เกาะติด!! ร่าง "รธน." ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ ลามถึงต่างปท. สู่วันลงประชามติ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

 

ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยยังคงพูดถึงแบบรายวัน ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ล่าสุดดูเหมือนจะลุกลามไปเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2560 จนทำให้ภาครัฐต้องออกมาแสดงท่าทีเพื่ออธิบายให้ต่างชาติเข้าใจถึงโรดแมปของรัฐบาล

 


นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงข้อเสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในส่วนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในส่วนครม.ยังอยู่ที่นายกรัฐมนตรี โดยนายกฯจะต้องปรับปรุงแก้ไขอีกครั้ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนายกฯว่าจะปรับปรุงแก้ไขข้อเสนอของรัฐบาลอย่างไร เมื่อเสร็จก็สามารถส่งให้กรธ.โดยครม.มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปยื่นข้อเสนอแนะภายในวันที่ 15 ก.พ.นี้

 


นายวิษณุ กล่าวว่า ข้อเสนอแนะของครม.จะไม่ได้ใช้ของกระทรวงต่างๆทั้งหมด เพราะเราต้องรวบยอด แต่เบื้องต้นโดยสรุปเป็นปัญหาเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนใหญ่เป็นปัญหาในการวางกรอบการทำงานของรัฐบาลชุดหน้าที่เลือกตั้งเข้ามาแล้วจะได้ทำงานได้ถูกต้อง ส่วนในเรื่องระบบการเลือกตั้ง เรื่องพรรคการเมือง ครม.ไม่เสนอแนะในเรื่องนี้ เพราะจะถือเป็นการชี้นำ ส่วนรายละเอียดอื่นตอนนี้ยังบอกไม่ได้

 


ทั้งนี้การประชุมครม.ในวันที่ 16 ก.พ. ตนจะนำเรื่องการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ในประเด็นเรื่องการทำประชามติที่ได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมารายงานในที่ประชุมครม.ให้รับทราบด้วย

 


ซึ่งนายวิษณุ กล่าวอีกว่า ไม่ได้คาดหวังว่ากรธ.จะปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอแนะที่เราเสนอไปทั้งหมด เพราะไม่มีความจำเป็นต้องยึดแต่ข้อเสนอของครม.อย่างเดียวเท่านั้น

 


ด้าน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า จากกรณีที่สื่อต่างประเทศวิพากษ์วิจารณ์กำหนดการเลือกตั้งของไทยหลัง กรธ.ได้เปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทั่วโลกชี้แจงและทำความเข้าใจกับภาคส่วนต่างๆ และสื่อมวลชนต่างประเทศ ถึงพัฒนาการทางการเมืองของไทยแล้ว

 


ขอยืนยันว่า ไทยกำลังดำเนินการตามโรดแมพ ของรัฐบาลในการกลับคืนสู่ประชาธิปไตย ในขณะนี้ อยู่ในระยะที่ 2 ของโรดแมพคือการปฏิรูป ประเทศในทุกๆ ด้านควบคู่ไปกับการยกร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อนำสู่การเลือกตั้งทั่วไป ภายในปี 2560 ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจว่าประเทศไทยกำลัง ดำเนินการตามโรดแมพของรัฐบาลในการกลับ คืนสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และสร้างสังคมที่มีความปรองดองและทำให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ" โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าว"อภิสิทธิ์"แนะกรธ.แก้หมวดสิทธิ

 


ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญมีความหลากหลายก็จริง แต่ยังไม่พบสิ่งบอกเหตุของการเคลื่อนไหวที่เกินขอบเขต เป็นเรื่องที่สังคมควรติดตามรับรู้ ถ้าเราอ่าน ฟังและคิดตาม จะเป็นความรู้ทำให้เข้าใจได้ว่า แต่ละคนแต่ละกลุ่มกำลังจะพาบ้านเมืองเราไปในทางใด ในวันที่ 17 ก.พ. คณะกรรมการประสานงานรวม 3 ฝ่าย คือ ครม. สนช.และ สปท.จะประชุมพิจารณาการศึกษาของส่วนราชการต่างๆต่อแนวทางปฏิรูปที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทำไว้ เพื่อพิจารณาทำความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนความมั่นคง แผนปฏิรูปประเทศ ถ้าเรื่องใดเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไปได้ทันที จะขอความเห็นชอบจากนายกฯและเสนอรองนายกฯแต่ละด้านขับเคลื่อนต่อไป

