"สนธิญาณ" ชี้! ประชุม "อาเซียน-สหรัฐ" มีวาระซ่อนเร้น!!ช่วงชิงประเทศอาเซียนขัดแย้งจีน จับตา! บทบาทไทยจะยืนอยู่ตรงไหนในความขัดแย้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th

 

 

 


รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559  ออกอากาศทางช่องทีนิวส์  ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย)  กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

 

สนธิญาณ : สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ท่านผู้ชมทุกท่าน ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เดินทางถึงสหรัฐอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เวลา 4 นาฬิกา ตามเวลาประเทศไทย หรือวันเวลาที่ผ่านมา การเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ของพล.อ.ประยุทะ จันทร์โอชา ในครั้งนี้ต้องเรียนว่าไปในการจัดการประชุมระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนกับสหรัฐอเมริกา นัยยะสำคัญในการประชุมครั้งนี้เป็นวาระพิเศษไม่ใช่วาระปกติ สหรัฐอเมริกาได้จัดประชุมขึ้นเพราะว่าก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีการประชุมใหญ่ของอาเซียนไปแล้ว และสหรัฐอเมริกาได้เข้ามาประชุมกับกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นการประชุมอาเซียนที่ผ่านมาก็จะมีการประชุมอาเซียนกันเอง ประชุมระหว่างอาเซียนกับกลุ่มนั้นนี้ หรือมีการประชุมทวิภาคีระหว่างประเทศ สหรัฐอเมริกาในฐานะเป็นประเทศใหญ่จึงได้มีการประชุมแลกเปลี่ยนกับอาเซียน เรียกว่าถี่ถ้วนแล้ว ทำไมผ่านมาสองเดือนถึงจัดประชุมอีก

 

 

สถาพร : พิเศษอย่างไร

 

 

สนธิญาณ : แสดงว่ามีเหตุวาระพิเศษ เราต้องกลับไปดูหัวข้อการประชุมครั้งนี้มีหัวข้อหลักสองเรื่องคือเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระยะยาวและความร่วมมือทางด้านความมั่นคงในระยะยาว ผมคิดว่าความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจเชื่อว่าเป็นข้ออ้าง เป็นสิ่งที่ยกมากล่าวอ้างเรียกว่าเป็นน้ำจิ้มของการประชุม

 

 

สถาพร : พี่ต้อยกำลังบอกว่าจริง ๆ แล้ววาระควรเป็นเรื่องของความมั่นคงเป็นหลักใช่ไหมครับ

 

 

สนธิญาณ : ผมคิดว่าเรื่องความมั่นคงเป็นหลักครับ แต่จะมาประชุมเรื่องความมั่นคงอย่างเดียวก็กระไรอยู่ การประชุมต้องมีเศรษฐกิจ และความมั่นคงควบคู่กันไป แต่หลักน่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง ก็เพราะสถานการณ์ในซีเรียและสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ตึงเครียดกันทุกวัน ต้องเรียนย้ำกับท่านผู้ชมมาโดยตลอด สถานการณ์ตึงเครียดมาโดยตลอด และระหว่างความตึงเครียดภูมิภาคอาเซียนเป็นตัวแปรอันสำคัญของสถานการณ์อาจจะเกิดความสงบหรือจะถูกขยายความให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น เพราะจุดยุทธศาสตร์ของความขัดแย้งของโลกมีอยู่สองที่ คือที่ตะวันออกกลางโดยมีซีเรียเป็นจุดสำคัญของการที่จะกระทบกระทั่งกัน อีกจุดหนึ่งอยู่ที่เอเชีย จุดสำคัญก็อยู่ที่ทะเลจีนใต้ อยู่ที่หมู่เกาะสแปรตลี ดังนั้นเขามาจับจ้องดูความขัดแย้งในเอเซียนในทางทะเล คู่ขัดแย้งหลักจะเห็นเลยว่าเป็นประเทศจีนซึ่งวันนี้ต้องถือว่าเป็นฝ่ายที่ยืนกันต้องกันข้ามกับสหรัฐอเมริกากับกลุ่มประเทศอาเซียนเรียกว่าแทบจะทุกประเทศที่มีอาณาเขตชายฝั่งทะเลที่ซ้อนทับกัน ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์เป็นต้น ดังนั้นในจุดที่เป็นอยู่เราจึงเห็นเลยว่าแต่ละประเทศต่างตั้งหลักเผชิญหน้ากับจีน ฟิลิปปินส์ใช้เกาะ 8 เกาะมาทำเป็นฐานทัพให้กับสหรัฐอเมริกา เวียดนามที่เคยเป็นคู่ปรับใช้กับสหรัฐอเมริกา กับจีน แม้จะไม่อยู่สายเดียวกัน วันนี้ระดับผู้นำในเวียดนามเป็นระดับผู้นำที่ทำงานและมีความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาอย่างลึกซึ้ง สหรัฐอเมริกาให้เกียรติเวียดนามมาก เดินทางไปพบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาต้อนรับในห้องรูปไข่ถือเป็นการให้เกียรติสูงสุด นี่เป็นเรื่องสหรัฐอเมริกากำลังปฏิบัติการนโยบายระหว่างประเทศเพื่อที่จะเข้ามาลุก เพื่อต้องการเอากลุ่มอาเซียนมาเป็นแนวร่วม สิ่งที่ต้องกลับมาดูว่าสำคัญอย่างไรก็ต้องเรียนแบบนี้ ถ้าสหรัฐอเมริกาสามารถที่จะมายืนอยู่ในหัวใจซึ่งมีโอกาสสูงยิ่งของประเทศทั้งหลายที่ขัดแย้งกับจีนอยู่ก็จะทำให้ได้แนวร่วมที่เรียกว่าเข้มแข็งและแข็งแรง แต่ในทั้งสิ้นในกลุ่มอาเซียนจะมีประเทศหนึ่งที่สหรัฐอเมริกาไม่ได้ดังใจไม่ตามใจสหรัฐอเมริกาและมีส่วนอย่างยิ่งในการเป็นตัวแปรของสถานการณ์ ก็คือประเทศไทย ทีนี้ความสำคัญของไทยในขณะนี้ สำคัญตรงที่เราไม่มีผลประโยชน์ไปซ้อนทับกับจีน ที่สำคัญก่อนหน้านี้ผมเรียนย้ำว่าสหรัฐอเมริกาได้เคยมาขอใช้ฐานทัพอู่ตะเภา ซึ่งถือว่าเป็นจุดในทางยุทธศาสตร์ หากมีอะไรเกิดขึ้น ถ้าหากมีสงครามเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ ไทยโดยเฉพาะกองทัพ ซึ่งวันนี้มาเป็นรัฐบาลก็ไม่ยินยอมและไม่ยินดีในการที่จะให้ใช้ อยากจะยืนในสถานะการเป็นกลาง และจีนขอให้ไทยยืนอยู่บนความเป็นกลาง เพราะฉะนั้นการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาของพล.อ.ประยุทธ์ในเที่ยวนี้จึงมีนัยยะและความหมาย จึงมีความสำคัญยิ่งไม่ใช่มีเป็นการเดินทางไปปกติและธรรมดา ส่วนบรรยากาศก็เหมือนว่าสหรัฐอเมริกาเขาต่อต้านไทยมาโดยตลอดในฐานะที่บอกว่าเป็นประเทศรัฐประหาร ความจริงต้องฟันธงได้เลย สหรัฐอเมริกาเขาเลือกในการยืนข้างคุณทักษิณชัดเจนออกมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวมาตรา112 ออกมาตำหนิมาว่ากล่าวไทย ไม่อยากต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์เสียด้วยซ้ำ แต่สิ่งหนึ่งที่จะเกิดปรากฏการณ์ขึ้นก็เหมือนเดิม เวลาพล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปสหรัฐอเมริกาคนไทยก็เตรียมต้อนรับ ผมคิดว่าจะเป็นข่าวสารที่น่าสนใจและคงจะทำให้สื่อต่างประเทศหรือผู้คนในต่างแดนได้เห็นได้บ้างว่าความหมายของเผด็จการในสายตาของตะวันตกหรือในความหมายสหรัฐอเมริกาไม่ได้มีความหมายกับคนไทย คนไทยเขารู้ปัญหาของเขา เขารู้ว่าใครก่อปัญหาและใครช่วยแก้ปัญหา ไม่ได้แยกเป็นเผด็จการหรือประชาธิปไตย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดว่าคนไทยไม่ว่าจะอยู่ในประเทศหรือต่างแดน สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ และคสช. หรือจะเรียกว่า สนับสนุนเผด็จการเสียด้วยซ้ำ นี่จะทำให้สังคมโลก สังคมสหรัฐอเมริกาหันมามองเช่นกัน ก่อนหน้านี้เราเคยได้ยินไหมว่าโพลสหรัฐอเมริกาอยากให้รัฐประหาร ซึ่งเป็นสัดส่วนเกินครึ่ง เกิน 25เปอร์เซ็นต์ ยึดอำนาจรัฐบาลอำนาจประชาธิปไตย เป็นเรื่องแปลกไหมครับ

 

 

สถาพร : ใช่ครับก่อนหน้านี้เราเคยคุยกันไปครั้งหนึ่ง

 

 

สนธิญาณ : ความแปลกมีอยู่อย่างเดียวครับ เขาเบื่อด้วยประชาธิปไตยที่ถูกครอบงำด้วยอำนาจเงินของยิว และทำเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุน ขณะที่กลุ่มคนเร่ร่อน คนจนเพิ่มขึ้นทุกขณะ ทรัพย์สินและทรัพยากรของประเทศส่วนใหญ่ไหลไปกองที่คนไม่กี่ตระกูลของสหรัฐอเมริกา นี่ล่ะครับประชาธิปไตยที่จะเอามาขยายความ ซึ่งเป็นทุนสามานย์และร่วมมือไปเชื่อมโยงกับสหรัฐอเมริกาอย่างเห็นได้ชัด อันนี้ก็เป็นปรากฏการณ์ที่อยากจะเล่าให้ฟัง