สื่อต่างประเทศปลุกกระแส "ยิ่งลักษณ์" เกี่ยวโยงล็อบบี้ยิสต์ หรือไม่ ???

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

 

นอกเหนือจากปรากฎการณ์ที่ถูกจับตามองว่าการเผยแพร่บทสัมภาษณ์น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  ของสื่อต่างประเทศอย่าง  เดอะ เสตรทส์    ไทมส์  และ เดอะวอลล์สตรีท  เจอร์นัล ในช่วงที่กระบวนการพิจารณาความผิดทางแพ่งนโยบายรับจำนำข้าวมีความคืบหน้าเป็นลำดับ  มีนัยยะทางการเมืองไม่ปกติธรรมดาแล้ว

 

 

 


ถ้อยคำสัมภาษณ์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ผ่านสื่อต่างประเทศ  ในบางช่วงบางตอนยังมีข้อบ่งชี้ว่า   ครอบครัวชินวัตรจะยังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองผ่านพรรคเพื่อไทยต่อไปในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี  2560   แม้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะต้องเผชิญกับวิบากรรมสำคัญในคดีรับจำนำข้าว

 


ขณะที่วันนี้  ( 12 ก.พ.)  ในช่วงระหว่างการเดินทางไปเป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ และงานวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยชินวัตร และสภาวิจัยแห่งอิตาลี   น.ส.ยิ่งลักษณ์  ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับการเปิดเผยแนวทางการสรุปความผิดจากการดำเนินนโยบายรับจำนำข้าว   ของ  นายจิรชัย  มูลทองโร่ย   รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี    ในฐานะ   ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง  ความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว   โดยพูดเพียงสั้น ๆ ว่า จะให้ความเห็นเรื่องนี้ในวันที่  17 กุมภาพันธ์  ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 

 


ซึ่งในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้     ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง   ได้กำหนดให้ไต่สวนพยานฝ่ายอัยการนัดที่  2   ในคดีที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์    ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1  ที่ละเลยไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ส่งผลให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

 


แต่ประเด็นที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ  สิ่งที่หลุดรอดออกจากคนใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์  ว่า  น.ส.ยิ่งลักษณ์มีนัดหมายเปิดบ้านให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง  นอกเหนือจาก   เดอะ เสตรทส์    ไทมส์  และ เดอะวอลล์สตรีท  เจอร์นัล   ที่สนข.ทีนิวส์นำเสนอไปก่อนหน้านี้

 


โดยกลุ่มสื่อที่ได้รับการประสานงานจากคนใกล้ชิดของน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้เข้าสัมภาษณ์รอบล่าสุด  ประกอบด้วยสื่อระดับโลกอย่าง  Reuter AFP และ NHK   เป็นแกนหลัก  ร่วมกับสำนักข่าวอีกหลายสำนัก    และน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็เปิดการให้สัมภาษณ์ในหลายประเด็น นอกเหนือจากการเกิดโอกาสให้คณะสื่อมวลชนได้ร่วมชมแปลงผักสลัด     เหมือนที่เคยทำไปแล้วกับทั้งสื่อไทยและเทศเมื่อวันที่  8 มกราคม  2559 

 


และในการเปิดบ้านของ  น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมแปลงผัก   เมื่อวันที่  8 มกราคม  2559    มีการนำเสนอผ่านสื่อมวลชนบางค่าย  ที่มีความสนิทสนมเป็นพิเศษ  รวมถึง   เดอะ เสตรทส์    ไทมส์    ซึ่งตีพิมพ์รายงานพิเศษในหัวข้อ  “Commoner” Yingluck still in focus เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2559  โดยผู้สื่อข่าวที่ชื่อ  TAN  HUI  YEE  ซึ่งบรรยายภาพลักษณ์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์   ว่า  ถึงแม้จะต้องถูกกระทำโดยรัฐบาลทหาร   แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังคงถือเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองที่สำคัญ    โดยเฉพาะถ้าวัดจากแฟนเพจที่มากถึง   4.7 ล้าน   หรือ คิดเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับแฟนเพจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ   หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 

