จับตาปรากฏการณ์! คนไทยในสหรัฐแห่ให้กำลังใจ "ประยุทธ์" ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 


ภารกิจระหว่างวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2559ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะจัดขึ้นที่ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

 

 


เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ อาทิ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ณ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนายกรัฐมนตรี มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

 


สำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำดังกล่าวเป็นการประชุมหลังจากการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2558 ซึ่ง นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เชิญผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมการประชุม ระหว่างผู้นำอาเซียน-สหรัฐฯ ที่ต้องการจัดการประชุมอาเซียน-สหรัฐฯ เป็นการเฉพาะเป็นครั้งแรก และยังเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นที่สหรัฐฯ ซึ่งนอกจากสหรัฐฯจะให้ความสำคัญกับอาเซียนแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่กำลังจับตาการรวมตัวอย่างเข้มแข็งของกลุ่มประเทศอาเซียน เพราะนานาประเทศต่างแสดงความจำนงร่วมประชุม เพื่อกระชับความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมครบรอบ 20 ปี อาเซียน-รัสเซีย และการประชุมครบรอบ 25 ปี อาเซียน-จีน

 


สำหรับกำหนดการการหารือของนายกรัฐมนตรีนั้น แบ่งออกเป็น 3 หัวข้อ คือ วันที่ 15 ก.พ. 2559 ช่วงบ่าย การหารืออย่างเป็นทางการ ครั้งที่ 1 หัวข้อ "การส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคผ่านนวัตกรรมและประกอบการธุรกิจ" จากนั้นจะเป็นการหารือระหว่างอาหารค่ำ ในหัวข้อ "ทิศทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาค" และในช่วงเช้าวันที่ 16 ก.พ.นี้ จะเป็นการหารืออย่างไม่เป็นทางการ ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ "การรักษาสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงในเอเชีย-แปซิฟิก"

 


โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเน้นย้ำท่าทีและสานต่อประเด็นที่เคยผลักดันในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ผ่านมา เช่น การพัฒนาอย่างยั่งยืน การขยายความร่วมมือในประเด็นความมั่นคงในรูปแบบอื่น ๆ นอกจากนี้ อาเซียนจะถือโอกาสสร้างความตระหนักรู้ต่อประชาชนชาวอเมริกันเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนอีกด้วย”

 


สำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ เป็นไปตามคำเชิญของประธานาธิบดีบารัก โอบามา อันเป็นการประชุมหารือระหว่างผู้นำอาเซียนและสหรัฐฯ ครั้งแรก ภายหลังจากการจัดตั้งประชาคมอาเซียน และการยกระดับความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์

 


ซึ่งมีรายงานว่า คนไทยจาก นิวยอร์ค, ชิคาโก้, ลาสเวกัส นัดรวมตัวกันเพื่อให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ โดยประชาสัมพันธ์ของกลุ่ม “รวมพลคนรักชาติ” บอกการที่ผู้นำสหรัฐฯ เชิญผู้นำไทยมาร่วมหารือในประเด็นสำคัญ แสดงให้เห็นถึงความยอมรับที่สหรัฐฯ มีต่อผู้นำไทยมากขึ้น

 


ทั้งนี้ แผนผังบริเวณที่เจ้าหน้าที่ของเมืองแรนโช่มิราจ จัดเอาไว้สำหรับให้ผู้ชุมนุมระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ณ Sunnylands Center & Gardens

 


นายบุญชู ศรีพลอยรุ่ง ประชาสัมพันธ์ของกลุ่ม “รวมพลคนรักชาติ” อันเป็นกลุ่มคนไทยในลอส แอนเจลิส ที่รวมตัวเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี ได้แจ้งมายังสยามทาวน์ฯ ว่า ถือเป็นโอกาสดีที่ชาวไทยในลอส แอนเจลิส และเมืองใกล้เคียงจะได้ไปต้อนรับและให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีเพราะตอนเดินทางมาร่วมประชุมยูเอ็นที่นิวยอร์ค ท่านก็ได้รับกำลังใจอย่างล้นเหลือจากคนไทยทางฝั่งตะวันออกของอเมริกา  พวกเราซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกก็มีหน้าที่ให้การต้อนรับท่านเช่นกัน เพราะสถานที่ที่เราจะไปนั้น ห่างจากตัวเมืองแอลเอ แค่สองชั่วโมงครึ่ง ระยะทาง 130 ไมล์ เท่านั้น

 


ทางกลุ่มของตนได้จัดเตรียมรถบัสขนาด 55 ที่นั่ง จำนวนสามคัน และรถตู้อีกสิบกว่าคันเอาไว้รองรับผู้ที่ต้องการร่วมเดินทางไปต้อนรับนายกรัฐมนตรีด้วยกัน โดยขณะนี้มีผู้แจ้งสำรองที่นั่งมากกว่า 250 คนแล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้ที่จะเดินทางไปเองอีกจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มคนไทยจากต่างรัฐ เช่นนิวยอร์ค ชิคาโก้ ลาส เวกัส เป็นต้น

 


 