 


ขณะที่ความเคลื่อนไหวของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยนั้น ล่าสุดทางด้านสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเตรียมถกร่างรธน.ก่อนเสนอ กรธ. ในวันพรุ่งนี้ โดยเฉพาะเรื่องของหมวดปฏิรูปประเทศ

 


นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) คนที่ 1 เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 ก.พ.นี้ สปท.จะประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบข้อเสนอแนะในการเพิ่มเติมปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสนอให้แยกหมวดว่าด้วยการปฏิรูปประเทศเป็นบทบัญญัติต่างหาก เพราะการปฏิรูปประเทศต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องไม่ใช่เฉพาะกิจ จึงสมควรอยู่ในส่วนรัฐธรรมนูญถาวร ไม่ใช่การเขียนแทรกไว้ในบทเฉพาะกาล นอกจากนี้ข้อเสนอของสปท.จะเน้นความครอบคลุมของการปฏิรูป 11 ด้าน ตามบทบัญญัติมาตรา 27 แห่งรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 และการบัญญัติให้มียุทธศาสตร์ชาติอยู่ในรัฐธรรมนูญด้วย

 


ทั้งนี้ สปท.เข้าใจบทบาทอำนาจหน้าที่ของกรธ. และจะไม่เข้าไปแทรกแซงหรือกดดัน กรธ. แต่จะเป็นการปรึกษาหารือด้วยเหตุด้วยผลเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ เพราะสปท.ไม่มีวาระซ่อนเร้น

 


นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากการติดตามการวิพากษ์วิจารณ์ของภาคส่วนต่างๆ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อกรธ.ในการพิจารณาทบทวนปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าทุกภาคส่วนควรนำโจทย์ใหญ่ 6 ข้อของประเทศประกอบการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ได้แก่

1.การคอร์รัปชั่น

2.ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม

3.การเลือกตั้งที่ไม่สุจริต

4.ปัญหาประชาธิปไตยและความแตกแยก

5.ปัญหาการบังคับใช้กฏหมายที่อ่อนแอและสองมาตรฐาน

6.ปัญหาระบบการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชนอย่างเสมอภาครวดเร็วทั่วถึง

 


ทั้งนี้ การยึดหลักการและทฤษฎีในการพิจารณาเป็นสิทธิเสรีภาพของแต่ละคนแต่ละองค์กร ซึ่งถ้านำข้อเท็จจริงที่เป็นปัญหาใหญ่ๆของประเทศทั้งในอดีตและปัจจุบันมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อข้อเสนอแนะที่จะช่วยให้การออกแบบร่างรัฐธรรมนูญสามารถตอบโจทย์ใหญ่ๆได้ ก็จะยังประโยชน์สำหรับอนาคตของประเทศ ยิ่งข้อเสนอแนะใดมีหลักการ มีเหตุผล สามารถถอดสลักปัญหาสำคัญๆได้ ก็เชื่อว่ากรธ.จะปรับปรุงแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอแนะจากภาคีภาคส่วนใดก็ตาม

 