 


ซึ่งในการนำเสนอบทสัมภาษณ์พิเศษ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ของ    เดอะ เสตรทส์    ไทมส์  และมีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์   2559     ตามที่สำนักข่าวทินิวส์นำเสนอไปก่อนหน้า   นอกจากจะปรากฏว่าชื่อผู้สื่อข่าวซึ่งทำหน้าที่สัมภาษณ์พิเศษน.ส.ยิ่งลักษณ์  ว่าเป็น   TAN  HUI  YEE   แล้ว   สิ่งที่ปรากฏอยู่ในรายงานพิเศษชิ้นดังกล่าวก็คือการเน้นย้ำว่าทั้ง  นายทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์  ยังมีบทบาทสูงทางการเมืองของไทย   แม้ว่าจะถูกรัฐบาลทหารปิดกั้นการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างชัดเจน  จนนำมาสู่ข้อความที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบคำถาม  เดอะ เสตรทส์  ไทมส์  ด้วยความมั่นใจอนาคตทางการเมืองของพรรคไทยรักไทย  ภายใต้การสนับสนุนของครอบครัวชินวัตรว่า  “พรรคเพื่อไทยจะยังคงได้รับการสนับสนุนจากประชาชน  ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยต่อไปอย่างไม่เปลี่ยนแปลง”

 


และด้วยปรากฎการณ์ที่มีความเคลื่อนไหวในเชิงรุกผ่านสื่อต่างประเทศ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์  ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าย่อมหนีไม่พ้นการตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีมุมการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในแฝงเร้นหรือไม่อย่างไร

 


เนื่องจากก่อนหน้านี้กรณีที่มีการส่งจดหมายของสมาชิกสภายุโรป 2 ราย คือ นายแวร์นาร์ แลเนิน  (Werner Langan) กับนายเอลมาร์ โบรค (Elmer Brok) จริง เพื่อเชิญน.ส.ยิ่งลักษณ์   ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม หรือเมืองสตาร์สบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส   ในช่วงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กำลังจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกดคีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ในคดีปล่อยปะละเลยให้เกิดความเสียหายในการดำเนินนโยบายรับจำนำข้าว    ก็เคยถูกตั้งข้อสงสัยจากกระทรวงต่างประเทศไทยมาแล้วว่า   เป็นการดำเนินการโดยล็อบบี้ยิสต์เพื่อสร้างสถานการณ์  หรือเปิดช่องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ลี้ภัยไปต่างประเทศหรือไม่

 


ด้วยเนื้อหาของจดหมายฉบับดังกล่าวมีความไม่ปกติในหลายจุด  โดยเฉพาะข้อสังเกตเรื่องการใช้คำว่า  “Khun” นำหน้าชื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ แทนที่จะใช้คำว่า"Miss" นายดอน กล่าวว่า ถ้าใช้คำว่า“Khun”    แต่มีการอ้างอิงว่าจดหมายฉบับดังกล่าวมีที่มาจากรัฐสภายุโรป   และนำไปสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่อนุญาตให้น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศตามคำร้องขอ

 


ขณะเดียวกันกับกระบวนการใช้ล็อบบี้ยิสต์เคลื่อนไหวทางการเมืองของน.ส.ยิ่งลักษณ์นี้จะเป็นไปได้หรือไม่ อย่างไร  ก็มีข้อพิจารณาเปรียบเทียบกับสิ่งที่ปรากฎกับนายทักษิณ ชินวัตร  ตามที่สำนักข่าวทีนิวส์เคยนำเสนอก่อนหน้านี้ 

 


โดยเฉพาะการอ้างอิงบทความของ  นายเควิน โบการ์คัส  ที่กล่าวหาว่า  นายทักษิณ เคยว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ และสำนักกฎหมาย 3 บริษัท ได้แก่

