"ฟองสนาน" ชี้! ดวงเมือง 2559 การเมืองไทยเจอปฏิรูปขนานใหญ่ แต่ไร้เงาปฏิวัติซ้อน?!

ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th


ฟองสนาน  จามรจันทร์ โหราศาสตร์สมัครเล่นและผู้สื่อข่าวอาวุโส ได้กล่าวว่า ภาพรวมของดวงเมืองปี 2559 จะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องดีและร้ายซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของโลก แต่ที่หลีกหนีไม่พ้นคือการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ตัวบุคคล สถาบันต่าง ๆ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะนำไปสู่สิ่งใหม่ ๆ เพราะอิทธิพลของดวงจรก็บอกว่าเป็นระยะของการเปลี่ยนผ่าน อาจมีการแต่งตั้งบุคคลสำคัญบางตำแหน่งให้เป็นที่ฮือฮาแบบผิดสังเกต แต่ระวังฟืนไฟหรืออุบัติเหตุใหญ่ในเมืองตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2559 เป็นต้นไป อาจมีการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ที่เป็นการปฏิรูป ด้วยการมาถึงทับลัคนาและพระอาทิตย์ (๑) ดวงเดิมดวงเมืองของมฤตยู (0) จรเจ้าของภัยอาเพศ - การเปลี่ยนแปลง - ปฏิวัติที่ในที่สุดแล้วเมื่อมฤตยูจากไปมักไม่เหลือสิ่งเก่าที่ตกยุคไว้

 

ซึ่งในปีนี้ มฤตยูจะยกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ในวันที่ 6 มีนาคม 2559 แล้วจะอยู่ยาวไปตลอด 7 ปี คือถึงปี 2565 จึงอาจจะต้องใช้เวลายาวนานยังผลการเปลี่ยนแปลงชนิดถึงรากถึงโคนของเมืองและการเมือง แต่ระยะจะส่งอิทธิพลแรง ตั้งแต่ประมาณมีนาคม 2559 เป็นต้นไป จนถึงสิ้นปีจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันทางการเมือง ตัวบุคคลหรือเหตุการณ์แปลก ๆ เช่นเกิดโรคระบาดขึ้น แต่หากบุคคลหรือองค์กรใดยังไม่ถึงคราวเปลี่ยนแปลงในปีนี้จะก็ช่วยสั่งสมพลังไว้เพื่ออุบัติในช่วงต่อไป
 
ส่วนในเรื่องเศรษฐกิจที่จะมีผลจากดาวมฤตยูก็ต้องระวังว่าจะพลิกผันและยากลำบาง คล้ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตเช่น วิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 เหตุการณ์เกิดจากข้อบ่งชี้ทางโหราศสาตร์ ว่าประมาณกลางเดือนมกราคม 2559 - สิงหาคม 2560    พระราหูจรจะกลับมาที่ราศีสิงห์จุดเดิมที่เคยสร้างปัญหาให้กับสองเหตุการณ์นั้นมาแล้ว แต่ในมุมของดาวจรไม่ได้ร้ายแรงเท่ากับปี 2540 ถ้าหากฝ่ายรัฐบาลและเอกชนไทยระวังตัว คัดท้ายอย่างดีโดยดูจากประสบการณ์เมื่อปี 2540แล้วอาจจะเห็นโอกาสดีๆในท่ามกลางความร้ายของเศรษฐกิจก็ได้
 

และหากมองทางด้านการเมือง นักการเมืองเก่าๆ หรือ คนที่เคยทำกรรมเวร สิ่งไม่ดีทั้งหลายไว้กับประเทศชาติมีโอกาสใช้กรรมเก่าเช่นเดินเข้าคุกหรือรับโทษต่อไป ขณะที่ตลอดทั้งปีจะมีการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ ๆ มีการวางไว้เพื่อประเทศชาติให้เข้าสู่ยุคใหม่ ในทุก ๆ ด้าน สำหรับรัฐบาลทหารภายใต้การปกครองของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจจะไม่ค่อยก้าวหน้า หรือมีความขัดแย้ง หรือพยายามสร้างความขัดแย้งในเมือง หมู่ทหาร รัฐบาล คือประมาณเมษายน - สิงหาคม 2559 แต่ความพยายามนี้ก็จะไม่กระทบกระเทือน เดือนมีนาคม 2560 สิ่งที่ทำไว้ก็จะนำไปสู่ยุคใหม่ที่ต่อให้เทวดาก็กีดกันไทยจากความรุ่งโรจน์ไม่ได้ จะเกิดการเลือกตั้งรอบต่อไปจะอยู่ระหว่างประมาณ 7 สิงหาคม 2559-ประมาณ 6 กันยายน 2560 แต่สภาที่มาจากเลือกตั้งจะอยู่ในลักษณะอ่อนแอ แต่ประมาณเดือนสิงหาคม 2559 จะเกิดความพลิกผันเกี่ยวกับกฎหมาย รัฐธรรมนูญหรือ ทุจริตคอร์รัปชั่น หรือวงการสงฆ์ บุคคลสำคัญในเมือง อันเรื่องมาจากพฤหัสบดีจรหัวหน้าฝ่ายธรรมะจะปะทะกับพระราหูจรฝ่ายอธรรมถึง 3รอบ ซึ่งรอบแรกที่น่าสนใจหลังวันที่ 30 ธันวาคม 2558 จะเกิดเหตุที่จะทำให้ฝ่ายธรรมะพลั้งพลาดต้องมีการทบทวนปรับเปลี่ยนตัวเองขนาดใหญ่ ขณะที่ฝ่ายอธรรมเริงร่า โดยอาการอาจจะออกที่มีปรับเปลี่ยนในรัฐบาล ตัดบางคนออกไปเพราะเรื่องเสียหาย (พฤหัสบดีจรสวนกับพระราหูจร พระราหูตัวแทนจะถูกตัดขาดสองท่อน) รอบ2 ที่เหตุการณ์ใหญ่จะเกิดขึ้นคือหลัง 27 กุมภาพันธ์ 2559และรอบที่ 3 หลังวันที่ 27มิถุนายน 2559ที่ผลที่สุดฝ่ายธรรมะจะชนะ
      

อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งปีไทยจะเป็นที่ประลองอิทธิพลของต่างชาติพวกประเทศมหาอำนาจ ฉะนั้นควรใช้นโยบายที่ยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ ส่วนพืชผลทางการเกษตรส่วนใหญ่ยังจะไม่ดีขึ้นหรือทรง ๆ ต่อไป รวมทั้งภัยแล้งจะบังเกิด พร้อมโรคระบาดสัตว์ - พืชเป็นบางช่วง พายุฤดูร้อนอาจเกิดเป็นระยะๆ หากฝนจะตกเมื่อเข้าฤดูฝนอาจจะได้ระดับหางพายุ ถ้าพายุจะเข้าเป็นลูกพอให้ได้น้ำจะเป็นตั้งแต่ประมาณกลางเดือนกันยายน 2559 เป็นต้นไป

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.manager.co.th