ด้าน นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงถึงที่มา ส.ว. ผ่านรายการ แกะกล่องรัฐธรรมนูญใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า วิธีสรรหา ส.ว.แบบใหม่ ที่ กรธ. ซึ่งเป็นการเลือกตั้งแบบไขว้ เป็นระบบการได้มา ส.ว.ฉบับใหม่ ซึ่งต้องการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมโดยตรง ในการได้มาซึ่ง ส.ว. โดยประชาชนที่มีสิทธิ์ลงสมัครนั้น สามารถสมัครได้โดยการเลือกตั้งจะเป็นการเลือกกันเอง ส่วนที่เป็นกังวลในเรื่องของการฮั้วกันนั้น ตนยืนยันว่า ในระบบนี้การฮั้วกันได้นั้น จะเป็นไปได้ยาก และคนที่ทำผิดจะมีโทษในการถูกตัดสิทธิ์ และเพิกถอนสิทธิ์ทางการเลือกตั้งตลอดชีวิต โดย กกต. จะทำหน้าที่ตรวจสอบคัดกรองคุณสมบัติต่าง ๆ อย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันการฮั้ว

 


ในขณะที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าชี้แจงประเด็นรัฐธรรมนูญ ภาคสังคมโดยเฉพาะกลุ่มที่เห็นต่างก็เดินหน้าตั้งแง่จับผิดเกือบทุกประเด็นโดยเฉพาะนักการเมือง จนทำให้หลายฝ่ายมองว่าเพราะเสียผลประโยชน์ใช่หรือไม่

 


นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว. ต่างประเทศ เรียกร้องให้เปิดเวทีโต้วาทีเรื่องร่างรัฐธรรมนูญผ่านรายการโทรทัศน์โดยมีตัวแทนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ตัวแทนสื่อมวลชน ตัวแทนประชาชน และนักการเมืองเข้าร่วม เนื่องจากขณะนี้กรธ. ใช้สื่อของรัฐฝ่ายเดียว การเชิญหลายฝ่ายเข้าร่วมจะทำให้กรธ. ได้ชี้แจงตรงประเด็นที่ประชาชนสงสัย และให้ประชาชนเข้าถึงสื่อของรัฐซึ่งเป็นของประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการรับรู้และการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากกรธ. อ้างว่าร่างรัฐธรรมนูญมีความเป็นสากล ซึ่งไม่เป็นความจริง และประชาชนควรรู้ว่าไม่เป็นสากลอย่างไรและจะมีปัญหาอย่างไรในอนาคต เช่นประเด็นเรื่องศาลรัฐธรรมนูญนั้น ในเยอรมันและฝรั่งเศสให้สภาผู้แทนฯและวุฒิสภาแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

 


ดังนั้นจึงยึดโยงกับตัวแทนประชาชน แต่ที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามร่างนายมีชัยไม่เป็นเช่นนั้น และมีคำถามจากหลายฝ่ายว่าร่างรัฐธรรมนูญให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากจนเป็นซุปเปอร์องค์กรและมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายของฝ่ายอื่นๆที่มาจากประชาชนโดยไม่มีการถ่วงดุลการใช้อำนาจใช่หรือไม่

 


นายนพดล กล่าวต่ออีกว่า ในขณะนี้คนไทยด้วยกันเองไม่ไว้วางใจอีกฝ่ายหนึ่ง ทำให้เกิดกติกาที่ขัดหลักการประชาธิปไตย ให้อำนาจองค์กรที่ไม่ได้มาจากประชาชนและรับผิดชอบต่อประชาชนมาควบคุมตัวแทนประชาชนจนเกินสมควรและเสียสมดุล จึงเสนอให้กรธ.เขียนรัฐธรรมนูญป้องกันการเบียดบังอำนาจประชาชนด้วย สมมติว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ แต่ประชาชนเกือบครึ่งค่อนประเทศไม่เห็นด้วย กติกานี้จะทำให้ประเทศมั่งคั่ง ยั่งยืนได้อย่างไร ดังนั้น กรธ. ควรรับฟังเสียงประชาชนบ้างและปรับเนื้อหาให้เป็นสากลและเป็นประชาธิปไตย ที่ทุกฝ่ายพอรับกันได้ อย่าทำให้คำกล่าวที่ว่าชนชั้นใดเขียนกฎหมายเพื่อชนชั้นนั้นเป็นจริงเพราะจะไม่เป็นผลดีต่อความปรองดองในชาติ

 


ด้าน นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง แถลงข้อคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ ห้องประชุม 1 สภาพัฒนาการเมือง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ว่า จากการประชุมของสภาพัฒนาการเมือง สมัยวิสามัญ มีมติเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ยังมีข้อบกพร่องหลายประการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่ต้องร่วมกันปฏิรูปให้ประเทศไทย มีความเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่มีความชัดเจนในหลักการว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของบุคคล กลุ่มบุคคลและชุมชน ซึ่งไม่ได้มีการบัญญัติรับรองเอาไว้อย่างชัดแจ้ง และนำสิทธิของประชาชนไปเป็นหน้าที่ของรัฐ ให้ความสำคัญกับประชาชนน้อย ไม่เห็นคุณค่าของประชาชน ที่เป็นฐานรองรับโครงสร้าง และกระบวนการทางการเมือง ในอนาคตเมื่อประชาชนในระดับฐานล่าง ไม่มีความเข้มแข็ง โครงสร้างที่ร่างไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็จะเสื่อมและล่มสลายในที่สุด

 

 


ทั้งนี้ จึงขอเสนอความเห็นขั้นต้นไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณาให้ปรับปรุงแก้ไขหมวดว่าด้วยสิทธิเสรีภาพให้ชัดเจน เพื่อระบอบการเมืองที่มีประสิทธิภาพ และสร้างความเจริญรุ่งเรือง ผาสุกให้ประชาชนอย่างแท้จริง

 


ขณะที่ เครือข่ายขบวนการผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (วีมูฟ) กล่าวถึงกรณีที่ทางฝ่ายความมั่นคงในนามของหน่วยงานคสช.จังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วยตำรวจ และพนักงานปกครอง อ้างคำสั่งให้ยุติการจัดเวทีนำเสนอและรับฟังความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เมื่อวันที่ 13 - 14 ก.พ.  ซึ่งจัดในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ว่า ขอเรียกร้องไปยังคสช.  ยุติการคุกคาม สิทธิ เสรีภาพของประชาชนต่อการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้การคุกคามดังกล่าวไม่เกิดประโยชน์ใดๆ และหากยังพบการคุกคามในลักษณะดังกล่าวต่อไปภาคประชาชนไม่สามารถลงประชามติให้กับร่างรัฐธรรมนูญที่ปราศจากมีส่วนร่วมของประชาชนได้ อย่างไรก็ตามในวันที่ 17 ก.พ. นี้ทางน.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง อนุกรรมการสิทธิมนุษยชนจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้พิจารณาด้วย

 


ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการปราบปรามการทุจริต แต่เห็นควรเพิ่มกลไกการตรวจสอบในระบบรัฐสภา การถ่วงดุลอำนาจระหว่างองค์กรอิสระ และอยากให้นำเรื่องสิทธิเสรีภาพจากรัฐธรรมนูญปี2540 และ ปี2550 มาปรับใช้ใน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะหมวดสิทธิของประชาชน ที่ควรคงไว้ตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา เพราะไม่ได้เป็นปัญหาที่ทำให้เกิดวิกฤตการเมือง รวมถึงอยากให้ทบทวนเรื่องที่มาสว. และนายกฯ คนนอกที่ควรจะบัญญัติให้เป็นข้อยกเว้น

 


หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นประเด็นใดที่เป็นข้อทักท้วงก็อยากให้มีการปรับปรุงแก้ไข และชี้แจงในประเด็นที่กรธ. ต้องการคงไว้ให้เกิดความชัดเจน อย่างไรก็ดีเห็นว่าว่าการตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจขณะนี้ ทั้งนี้อยากให้ปรับทัศนคติที่ว่า หากต้องการร่างรัฐธรรมนูญที่ปราบโกงจะต้องลดประชาธิปไตย แต่หากอยากได้ประชาธิปไตยก็ต้องมีการโกง ส่วนตัวเห็นว่าจะดีกว่าหรือไม่ถ้าให้เป็นประชาธิปไตยและปราบการทุจริตได้ด้วย

 


นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้ส่งข้อเสนอแนะในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. แล้ว และหวังว่า กรธ. จะนำข้อเสนอแนะไปพิจารณาประกอบการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งอยากให้ กรธ. แก้ไขให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน ไม่ใช่ให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญเพราะต้องการให้มีการเลือกตั้งหรือรับเพราะไม่ทราบถึงผลที่จะตามมาหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน

 


ขณะที่บรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์(มธ.) -จุฬาฯ ครั้งที่ 71เมื่อวานนี้ก็มีประเด็นการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องโดยเฉพาะขบวนล้อรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย

 


บรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์(มธ.) -จุฬาฯ ครั้งที่ 71 ซึ่งในปีนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัย โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ที่ได้สั่งการให้พล.ม.2 รอ.จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก ม.พัน 1 รอ. นอกเครื่องแบบจำนวน 100 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ปทุมวันเข้าดูแลความสงบเรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสวมเสื้อสีแดงสลับเหลือง คอยเดินตรวจความเรียบร้อยบริเวณรอบงาน

 


ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ขบวนล้อการเมือง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในการตรวจสอบขบวน ล้อการเมืองก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ ได้สั่งให้มีการเลื่อยหุ่นซึ่งเป็นรูปของนายมีชัย ในลักษณะยืนถือพานรัฐธรรมนูญตั้งไว้บนศีรษะ และมีอาวุธปืน M16 ตั้งอยู่ด้านหน้าบางส่วนออก เนื่องจากไม่เหมาะสมและรุนแรง ก่อนที่จะอนุญาตให้หุ่นดังกล่าวสามารถเข้าสู่สนามได้ตามปกตินักศึกษา-จนท.ปะทะคารม

 


ขณะเดียวกันยังได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นในระหว่างที่ขบวนพาเหรดกำลังจะเข้าสู่สนาม เมื่อเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบนำโดย พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม 2 รอ. ได้เข้ามาขอให้เปิดหุ่นล้อการเมืองและขอดูป้ายผ้า พร้อมสั่งให้ปิดประตูสนามกีฬาห้ามเคลื่อนขบวนเข้าสู่สนาม ทำให้นายชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักศึกษา ต้องเข้ามาเจรจา โดยนักศึกษาบางส่วนได้ส่งเสียงโห่ร้องแสดงความไม่พอใจ พร้อมชี้แจงว่า ถ้าเปิดจะทำให้หุ่นเสียหาย และยืนยันว่าจะไม่สร้างความขัดแย้งแน่นอน เจ้าหน้าที่จึงอนุญาตให้ขบวนจะเข้าสู่สนามตามปกติ

 


ทั้งนี้ไม่ว่ากระแสวิจารณ์รัฐธรรมนูญของนักการเมืองจะออกมาเป็นแบบรายวันก็ตาม แต่ท้ายที่สุดแล้วเสียงจากประชาชนก็จะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในวันลงประชามติ

 


แต่อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าสำนักข่าวทีนิวส์ในช่วงท้ายของสัปดาห์จะมีการนำเสนอผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งสัปดาห์นี้ก็ยังคงมีหลายประเด็นที่มีการแสดงความคิดเห็นกันออกมาเรื่อยๆ

 


สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "ประชาชน" กับ "การทำประชามติ" โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนสรุปผลได้ ดังนี้

 


1. ประชาชนรู้เรื่องรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่ในขณะนี้มากน้อยเพียงใด?
อันดับ 1 พอรู้บ้าง 45.01% เพราะ ฟังจากกระแสสังคมและคนรอบข้างที่พูดถึง เห็นตามสื่อต่างๆที่นำเสนอข่าวนี้ออกมาเป็นระยะ ฯลฯ
อันดับ 2 ไม่ค่อยรู้ 31.67% เพราะ ไม่ค่อยได้ติดตาม เป็นเรื่องเข้าใจยาก มีแต่ความขัดแย้งโจมตีกันไปมา ยังไม่มีการประชาสัมพันธ์ ฯลฯ
อันดับ 3 ไม่รู้เลย 16.10% เพราะ ไม่สนใจ ไม่ได้ติดตาม ไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องรัฐธรรมนูญ ฯลฯ
อันดับ 4 รู้อย่างดี 7.22% เพราะ เป็นเรื่องที่สนใจและมีความสำคัญต่อบ้านเมืองอย่างมาก ติดตามข่าวจากสื่อต่างๆโดยตลอด ฯลฯ

 


2. สิ่งที่ประชาชนอยากรู้เรื่องรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่ในขณะนี้คือ
อันดับ 1 สรุปสาระสำคัญ เนื้อหารายละเอียด ข้อแตกต่างระหว่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิมกับฉบับใหม่ 81.14%
อันดับ 2 เนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับประชาชน สิทธิเสรีภาพของประชาชน 76.15%
อันดับ 3 การเลือกตั้ง การสรรหา ที่มาของนายกรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. 68.46%
อันดับ 4 การป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น บทลงโทษข้าราชการและนักการเมืองที่กระทำผิด 59.92%
อันดับ 5 กระบวนการทำงาน ขั้นตอนต่างๆในการร่างรัฐธรรมนูญ 55.98%

 


3. ประชาชนรู้เรื่องรัฐธรรมนูญพอที่จะไปลงประชามติและตัดสินใจว่าจะ "รับร่าง" หรือ "ไม่รับร่าง" รัฐธรรมนูญได้หรือไม่?
อันดับ 1 ยังรู้เรื่องรัฐธรรมนูญไม่พอที่จะไปลงประชามติ 69.10%
อันดับ 2 รู้เรื่องรัฐธรรมนูญพอที่จะไปลงประชามติ 30.90%

 


4. ทำอย่างไร? การทำประชามติรัฐธรรมนูญจึงจะบรรลุผลสำเร็จ
อันดับ 1 กระตุ้น รณรงค์ ประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง ให้ข้อมูลประชาชนก่อนทำประชามติ 80.16%
อันดับ 2 ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญ และข้อดี-ข้อเสียของการทำประชามติ 74.38%
อันดับ 3 รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนและเกี่ยวข้องกับคนไทยทุกคน 72.27%
อันดับ 4 หยุดสร้างกระแส ให้ข้อมูลที่บิดเบือน เป็นเท็จ 66.75%
อันดับ 5 มีคณะทำงานที่เข้มแข็ง ขั้นตอนการทำงานชัดเจน เป็นกลาง โปร่งใส 54.86%

 


5. ประชาชนมีความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไร?
อันดับ 1 มีทั้งฝ่ายที่ออกมาแสดงความคิดเห็นและต่อต้านโดยเฉพาะทางการเมือง 73.26%
อันดับ 2 ควรสอบถามความต้องการ ความคิดเห็นของประชาชนและนำข้อมูลที่ได้ไปปฏิบัติตาม 71.09%
อันดับ 3 อยากให้รัฐธรรมนูญมีเนื้อหาชัดเจน เข้าใจง่าย เหมาะสมกับประเทศไทย 69.25%
อันดับ 4 ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะแก้ปัญหาบ้านเมืองได้จริงหรือไม่จะผ่านหรือไม่ผ่าน 65.51%
อันดับ 5 อยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ มีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตย 64.91%

 


ด้านนิด้าโพล ประชาชนส่วนใหญ่ หนุนเพิ่มโทษนักการเมือง-ขรก. ใครโกงชดใช้เงินพร้อมดอกเบี้ย
นิด้าโพลเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง "การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น" ดังนี้

 


เห็นด้วยหรือไม่ หากรัฐธรรมนูญจะกำหนดว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใดทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและไม่เป็นธรรม ควรตัดสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต

ร้อยละ 82.88 เห็นด้วย

ร้อยละ 13.20 ไม่เห็นด้วย

ร้อยละ 02.40 อื่น ๆ ได้แก่ เห็นด้วยในการตัดสิทธิการลงรับสมัครรับเลือกตั้ง แต่ควรตัดสิทธิเป็นระยะเวลา 3 – 10 ปี ขึ้นอยู่กับเจตนาและความร้ายแรง

ร้อยละ 01.52 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

 

 

เห็นด้วยหรือไม่ หากรัฐธรรมนูญจะกำหนดว่า รัฐมนตรีคนใดที่ศาลตัดสินว่ามีความผิด ให้จำคุก หรือให้รอลงอาญา (เว้นแต่คดีเล็กน้อย) ต้องให้พ้นจากตำแหน่งทันที ไม่ต้องรอศาลสุดท้าย (ชั้นศาลฎีกา)

ร้อยละ 87.68 เห็นด้วย

ร้อยละ 10.64 ไม่เห็นด้วย

ร้อยละ 00.32 อื่นๆ ได้แก่ ไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมการตัดสินของศาล

ร้อยละ 01.36 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

 


เห็นด้วยหรือไม่ หากรัฐธรรมนูญจะกำหนดว่า ผู้ที่ถูกศาลตัดสินว่าผิดเพราะทำการทุจริตต่อหน้าที่ หรือร่ำรวยผิดปกติ ควรถูกห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต

ร้อยละ 86.00 เห็นด้วย

ร้อยละ 12.24 ไม่เห็นด้วย

ร้อยละ 00.80 อื่นๆ ได้แก่ ควรตัดสิทธิการลงรับสมัครเป็นระยะเวลา 3 – 10 ปี

ร้อยละ 00.96 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ  

 

 
เห็นด้วยหรือไม่ หากรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ส.ส. หรือ ส.ว. คนใดหรือกลุ่มใดแปรญัตตินำงบประมาณไปใช้เพื่อประโยชน์ทั้งทางตรง และทางอ้อมแก่ตนเองและพวกพ้อง ต้องพ้นจากตำแหน่งและถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับตลอดไป

ร้อยละ 92.72 เห็นด้วย

ร้อยละ 06.40 ไม่เห็นด้วย

ร้อยละ 00.88 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

 


ส่วนเห็นด้วยหรือไม่ หากรัฐธรรมนูญกำหนดว่า รัฐมนตรีคนใดมีคำสั่งให้จัดทำแผนงานโครงการอันเป็นการนำงบประมาณไปใช้เพื่อประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและพวกพ้อง รัฐมนตรีผู้นั้นต้องพ้นจากตำแหน่งและต้องคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย

ร้อยละ 92.48 เห็นด้วย

ร้อยละ 05.20 ไม่เห็นด้วย

ร้อยละ 00.32 อื่น ๆ ได้แก่ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วมอย่างแท้จริงหรือไม่ และหากมีความผิดจริงควรลงโทษโดยให้พ้นจากตำแหน่งเพียงอย่างเดียว

ร้อยละ 2.00 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

 


ขณะที่ เห็นด้วยหรือไม่ หากรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐผู้ใดไม่ได้คัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคำสั่งของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้จัดทำแผนงานโครงการอันเป็นการนำงบประมาณไปใช้เพื่อประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและพวกพ้อง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐผู้นั้นต้องถูกลงโทษทางวินัยและต้องคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย

ร้อยละ 84.00 เห็นด้วย

ร้อยละ 12.00 ไม่เห็นด้วย

ร้อยละ 00.56 อื่นๆ ได้แก่ ควรพิจารณาตามความผิด และหากมีความผิดจริงควรถูกลงโทษทางวินัยเพียงอย่างเดียว โดยไม่ต้องคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย

ร้อยละ 03.44 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