1.บริษัท เบอร์เกอร์ กริฟฟิช แอนด์ โรเจอร์

2.บริษัทบรัทโคเบอร์ แอนด์ คิม

3.บริษัท อัมสเตอร์ดัม แอนด์ เพอร์รอฟฟ์

 


ทำหน้าที่ดำเนินรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์การชุมนุมของมวลชนคนเสื้อแดง เมื่อปี  2553 แล้วนำเสนอรายละเอียดออกไปสู่สาธารณเป็นข้อสรุปว่าสถานการณ์ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นจากการบาดเจ็บล้มตายของประชาชนเป็นผลมาจากการที่ทหารลงมือทำร้ายมวลชนเสื้อแดง

 


ไม่เท่านั้นบทความที่นำเสนอโดย นาย เควิน โบการ์คัส  ยังกล่าวอ้างด้วยว่า  “สัญญาที่กระทำขึ้นระหว่างนายทักษิณกับบริษัทล็อบบี้และสำนักงานกฎหมายอเมริกัน มีวัตถุประสงค์หลัก คือ การรักษาสัมพันธ์กับกลุ่มนักการทูต และนักการเมืองอเมริกัน ด้วยคาดหวังให้เกิดอิทธิพลกดดันการเมืองภายในประเทศไทย”

 


นอกจากนี้   นาย เควิน โบการ์คัส   ได้แจกแจงการทำหน้าที่ของล็อบบี้ยิสต์ทั้ง  3   ว่า ในส่วนของ   เบอร์เกอร์ กริฟฟิช แอนด์ โร  “มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อมูลเกี่ยวกับทักษิณ ให้กับผู้บริหารในรัฐบาลสหรัฐฯ และวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เพื่อสร้างนโยบายสนับสนุนทักษิณเพื่อการพัฒนา และส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย”

 


ส่วนผู้รับผิดชอบโครงการนี้ คือ นายสตีเฟน เมคเกอร์ อดีตผู้อำนวยการด้านความมั่นคงของวุฒิสมาชิกเสียงข้างมากพรรครีพับลิกัน นายบิล ฟริสต์ และอีกหลายคน รวมทั้งนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ขณะเป็นวุฒิสมาชิกรัฐสภานิวยอร์ก พรรคเดโมแครต

 


ด้านสำนักกฎหมายอัมสเตอร์ดัม แอนด์ เพอร์รอฟฟ์ และโคเบอร์ แอนด์ คิม มีหน้าที่แนะนำหาช่องทางให้ทักษิณเข้าถึงวุฒิสมาชิกในรัฐสภาสหรัฐฯ และผู้นำประเทศต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับความสามารถทางธุรกิจและอิทธิพลทางการเมืองของนายทักษิณ

 


โดยความคาดหวังของนายทักษิณต่อบริษัทล็อบบี้ที่ว่าจ้างนั้น   นาย เควิน โบการ์คัส   เชื่อว่า  มีวัตถุประสงค์ที่จะกดดันให้ประเทศไทยยอมรับหลักการปรองดองที่นายทักษิณและรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในขณะนั้นกำลังดำเนินกลยุทธ์ให้เกิดนำไปสู่การเปิดทางให้นายทักษิณกลับประเทศได้

 


อย่างไรก็ตามทั้งหมดเป็นเพียงข้อมูลที่การอ้างอิงและเกิดการวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด เกี่ยวกับการใช้เงินทุนจัดจ้างล็อบบี้ยิสต์ของครอบครัวชินวัตร เพื่อนำไปสู่เป้าหมายอย่างหนึ่งอย่างใดทางการเมือง  และอาจรวมไปถึงการเคลื่อนไหวผ่านสื่อต่างประเทศของน.ส.ยิ่งลักษณ์ในขณะนี้   มุมมองเกี่ยวกับล็อบบี้ยิสต์ของครอบครัวชินวัตร  มีพื้นฐานข้อเท็จจริงอย่างไร เราจะไปที่ นายไกรศักด์ ชุณหะวัณ  อดีตประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา