องไม่ปกติ ทั้ง ๆ ที่หลายประเทศก็มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเข้าไปสนับสนุนให้เกิดแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ดำเนินการตามนโยบายหาเสียงและได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาของไทย ต้องกลับกลายเป็นความผิดทางกฎหมาย
จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับวงการสื่อต่างประเทศ และตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องยอมรับว่าแม้จะเป็นเรื่องเป็นไปได้ในสภาวะทั่วไปของการวงการสื่อสารมวลชน แต่อีกมุมหนึ่งก็น่าพิจารณาว่าปรากฏการณ์การนำเสนอบทสัมภาษณ์ ที่เกิดขึ้นพร้อมกันครั้งนี้มีนัยแฝงหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะในระยะเวลาการพิจารณาคดีความผิดทางแพ่งโครงการรับจำนำข้าวที่ใกล้มีบทสรุปชัดเจน ตามข้อมูลที่สำนักข่าวทีนิวส์เกาะติดมาโดยตลอด
