สนธิญาณ ชี้เปรี้ยง!!! ถึงเวลาชำแหละ"คณะสงฆ์ไทย"- ยุ"ประยุทธ์"ใช้ม.44  จัดการ

สนธิญาณลั่นชำแหละ"คณะสงฆ์ไทย"-ชี้ถึงเวลาต้องปัดกวาด ระบุชัด จัดม็อบเป็นการฝ่าฝืนกม.-ถามมีใครหนุนเงิน แนะลดทอนสมณศักดิ์ แก้ปัญหาการอวยกัน ยุนายกฯใช้ม.44 จัดการ -ฉะ"จักรภพ"ซ้ายปัญญาอ่อน -โยงมั่ว"สงฆ์ไ

 

 

สนธิญาณลั่นชำแหละ"คณะสงฆ์ไทย"-ชี้ถึงเวลาต้องปัดกวาด ระบุชัด จัดม็อบเป็นการฝ่าฝืนกม.-ถามมีใครหนุนเงิน แนะลดทอนสมณศักดิ์ แก้ปัญหาการอวยกัน  ยุนายกฯใช้ม.44  จัดการ -ฉะ"จักรภพ"ซ้ายปัญญาอ่อน -โยงมั่ว"สงฆ์ไพร่" -ปลุกคนไทยร่วมปฏิรูปปล่อยเหลวแหลกไม่ได้

 

 

 

 


 

 

 

รายการ "ยุคล ถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำคืนวันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 ออกอากาศทางช่องทีนิวส์  ดำเนินรายการโดย คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) และคุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง)  โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

 

 
ยุคล: สวัสดีครับขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้ามาในช่วงเวลาของรายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ค่ำคืนนี้วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 คุณผู้ชมยังคำอยู่กับผม "ยุคล วิเศษสังข์" และแขกรับเชิญของเราก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนะครับ พี่ต้อย "สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม" ผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์ตอนนี้นั่งอยู่ข้างๆ ผมแล้วนะครับ สวัสดีครับพี่ต้อย  

 

 
สนธิญาณ: สวัสดีครับหนึ่ง สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้วันพระครับ วันพระหน้าก็เป็นวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญยิ่งวันหนึ่งของคนไทย ส่วนวันพระนี้ก็พูดกันเรื่องพระครับ ดูว่าคนพูดจะเข้าข่ายตกนรก เพราะไปละลาบละล้วงจาบจ้วงพระสงฆ์หรือไม่ก็พิจารณาติดตามกัน หรือว่าคนพูดจะได้รับผลบุญกุศลที่จะได้ช่วยกันดูแลรักษาพุทธศาสนาให้เป็นที่พึ่งทั้งหลายต่อสัตว์โลกต่อไปก็ติดตามกัน ดูกันให้จบรายการครับ ขอบคุณ     

 

 
ยุคล: ต้องเริ่มแบบนี้นะครับว่า ความขัดแย้งของสังฆมณฑลในเมืองไทย ท้ายที่สุดก็มาถึงจุดนี้จนได้ คือเป็นจุดที่มีการปลุกระดมแล้วก็มีการชุมนุมจากพระสงฆ์จำนวนหนึ่ง ซึ่งวันนี้ประกาศแล้วก็อ้างว่าทั้งฆราวาส แล้วก็พระสงฆ์นะครับมากันที่พุทธมณฑลจังหวัดนครปฐมเนี่ยนะครับ กว่า 10,000 คน นำมาโดยพระเมธีธรรมจารย์  เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย แล้วก็องค์กรภาคีในเครือข่าย มาวันนี้กล่าวอ้างเอาไว้แบบนี้นะครับว่า สำหรับวัตถุประสงค์ที่ต้องออกมาชุมนุม ที่พุทธมณฑลจังหวัดนครปฐม คือหนึ่งนะครับห้ามหน่วยงานภาครัฐเข้ามาก้าวก่ายเรื่องทางสงฆ์ ขอให้ทำหน้าที่อุปถัมภ์พระศาสนาแบบอย่างบรรพบุรุษไทย สองขอยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบต่อกันมา คือการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวกับการปกครองคณะสงฆ์ ทางรัฐบาลจะต้องปรึกษาและได้รับความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคมเสียก่อน สามขอให้ท่านนายกรัฐมนตรียึดถือดำเนินการตามมติของมหาเถรสมาคม ที่มีการเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะเพื่อเสนอนามเป็นสมเด็จพระสังฆราช สี่ขอให้ทางรัฐบาลสั่งให้หน่วยงานที่เป็นราชการปฏิบัติกับคณะสงฆ์ด้วยความเคารพ เอื้อเฟื้อ ไม่ข่มขู่คุกคามคณะสงฆ์ด้วยการใช้กฎหมาย และห้าขอให้บรรจุพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ  


อย่างภาพที่คุณผู้ชมเห็นนะครับวันนี้เกิดเรื่องมากมาย ตั้งแต่ช่วงบ่าย จนกระทั่งประมาณ 6 โมงเย็นวันนี้นะครับ (15 ก.พ.59) พระเมธีธรรมจารย์เดินทางไปพบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อยื่นข้อเรียกร้องทั้ง 5 ข้อนี้ ให้กับพล.อ.ประวิตร และก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รับเอาข้อแถลงการณ์ 1-2-3-4 เนี่ยนะครับ ไปพิจารณา และท้ายที่สุดจากการพูดคุยก็นำพามาซึ่ง การยุติการชุมนุมเป็นที่เรียบร้อยนะครับ พระสงฆ์ที่ไปชุมนุมอยู่ที่พุทธมณฑลต่างแยกย้ายกลับวัดเป็นที่เรียบร้อย ภาพที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากก็คือว่า มีการกระทบกระทั่งกันระหว่างพระสงฆ์กับเจ้าหน้าที่ทหารที่ไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เดี๋ยววันนี้ครับพี่ต้อยจะพูดถึงสถานการณ์นี้ แล้วก็ลากโยงไปถึงรากเหง้าของปัญหาที่แท้จริง ภายในหัวข้อ "ชำแหละ...คณะสงฆ์ไทย" คือฟังหัวข้อที่พี่ต้อยตั้งมาแล้วเนี่ยนะครับ ทำให้นึกถึงหัวข้อของการจัดการชุมนุมในวันนี้ ที่จริงวันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามที่จะกล่าวอ้างด้วยซ้ำไป ว่าเป็นคล้ายๆ กับงานสัมมนา เป็นการเสวนา ในหัวข้อเรื่องสกัดแผนล้มล้างการปกครองคณะสงฆ์ไทย พี่ต้อยมาเลยว่าชำแหละคณะสงฆ์ไทย อันนี้เป็นยังไงครับพี่ต้อย               