ทั้งนี้ ได้ทำการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของเมืองแรนโช่ มิราจ เรื่องการเดินทางไปให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีของไทยแล้ว และทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ได้จัดให้ผู้ชุมนุมจากทุกชาติ ไปรวมกันอยุ่ที่เดียวกัน คือบริเวณมุมถนน บ๊อบ โฮป ไดร์ฟ กับเจอรัลด์ ฟอร์ด ไดร์ฟ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เตรียมห้องน้ำสำหรับผู้ชุมนุมเอาไว้เรียบร้อย

 


ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะมีกลุ่มต่อต้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปร่วมชุมนุมด้วยนั้น นายบุญชูกล่าวว่า ได้ข่าวเหมือนกัน และเชื่อว่าถ้ามีก็คงต้องถูกจัดให้อยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่ตนไม่กังวล เพราะเชื่อว่าทุกฝ่ายต้องการไปแสดงออกอย่างสันติ

 


การเดินทางมาร่วมประชุมครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี แสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีของไทย ได้รับการยอมรับในระดับหนึ่งจากสหรัฐ

 


ด้าน ศ.ดร. ปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ ถึงเรื่องการที่ผู้นำของไทยได้รับเชิญจากผู้นำสหรัฐฯ มาร่วมประชุมสุดยอดผู้นำครั้งนี้ว่า เป็นเพราะลึกๆ แล้วอเมริการู้ดีว่าประเทศไทยสำคัญที่สุดในอาเซียน ทั้งด้านภูมิศาสตร์การเมือง และโลจิสติกส์ เพราะไทยติดต่อได้ง่ายทั้งประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา เขาจึงเชิญไปร่วมอาเซียนซัมมิต ถ้าไม่เชิญไทยประเทศอื่นอาจไม่มาด้วย

 


เวลานี้รัฐบาลโอบาม่า ถูกกดดันทั้งจากฝ่ายต่อต้านที่ไม่รู้จักประเทศไทยเลย และพวกต่อต้านที่ได้ผลประโยชน์จากระบอบทักษิณ ดังนั้นเมื่อไปถึงสหรัฐฯ แล้ว เขาจะพูดเรื่องเก่าๆ คือไม่เอารัฐประหาร และให้มีการเลือกตั้ง นอกจากนั้นเรื่องบีบให้ไทยเข้าร่วมข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ ทีพีพี ต้องถูกยกขึ้นมาพูดด้วย

 


อ.ปราโมทย์แนะนำว่า รัฐบาลไทยต้องเชื่อมั่นในตัวเอง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกับอเมริกัน แต่แสดงความเป็นอิสระและเอกราชของเมืองไทยเรา

 


อเมริกาต้องรู้ด้วยว่า พวกเขาเป็นผู้สนับสนุนอั้งยี่การเมือง ที่ทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นในเมืองไทย รวมทั้งสนับสนุนกลุ่มต่อต้าน คสช.ตลอดถึงกลุ่มล้มเจ้า แม้แต่เรื่องที่อุปทูตไปพบกับกลุ่มต่อต้าน คสช.ที่เชียงใหม่ คือ ส่วนหนึ่งการสนับสนุนอั้งยี่การเมือง

 


 ส่วนนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ กล่าวถึงเรื่องนี้กับ ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ว่าไม่เชื่อว่าจะมีกลุ่มหรือองค์กรใดๆ ออกมาชุมนุมต่อต้าน เพราะสถานที่ประชุมเป็นจุดที่จัดไว้เป็นการเฉพาะ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ได้มีการดูแลไม่ให้มีการชุมนุมหรือประท้วงต่อต้าน

 


“การประชุมเวทีนี้ ถ้ามีโอกาสจะชี้แจงให้ชาวโลกเข้าใจถึงร่างรัฐธรรมนูญเพื่อนำสู่ประชาธิปไตย ว่าเรากำลังเดินไปสู่จุดใด และการที่เราจะเดินไปสู่เป้าหมายปลายทาง มันจะมีผลดีต่อภูมิภาคอย่างไร ถือว่าได้ประโยชน์เป็นจำนวนมาก เพราะถือเป็นงานแรกหลังจากรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และได้หารือกับประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา จึงอยู่ในฐานะที่แลกเปลี่ยนอะไรกันได้อย่างครบครัน โดยจะพบปะหารือกัน ในเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองและสถานการณ์ภายในภูมิภาค และเวทีนี้จะทำให้สหรัฐอเมริกาเข้าใจอาเซียนได้ดีขึ้น เพื่อสร้างเจตนาร่วมกันในการไปข้างหน้า”
การที่รัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่รัฐบาลเลือกตั้ง ไม่ถือว่าเป็นปัญหากับทางสหรัฐฯ

 


เพราะสหรัฐฯ หารือกับไทยในกรอบของอาเซียนมาแล้วหลายครั้ง ในยูเอ็นก็พบกันหลายหน เรานั่งประชุมกับนายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศของสหรัฐก็หลายหน หรือพบปะเป็นการภายในกับรัฐมนตรีของสหรัฐก็หลายครั้งในเวทีต่างๆ