 

 
สนธิญาณ: ก็ถ้าการชำแหละคณะสงฆ์ไทยของผมในวันนี้เนี่ยนะครับ เป็นส่วนหนึ่งของการล้มคณะสงฆ์ไทยเนี่ย ผมจะรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในการที่จะได้รับข้อกล่าวหานี้ และจะรู้สึกเป็นความภาคภูมิใจซะด้วยซ้ำ เพราะว่าวันนี้เนี่ยนะครับ สิ่งที่เราพูดกันตามหัวข้อคือคณะสงฆ์ไทย ไม่ใช่พระสงฆ์ไทยนะครับ พระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมีอยู่มากมาย แต่คณะสงฆ์ไทยที่อยู่ภายใต้ความเหลวแหลก แย่งชิงอำนาจวาสนาบารมีทรัพย์สินเงินทอง อันนี้เหลวแหลก การดูแลปกป้องพระธรรมวินัย อันนี้เหลวแหลก เอาเบื้องต้นก็การชุมนุมในวันนี้แหล่ะครับ ชวนพระมาจากข้อมูลที่ทีนิวส์ไปพบเนี่ยนะครับ บางสายก็บอกว่าจะมาลงชื่อขอให้...            

 

 
ยุคล: ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ

 

 
สนธิญาณ: บรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ เวลาผิดศีลข้อมุสาเนี่ยนะครับ ไม่ได้โกหกเฉยๆ นะ มันหมายถึงการโกหก การพูดหลอกลวง การปลิ้นปล้อน การพูดหยาบ การพูดส่อเสียด รวมหมด คือถ้าเริ่มต้นแบบนี้เนี่ยนะครับ สงฆ์ที่จัดการชุมนุมวันนี้ เริ่มต้นด้วยความโกหกหลอกลวงแบบนี้ แล้วมาพูดถึงเรื่องคณะสงฆ์ ก็สมควรมั้ยที่จะชำระสะสางคณะสงฆ์ของไทยซักทีนึง สอง วันนี้จัดชุมนุมเนี่ยนะครับ ผิดกฎหมายนะ เพราะตอนนี้เนี่ยนะครับจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลคสช. ออกพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะขึ้นมา การชุมนุมสาธารณะเนี่ย หลักใหญ่ใจความไม่ใช่เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพหรอก พูดกันตามความจริง สหรัฐอเมริกาที่ชอบอ้างกันนักหนาว่าเป็นประชาธิปไตยเนี่ย การชุมนุมทุกครั้งต้องแจ้งนะ เพื่อทางรัฐเค้าจะได้จัดการดูแล การชุมนุมเป็นการแสดงออกซึ่งสิทธิ ของประชาชนในการที่จะแสดงออกให้รัฐ หรือสาธารณชนได้รับรู้แต่ต้องแจ้ง กฎหมายฉบับนี้ มาตรา 10 ก็เหมือนกัน ว่าผู้ใดจะจัดการชุมนุมสาธารณะ ให้แจ้งความจำนงต่อผู้รับแจ้ง ก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง แต่วันนี้พระเมธีธรรมจารย์ ซึ่งเป็นผู้จัด เป็นผู้นำในการชุมนุมเนี่ยนะครับ บอกว่ามาเสวนากัน มาสัมมนากัน ในหัวข้อสกัดแผนล้มคณะสงฆ์ไทย อันนี้ก็โกหก การโกหกโดยมีเจตนามุ่งหมายที่ดีหรือไม่ดี ก็เป็นเรื่องที่จะต้องคิดต้องใคร่ครวญ แต่การที่โกหกแล้วเป็นการกระทำผิดกฎหมายเนี่ย ต้องกลับมาดูในข้อเรียกร้อง 5 ข้อ


ผมเริ่มจากข้อที่สี่เนี่ย มันสัมพันธ์และมันเกี่ยวโยงกันครับ ขอให้ทางรัฐบาลสั่งเป็นนโยบายที่หน่วยราชการปฏิบัติกับคณะสงฆ์ด้วยความเคารพ เอื้อเฟื้อ ไม่ข่มขู่คุกคามคณะสงฆ์ด้วยการใช้กฎหมาย ผมถามว่าเวลาจะสึก พระที่พกปืน ต้องให้บ้านเมืองไปจัดการมั้ย ค้ายาบ้ามีเยอะแยะ เสพเมถุนกับสีกา ก็ปรากฏอยู่เนืองๆ ฟอกเงิน เข้าไปเกี่ยวข้องกับการฉ้อฉล เงินทองของสหกรณ์ ผมไม่รู้ว่าข้อ 4 เนี่ยจะเกี่ยวข้องกับการที่บอกให้คณะสงฆ์ไม่ให้ไปข่มขู่คุกคาม การใช้กฎหมายเนี่ยใช่หรือไม่ เพราะอะไรหรอครับ เพราะถ้าอย่างนั้นเนี่ยนะครับ ข้อเรียกร้องแบบนี้ของผู้ที่บวชเรียนจนกลายเป็นมหา เป็นพระคุณเจ้า เป็นท่านเจ้าคุณ คนมาบวชแล้วอยู่เหนือกฎหมาย ทำผิดกฎหมายแล้วอยู่เหนือกฎหมาย ถ้าผ้าเหลืองคลุมตัวโกนหัวโล้นแล้วเนี่ย                          

 

 
ยุคล: คือพูดแบบนี้หมายความถึงว่า ถ้าบวชเป็นพระสามารถทำผิดกฎหมายได้เลยนะครับ ถ้าตีความ...

 

 
สนธิญาณ: ไม่รู้ดิ ก็เค้าเขียนมาแบบนี้ บอกให้เคารพ เอื้อเฟื้อ ไม่ข่มขู่คุกคามคณะสงฆ์ด้วยการใช้กฎหมาย ที่ทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเค้าไปดำเนินการเนี่ยนะครับ ในทางกฎหมายเนี่ยเพราะมันมีการกล่าวหา หรือประจักษ์แจ้ง ว่าทำความผิดซึ่งหน้า หรือถูกกล่าวหาว่าทำผิดกฎหมาย เมื่อทำผิดกฎหมาย อย่าว่าแต่พระสงฆ์เลยพี่ แม้แต่พระมหากษัตริย์ ก็ยังต้องอยู่ใต้กฎหมาย เพราะฉะนั้นแค่ห่มเหลือง โกนหัวโล้น แล้วไม่ต้องรับผิดทางกฎหมายเนี่ย ก็เป็นข้อเรียกร้องที่มันเกินเลยไป อันนี้ผมพูดเลยกรณีดีเอสไอเนี่ย กำลังดำเนินการกับพระธัมมชโยเนี่ย จะเป็นประเด็นหลักในประเด็นนี้หรือไม่ ก็ลองดู เพราะเวลาเค้าไปดำเนินคดีเนี่ย ตามข้อกล่าวหา มันดำเนินการตามพยานหลักฐานครับ ถ้าเจ้าหน้าที่ใช้พยานหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อกลั่นแกล้งพระ อันนี้ก็จัดการกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอสิ หรือมาตรา 157 ครับ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบชัดเจน ดำเนินการเลยแต่นี่ไม่ใช่

 
ตอนที่เรื่องดำเนินการเข้าสู่ศาล จนต้องไปถอนเนี่ยนะครับ มันเนี่ยได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและเข้าสู่กระบวนการการไต่สวน ซักพยานหลักฐานกัน ไปนู่นแล้ว มันมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแล้ว เพียงแต่ว่าจะผิดหรือไม่ผิดนั่นก็ต้องรอคำพิพากษาของศาลเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่รัฐเนี่ย เค้าไปดำเนินการในการข่มขู่คุกคาม ถ้าดูให้ดีเนี่ยนะครับ ลองดูภาพตอนยืนอ่านแถลงการณ์ดูสิ ผมจะบอกว่ามีคนสองคนเนี่ย มีบทบาทสำคัญ คนหนึ่งคือนายแพทย์พรชัย พิญญพงษ์ ประธานองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ชัดเจนว่านั่นเป็นศิษย์ของวัดพระธรรมกาย คนที่มีหนวด              

 

 
ยุคล: ขวามือนะครับ

 

 
สนธิญาณ: คนนี้ชื่อนายสัมพันธ์ เสริมชีพ เป็นทนายของวัดพระธรรมกาย เป็นตัวแทนของพระธัมมชโยที่ไปชี้แจงกับดีเอสไอ กรณีเช็คและสหกรณ์คลองจั่น เป็นไงกับข้อเรียกร้องข้อสี่ หรือสัมพันธ์กันมั้ย กับที่มีการพูดการกล่าวกันว่า เรื่องนี้วัดพระธรรมกายช่วยดำเนินการจัดการ จะจริงหรือเท็จ ก็เป็นเรื่องที่ต้องดูกัน แต่การดำเนินการจัดการอย่างวันนี้เนี่ยนะครับใช้เงินนะ 10,000 รูป ถ้าต้องเสียค่าใช้จ่ายรูปละพันเนี่ย ก็ใช้เงินเยอะนะ เป็นสิบล้านนะ นึกออกมั้ยครับ หรือพระเมธีธรรมจารย์ บวชแล้วได้รับการถวายปัจจัย จากญาติโยมลูกศิษย์ลูกหาจนมีเงินเป็นสิบๆ ล้าน

 

 
ถ้ามีเงินเป็นสิบๆ ล้านก็ไม่ควรมาเป็นพระแล้วครับ สึกเอาเงินทองไปเสวยสุขอยู่ให้สุขสบายดีกว่า แต่ถ้ามีคนให้ ต้องติดตามดูว่าใครเป็นคนให้เงินนี้ ถามว่าวันนี้มีมั้ยครับ มีครับ มีพระท่านออกมาโพสต์ นี่โพสต์ด้วยความศรัทธานะ ว่าการที่ได้รับกิจนิมนต์ มาในวันนี้มาด้วยใจ เพราะฉะนั้นเงิน 500 บาทที่ได้รับการถวายเป็นปัจจัย จึงถวายคืนให้ท่านเจ้าคุณเมธีได้ไปใช้ดำเนินการต่อไป โพสต์ไม่ใช่จะโจมตีนะ เพราะท่านมาด้วยจิตใจบริสุทธิ์ มาด้วยใจ มาสนับสนุนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ให้เป็นสมเด็จพระสังฆราช อันนี้ปัจจัยท่านคลี่เป็นแบงค์ร้อยให้ดูด้วย สรุปว่านี่ปัจจัยไม่นับค่ารถค่ารา ค่าอยู่ หรืออื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้ ใช้เงิน เมื่อใช้เงินเนี่ยนะครับ ผมก็ตั้งข้อสงสัยว่าพระเนี่ยไปเอาเงินมาจากใคร หรือจากการชุมนุมก็ต้องมาดู และสองคนที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย เข้ามาเกี่ยวข้องทำไม         

 

 
ยุคล: คือฟังพี่ต้อยพูดเนี่ยนะครับ ก็คือคนดูต้องรู้สึกได้เลยว่า วันนี้พี่ต้อยต้องมาชำแหละ จะเรียกว่าโจมตีได้มั้ยพี่ต้อย 

 

 
สนธิญาณ: ผมไม่ได้โจมตี ผมไม่ได้กล่าวหาอะไรหรอก ผมพูดด้วยข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น

 

 
ยุคล: แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนออกมายกย่องนะว่า การชุมนุมของพระสงฆ์ในวันนี้เนี่ย เป็นการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบในฐานะที่เป็นพระฝ่ายประชาธิปไตย แล้วก็มีการโยงใยว่าเป็นพระสายไพร่พระสายอำมาตย์ ก็คือคุณจักรภพ เพ็ญแข ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางอินเตอร์เน็ตนะครับคุณผู้ชม คุณจักรภพ ว่าไว้แบบนี้นะครับ อันนี้สวนกับพี่ต้อยแน่นอน คนละฝั่งเลย    

 

 
สนธิญาณ: ไม่เป็นไร เพราะผมกับคุณจักรภพ คนละฝั่งอยู่แล้ว ไหนลองอ่านดูสิ๊

 

 
ยุคล: คุณจักรภพบอกแบบนี้ครับว่า ผมขออนุโมทนาบุญอย่างเต็มที่ต่อพระเถรานุเถระ อันได้แก่พระสงฆ์ทั้งหลายที่ท่านกำลังร่วมชุมนุมอยู่ในขณะนี้ ณ บริเวณพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ความชั่วร้ายอัปรีย์ของระบอบโบราณของไทยในขณะนี้ ได้เบียดเบียนทำลายได้แม้กระทั่ง ต่อผู้ทรงศีลทั่วประเทศไทย และในพุทธมณฑลแห่งโลก ความบิดเบือนในการตั้งพระภิกษุหนึ่งรูปขึ้นมาในตำแหน่งสกลสังฆปรินายก หรือสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังตั้งไม่ได้นั้น เป็นการต่อภาพความสามานย์ในระดับโครงสร้างของสังคมไทย ให้สมบูรณ์ ไม่เคยมียุคใดที่พระสงฆ์ผู้เจริญด้วยพรรษา และทรงสมณศักดิ์ในตำแหน่งสังฆราช จะถูกโจมตีใส่ความอย่างหนักหน่วงรุนแรง เพียงเพราะท่านคือพระรูปหนึ่งในระบอบมหานิกาย อันเป็นฐานะที่หลายคนใช้คำหยาบคายรุนแรงว่า เป็นระบอบสงฆ์ไพร่ ไม่ต่างอะไรจากคนเสื้อแดงและผู้เรียกร้องประชาธิปไตย       

 

 
สนธิญาณ: ระบบสงฆ์ไพร่

 

 


ยุคล: ระบอบสงฆ์ไพร่ บอกว่าไม่ต่างอะไรจากคนเสื้อแดงและผู้เรียกร้องประชาธิปไตย เลยถูกตีตราเป็นผู้เรียกร้องต้องการระบอบการปกครองอย่างไพร่ โยงไปนู่นนะครับ ซึ่งก็คือระบอบประชาธิปไตยที่สากลเขายอมรับนับถือ ทั้งหมดนี้จัดตั้งสังฆราชได้หรือไม่ได้ ดูจะไม่ใช่ประเด็นสำคัญอีกแล้ว ประเด็นสำคัญอยู่ที่การแบ่งแยกรัฐไทยอย่างจงใจ เจตนาออกเป็นสองซีก ได้แก่ซีกของเจ้าของอำนาจโบราณและขี้ข้าบริวาร และซีกของปวงชนชาวไทย ที่ไม่ได้กระหายใฝ่หาอำนาจอะไรกับใคร เพียงต้องการสิทธิทางชอบธรรมในทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ การร่างรัฐธรรมนูญให้ชาวบ้านอยู่ต่ำกว่าเจ้าเมืองแบบถาวร และการปฏิเสธให้ลูกชาวบ้านได้ขึ้นเป็นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช คือพฤติกรรมเดียวกันโดยแท้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่วันนี้เหล่าสงฆ์ต้องออกมาแสดงธรรม อันแก้วกล้า ทั้งในทางศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อสกัดกั้นไม่ให้อวิชชาของระบอบโบราณ ได้รับชัยชนะไปโดยอุบัติเหตุ รัฐของมนุษย์ใดก็ตามที่ทั้งเพศบรรพชิต และเพศคฤหัสถ์ ร่วมกันออกมาแสดงความขุ่นข้องหมองใจ ในความเป็นไปของรัฐ ก็ย่อมส่อแสดงว่า รัฐนั้นๆ กำลังจะเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ในขั้นพื้นฐาน เราขอน้อมกราบเบญจางคประดิษฐ์แด่พระเถรานุเถระ ผู้นำทางมาสู่ความเปลี่ยนแปลงระดับรัฐในครั้งนี้ ฟังดูแล้วมันจะลึกซึ้งสลับซับซ้อนน่าดู                       

 

 

สนธิญาณ: ลึกซึ้งหรือไม่ลึกซึ้งสลับซับซ้อนเนี่ยนะครับ ต้องกลับมาติดตามช่วงหน้า เพราะฉะนั้นก่อนที่จะชำแหละคณะสงฆ์เนี่ยนะครับ เดี๋ยวช่วงหน้าขอชำแหละความปัญญาอ่อนของจักรภพ เพ็ญแข ซะก่อน ผมเนี่ยเคยให้คำนิยามจักรภพไว้ว่า เป็นซ้ายปัญญาอ่อน ความจริงเป็นนักเรียนที่เรียนดีนะครับ จากสาธิตเกษตร ร่ำเรียนจบเมืองนอกเมืองนากลับมาเป็นข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ แต่นี่แหล่ะครับคือสิ่งที่เป็นปัญหาอย่างหนึ่งของสังคมไทย ก็คือการที่คิดว่าตัวเองเก่งกล้าสามารถ มีวิชาความรู้แล้วก็ใช้หลักวิชาการบ้าๆ บอๆ ตามตำราเนี่ย มาจับเอาสถานการณ์ต่างๆ ผูกโยง โดยขนาดการพิจารณาข้อเท็จจริงด้วยปัญญา มันจึงกลายเป็นซ้ายปัญญาอ่อน เหมือนกับเรื่องที่พยายามจะเอาเรื่องประชาธิปไตยมาจับกับการปกครองในคณะสงฆ์เนี่ย แต่ในความจริงครับท่านผู้ชม พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งประชาธิปไตย เดี๋ยวยังไงช่วงหน้ามั้ย           

 

 
ยุคล: ดีครับ ช่วงนี้ต้องพักเบรคกันก่อนนะครับ ช่วงหน้า มาดูพี่ต้อยก่อนจะชำแหละคณะสงฆ์ไทย มาชำแหละข้อความของคุณจักรภพกันก่อนนะครับ ซักครู่เดียวครับ  (พักช่วง)

สนธิญาณ : จักรภพ เพ็ญแข คือเรื่องที่โยงใยมาทางการเมือง ผมก็ถูกโจมตีบ่อยว่าพยายามเอาเรื่องศาสนามาโยงใยกับการเมือง นั่นก็คือเรื่องไปพูดเรื่องวัดพระธรรมกายซึ่งได้จัดมวลชนไปสนับสนุนรัฐบาลทักษิณ และทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่นให้วัดพระธรรมกายจัดเป็นที่ชุมนุมของบรรดากำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อประกาศสนับสนุนรัฐบาลทักษิณในขณะนั้น และนำไปสู่การถอนคดีของพระธัมมชโยด้วยการสั่งการของคุณทักษิณ วัดไปยังอัยการ สิ่งที่ผมเรียนไปทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่ได้เกิดขึ้น จะบอกว่าเป็นจะลากโยงเอาศาสนาไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไม่ใช่ครับ เพราะภาคปฏิบัติที่เกิดขึ้นระหว่างวัดกับคุณทักษิณเป็นความจริงที่ได้ปรากฏขึ้น ส่วนเรื่องที่คุณจักรภพพูดต้องเป็นแบบนี้ ผมเรียนย้ำว่านี่เป็นซ้ายปัญญาอ่อนจริง ๆ ต้องดูแบบนี้ การพยายามเอาเรื่องของการปกครองสงฆ์ไปโยงกับการเมืองแล้วมาพูดว่าระบบสงฆ์ไพร่ ความหมายที่คุณจักรภพพูดเรื่องระบบสงฆ์ไพร่ก็เพราะต้องการจะโยงใยให้เห็นว่าพระสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นพระในมหานิกาย คุณจักรภพก็เห็นว่าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์อยู่ในระบบสงฆ์ไพร่ คือมหานิกายเป็นสงฆ์ของไพร่ เหตุผลก็เนื่องจากว่าธรรมยุตนิกายได้ตั้งขึ้นด้วยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้ารัชกาลที่4 ก็เลยมาแยกมาแยะว่าพระธรรมยุตนิกายเป็นพระสายเจ้า พระมหานิกายซึ่งมีมาแต่ดั้งเดิมเป็นพระสายไพร่ ความจริงเหลวไหลโดยสิ้นเชิง การสืบเนื่องจากคณะสงฆ์เกิดปัญหาตั้งแต่สมัยเสียกรุง 2310 เสียกรุงครั้งที่2 พม่าทำลายประเทศจนแตกยับเยิน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะพระมหากษัตริย์ตั้งแต่พระเจ้าตากสินมหาราชจนต่อเนื่องมาถึงพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ก็ได้ทรงสถาปนาพระสงฆ์ขึ้นใหม่ พระสมณสงฆ์พระปกครองกี่รูปในยุคสมัยนั้นจบเห่หมด จากความวิบัติเสียหายจากบ้านเมืองจากการโจมตีของพม่า พระมหานิกายที่มีมาแต่เดิมพระมหากษัตริย์ได้ทรงสถาปนาและทำนุบำรุงมา ซึ่งมาถึงสมัยรัชกาลที่3 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4ได้ผนวชอยู่ในขณะนั้นเห็นว่าเกิดความเหลวแหลกในคณะสงฆ์ จึงตั้งธรรมยุตนิกายขึ้นเดินมาตามแนวทางแบบพระสงฆ์มอญ ซึ่งมีความเคร่งครัดในการปฏิบัติหรือธุดงค์วัด 13 ข้อ ซึ่งเข้มแข็งกว่าหรือต้องการที่จะให้เกิดการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เข้มแข็งและแข็งแรงต้องพูดแบบนี้ จักรภพมาบอกว่าอันนี้เป็นสงฆ์ไพร่อันนี้เป็นสงฆ์เจ้า ...ไม่...ล่ะครับแบบนี้ แล้วดูต่อไปนะครับว่าที่บอกว่าเมื่อเป็นสงฆ์ไพร่เพราะต้องการสกัดไม่ให้พระลูกชาวบ้านขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชที่ผ่านมาเป็นลูกชาวบ้านจาก จ.กาญจนบุรี เหมือนกัน เห็นการบิดเบือนไหมครับ

 

 

ยุคล : คือนี่แกมั่วมากเลยนะครับพี่ต้อย ฟังจากพี่ต้อยพูด

 

 

สนธิญาณ : มั่วบวก... เพราะเอาเรื่องแบบนี้มาโยงใยกับการเมืองไม่ใช่เอาข้อเท็จจริงมาพูด

 

 

ยุคล : คือพยายามโยงไปที่สถาบันให้ได้

 

 

สนธิญาณ : ก็เป็นแบบนี้แล้วไปดูต่อครับอันนี้ก็เป็นข้อเท็จจริงในระหว่างที่พระ จักรภพบอกว่าเป็นพระลูกชาวบ้านเป็นพระในระบบไพร่ นั่งรถเบนซ์ครองสมณศักดิ์ ถ้าไม่มีปัจจัยเหตุในการสะสมจะเป็นเงื่อนไขอะไรให้คนไปเที่ยวขุดคุ้น ผมเรียนนะครับว่าการสะสมรถเบนซ์เป็นการผิดหรือถูกแต่ไม่สมควรในฐานะของการเป็นพระอยู่แล้ว เกิดเหตุแล้วคนไปตามขุดคุ้น ถ้าท่านไม่สะสมท่านยึดมั่นตามหลักตามแนวทางคำสอนของพระพุทธศาสนาจะเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นไหม แล้วไปดูพระสายเจ้าที่จักรภพว่า ไปดูสิครับพระสายวัดป่าบิณฑบาตทุกเช้า ฉันมื้อเดียวในบาตรรวม ๆ ครองผ้า 3 ผืน ตามธุดงค์วัด ปฏิบัติรักษาพระพุทธศาสนามาดำรงตนในฐานะแห่งความเป็นพระและจะเห็นมาได้ตั้งแต่หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ซึ่งเป็นบูรพอาจารย์ของพระสายวัดป่า สายของธรรมยุตนิกาย สายที่เดินตามเส้นทางที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงบัญญัติขึ้น เพื่อให้คณะสงฆ์ไทยจะได้ยึดมั่นเดินตามแนวตามคำ สั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พระที่คุณจักรภพบอกว่าเป็นพระในระบบไพร่ขี่รถเบนซ์นอนห้องแอร์ห้องสมณศักดิ์ใหญ่โตโอ้โถง ไม่ได้หมายความว่าอีกฝั่งหนึ่งไม่มีนะครับ เดี๋ยวเราจะแจกแจงต่อไปว่าธรรมยุตและมหานิกายเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่จักรภพหยิบขึ้นมาบิดเบือนเห็นได้ชัดเจนว่ามีความแตกต่างในวัดปฏิบัติโดยสิ้นเชิง และพระมหานิกายดี ๆ ท่านเจ้าคุณประยุทธ์ ท่าน ว.วชิรเมธี และอีกหลาย ๆ ท่านยังไม่มีตำแหน่งยังเป็นพระหนุ่ม

 

 

ยุคล : เหมือนหลวงปู่ฯที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้ก็มหานิกายนะครับพี่ต้อย

 

 

สนธิญาณ : หลวงปู่พุทธอิสระที่บอกว่าต้องการล้มการปกครองสงฆ์ก็สายเดียวกับมหานิกายเป็นพระในระบบไพร่เหมือนกัน เดี๋ยวจะกลายเป็นปัญหาหรือเปล่าไพร่จะเล่นงานไพร่ คือสรุปนะครับ ว่านี่...ครับ

 

 

ยุคล : แล้วมีการตอกย้ำว่ามีการเมืองมายุ่งเกี่ยวกับพระสงฆ์จริง

 

 

สนธิญาณ : ก็พยายามจะโยงมา คือ...เอาทุกเรื่องมาอธิบายตามทฤษฎี...ของตัวเอง ด้วยความที่ตัวเองรู้สึกตื่นเต้นได้เป็นซ้ายยุคใหม่ได้ไปศึกษาคู่ความขัดแย้งของสังคมไทย

 

 

ยุคล : นี่...ไปแล้วนะครับพี่ต้อย

 

 

สนธิญาณ : ผมไม่ได้พูดหยาบแต่สมควรที่จะพูดแบบนั้น มาดูต่อสิครับว่าสิ่งที่ผมได้เรียนวันนี้ว่าเราต้องชำแหละคณะสงฆ์ไทย เราต้องเดินหน้านี่เป็นหลักสำคัญ เพราะพระกลุ่มนี้พระคณะนี้หลงตัวเอง เป็นพระยังมีความหลงตัวเองยังมีอัตตาสูงขนาดนี้ ผมก็ต้องมีความสงสัยในสถานะความเป็นพระ

 

 

ยุคล : คือถ้าฟังอย่างเหตุผล ของพระเมธีธรรมาจารย์เขาอ้างตัวเองเป็นองค์กรภาคีพุทธบริษัท4 ที่มีหน้าที่ปกป้องพระพุทธศาสนา เขาถึงตั้งเป็นหัวข้อว่าสกัดแผนล้มล้างการปกครองคณะสงฆ์ไทย คือบอกว่าคุณไพบูลย์ก็ดี พระพุทธอิสระก็ดี นี่เป็นอุปสรรคที่กำลังจะมาล้มล้าง พระเมธีธรรมาจารย์ก็เลยทำหน้าที่ของพุทธบริษัท4 ต้องปกป้องพระพุทธศาสนาเขาเชื่อกันแบบนี้

 

 

สนธิญาณ : พุทธบริษัท4 หัวข้อที่เขาตั้งที่บอกว่าเขาจะล้มล้างคณะสงฆ์ไม่ได้บอกว่าจะล้มล้างพระพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นคณะสงฆ์ไม่ได้พระพุทธศาสนา มาดูกันครับ ว่าวันนี้เราจะต้องช่วยคิดอ่านในการล้มคณะสงฆ์

 

 

ยุคล : ไม่ใช่ล้มพระพุทธศาสนา

 

 

สนธิญาณ : แต่คนไทยจะช่วยคิดอ่านในการล้มคณะสงฆ์ ด้วยการปฏิรูปคณะสงฆ์เสียใหม่ ปล่อยให้เหลวแหลกแบบนี้ไม่ได้ผมว่าเราต้องมาดูสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ก่อนปรินิพาน คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาทั้งหลายทั้งปวง จะเป็นผู้ที่จะรักษาพระพุทธศาสนาไว้ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะรักษาศาสนาไม่ได้หมายถึงพระสงฆ์เพียงอย่างเดียว เป็นหน้าที่ของพุทธบริษัท4 เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นหน้าที่ของพุทธบริษัท4ก็ต้องเป็นหน้าที่ของเราท่านทั้งหลายด้วย แต่ไม่ใช่เราก็ไปขุ่นมัวตาม ผมพูดหน้าตาน้ำเสียงแบบนี้ไม่ได้มีความขุ่นมัว พุทธบริษัท4ที่ว่าต้องมีดังนี้

 

 

ยุคล : 1.ต้องเป็นผู้มีความรู้เข้าใจหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ดีและประพฤติ และประพฤติปฏิบัติได้ถูกต้องตามคำสอน 2.นอกจากรู้เข้าใจเอง และปฏิบัติได้ดีแล้ว  ยังสามารถบอกกล่าวแนะนำสั่งสอนผู้อื่นได้ด้วย 3. เมื่อมีปรัปวาทเกิดขึ้น คือ คำจ้วงจาบสอนคลาดเคลื่อนผิดเพี้ยนจากพระธรรมวินัย ก็สามารถชี้แจงแก้ไขได้ด้วย

 

 

สนธิญาณ : พระพุทธดำรัสนี้ก็เป็นเสมือนพระพุทธเจ้าได้ตอกย้ำเอาไว้ชัดเจนว่าการจะรักษาพระพุทธศาสนาอยู่ที่พุทธบริษัท4 และภายใต้เงื่อนไขนี้ ผมถามเถอะครับ ร่ำเรียนมาเป็นพระมหา มีสถานะเป็นเจ้าคุณ พระเมธีธรรมาจารย์นะครับ เอาแค่ตามข้อ2 เรียงมาตามลำดับแต่ละข้อ พระต้องเป็นผู้รู้เข้าใจเอง และปฏิบัติได้ดีแล้ว  ยังสามารถบอกกล่าวแนะนำสั่งสอนผู้อื่นได้ด้วย เข้าเค้าไหมครับ พระพุทธเจ้าสอนว่าพระองค์ท่านพระสูติมาในวรรณะกษัตริย์ พระราชบิดากังวลกับคำทำนายว่าเจ้าชายสิทธัตถะจะไปข้างไหน ถ้าเป็นกษัตริย์จะเป็นจักรพรรดิ ถ้าเป็นพระจะเป็นมหาศาสนาดาเอกของโลก พระเจ้าสุทโธทนะไม่อยากให้พระราชโอรสเป็นพระเลยพยายามส่งเสริมสนับสนุนทุกวิถีทางที่จะให้เจ้าชายมีความสุขสบายในรูปรสกลิ่นเสียงทุกประการ จนถึงขั้นแต่งงานมีพระราชโอรส พระราหุล แต่ท้ายสุดพระองค์ท่านก็ละวางจากทั้งสิ้นทั้งปวง อำนาจวาสนาที่มีทรัพย์สินทั้งหลายที่มี ลูกเมียที่มีออกบวชสละหมด เป็นหลักการเบื้องต้นเป็นพื้นฐาน นี่มาบวชจะมาเรียกร้องเอาตำแหน่ง จะมาชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องให้อาจารย์พรรคพวกตัวเองได้รับตำแหน่งเป็นเรื่องที่สวนทางกันไหมครับ มาดูสิครับใช้แหล่งเรียนรู้มหาวิทยาลัยสงฆ์เรียนรู้ไต่เต้าขึ้นมาเพื่อจะได้ตำแหน่งทางสงฆ์ดี ๆ มีชื่อเสียง แล้วมียศถาบรรดาศักดิ์ในทางสงฆ์ก็ติดตามมา ถามว่าสิ่งที่พยายามทำอยู่เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าไหม เอาแค่เบื้องต้นก่อนว่าตอนที่พระพุทธเจ้าออกบวชว่าเป้นอย่างไร พระองค์ท่านออกบวชแล้วได้ไปเรียนรู้ไหมครับว่าพระองค์ท่านใช้ธรรมข้อไหนในการที่จะบรรลุธรรมตรัสรู้เป็นสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ใช้ความรู้ปฏิบัติที่เรียกว่าสติปัฏฐาน4  คนที่อยู่ในสติปัฏฐาน4 แปลตามความหมายก็คือมีสติอยู่ตลอดเวลากับกายใจ ความรู้สึกและความนึกคิด ไม่มีทางที่จะมาแสดงกิริยาหยาบคายถ่อยและเถื่อนสถุนด้วยในสิ่งที่แสดงออกในวันนี้ นี่ไม่มีความเป็นพระไม่มีหลักการเบื้องต้นในการที่จะเดินไปแห่งการเป็นพุทธะ ถ้าไม่มีก็จะนับถือว่าเป็นพระกราบไหว้ว่าเป็นพระ นี่ต้องทำให้เกิดความรู้สึกอิหลักอิเหลื่อนอยู่ ก็เพราะคำสอนของพะพุทธศาสนา สติมาปัญญาเกิด ศีลจะเกิดมาต้องรักษาด้วยสติ เป็นอย่างอื่นไม่ได้เพราะสติเป็นสิ่งที่กลั่นกรองอารมณ์ทั้งหลายที่จะไปครองจิตอันบริสุทธิ์อันถ่องแท้อยู่ ผู้ที่ฝึกสติอยู่เสมอจะมีจิตอันร่มเย็นและมีสติอยู่เสมอ พระพุทธศาสนาต้องอยู่ภายใต้พรหมวิหาร4 เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา จะเรียกว่าสอนพระก็คงไม่กล้าแต่ผมคิดว่าที่นุ่งเหลืองห่มเหลืองนี่ไม่ใช่พระ เรียกว่าสอนพระไม่ได้เพราะผู้ที่สอนผมเป็นพระสอนผมให้มีชีวิตใหม่แห่งการละวางเส้นทางแห่งการตระหนักรู้ถึงมรณะสติชีวิตจะมีความตายอยู่ในวันข้างหน้า ครูบาอาจารย์ไม่สอนหรอกครับ แต่สอนผมสอนให้เมตตาทั้งหลาย แต่การละวางนั้นการควรจะทำและพึงจะทำ และผมคิดว่าในฐานะที่จะต้องรักษาพระพุทธศาสนา ก็ทำในฐานะพุทธบริษัท4 เพราะฉะนั้นถ้าข้อ1ยังไม่ได้ยังไม่เข้าใจว่าสติปัฏฐาน4คืออะไร ยังไม่เข้าใจระบบกลไกของกรรมว่าเป็นอย่างไรนี่คงไม่เป็นพระ กลไกของกรรมเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือการก้าวล่วงข้ามให้พ้นกฎแห่งกรรมนั่นก็คือพาจิตไปสู่สภาวะนิพพานไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารซึ่งเป็นกลไกแห่งกรรมทั้งหมด ใครจะได้ตำแหน่งหรือไม่ได้ตำแหน่งอะไรนั่นเป็นผลมาจากเหตุและกรรมที่ผู้นั้นได้ทำมาทั้งสิ้น ใครจะถูกหรือไม่ถูกดำเนินคดี จะเป็นพระหรือฆราวาสแบบเรา ๆ ก็ตามแต่ล้วนต้องได้รับผลแห่งกรรมนั้นทั้งสิ้น พระรูปใดที่ออกมาพูดว่าไม่มีความยุติธรรมในโลกนั่นไม่ใช่พระในพระพุทธศาสนา พวกนี้เป็นแค่นุ่งเหลืองห่มเหลืองหัวโล้น เพราะกฎแห่งกรรมคือกฎแห่งความยุติธรรม ผลใด ๆ ที่เกิดขึ้นล้วนมาแต่เหตุที่ผู้นั้นได้กระทำขึ้น กฎแห่งกรรมกำหนดชัดเจน กรรมถ้าไม่ใช้กันในชาตินี้ก็ต้องใช้กันในชาติหน้าหรือชาติต่อ ๆ ไป สิ่งที่เราคิดว่าเราไม่ได้ทำในชาตินี้ทำไมต้องรับผลในชาตินี้ ทำไมถึงเกิดความอยุติธรรมแบบนี้ พระพุทธศาสนาไม่มีอะไรอยุติธรรม ทุกอย่างเป็นยุติธรรมที่ระบบกรรมได้จัดสรรทั้งสิ้น ให้เราเข้าใจในกฎอันนี้ถึงจะทำให้เกิดความที่จะละวางละทิ้ง ก็เพื่อที่จะทำให้ใจสงบเย็นนิ่งใจไม่ต้องมารบกวนด้วยรูป รส กลิ่น เสียง ที่เข้ามากระแทรกจิตเราผ่านหูตาจมูกลิ้นกายใจอยู่ตลอกเวลา จะเป็นพระ ฆราวาสอะไรก็ตามแต่ ถ้าไม่ตระหนักสิ่งเหล่านี้ด้วยใช้สติกำกับจะถือว่าเป็นพระในพระพุทธศาสนาได้อย่างไร จะมาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาได้อย่างไร คุณรู้จักแต่จะต่อสู้ช่วงชิงร่ำเรียน เพิ่มยศภาบรรดาศักดิ์ปกครอง ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลวไหล พระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบท่านไม่อยากจะมายุ่งเรื่องเหล่านี้ แต่ด้วยความที่มาบวชก็ไม่ได้เป็นพระอริยะเจ้าทั้งหมด เพราะยังมีกิเลส โลภโมโทสันเหมือนบุคคลธรรมดา ฉะนั้นจึงมีการปกครอง แต่เราเห็นได้ว่าใครขวนขวายอยากจะได้ตำแหน่ง เราก็ต้องดูว่าใครปฏิบัติตอนคำสอนของพระพุทธศาสนา

 

 

ยุคล : โอเคครับฟังที่พี่ต้อยพูดมาทั้งหมด พระเมธีธรรมาจารย์หรือพระที่ออกมาเคลื่อนไหวในวันนี้แทบจะขาดจากความเป้นพระเป็นโล้นห่มเหลือง แต่ที่พี่ต้อยส่งสารในวันนี้คือการกวาดล้างหรือปัดกวาดคณะสงฆ์สักทีหนึ่ง เดี๋ยวช่วงหน้าพี่ต้อยจะมาขยายความว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร และอยู่กันอย่างไร ทำไมต้องปัดกวาดทำไมต้องปฏิรูปแล้วจะมีรูปธรรม และให้ท่านผู้ชมร่วมกันปัดกวาดในฐานะที่เป็นพุทธบริษัท4 ช่วงนี้พัดกันก่อนครู่เดียวครับ (พักช่วง)  ก่อนที่จะไปปัดหวากคณะสงฆ์หรือใช้คำที่สร้างสรรค์หน่อยคือการปฏิรูปที่ว่ากัน คุณผู้ชมก็เป็นส่วนหนึ่งในฐานะที่เป็นพุทธบริษัท4 สามารถที่จะเสนอแนะเข้ามาว่าเราควรช่วยกันปัดกวาดหรือช่วยคณะสงฆ์ของประเทศไทยอย่างไรบ้าง วันนี้เราติดตามสถานการณ์การชุมนุมมาตั้งแต่ต้นรวมถึงสถานการณ์ที่บานปลายมีพระกับทหารกระทบกระทั่งกันจนล่าสุดทีมข่าวของเราก็คงอยู่ในพื้นที่ เรียกว่าเปิดสถานการณ์มาหนักหนาสาหัสขนาดไหนวันนี้ก็ต้องอยู่จนจบ นี่เป็นภาพบรรยากาศล่าสุดที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ทางพระสงฆ์รวมไปถึงฆราวาสที่มาชุมนุมกันตั้งแต่ช่วงบ่าย ก็ทยอยเดินทางกลับเป็นที่เรียบร้อย นี่เป็นภาพสด ๆ ถ่ายจากบริเวณสะพานลอยด้านหน้าของพุทธมณฑล มีทั้งที่โดยสารจากรถบัสที่รับส่งมาตามวัดต่าง ๆ รถสองแถวก็มีตามทีมงานที่แจ้งกันเข้ามา ก็แยกย้ายกันหมดแล้วครับตอนนี้ มีรถบัสอย่างดี

สนธิญาณ : (หัวเราะ) คือเอาเงินมาจากไหน ถ้าเป็นลูกศิษย์ก็รับเคลื่อนขบวนเข้าไป อาจจะลูกศิษย์ถวายมาให้แต่การมาถวายให้พระมาประท้วง ผมไม่รู้ว่าคนที่ถวายเงินจะได้บุญหรือบาปนะครับ เพราะว่าแหล่งของบุญอันสำคัญ

 

 

ยุคล : ขนอะไรไม่รู้เป็นกล่องเป็นลังเป็นถุง

 

 

สนธิญาณ : ฉะนั้นดูสิครับ ลำบากนะครับคนนิมนต์พระมาให้ลำบาก

 

 

ยุคล : นี่ก็เป็นภาพปิดท้ายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าพูดถึงแก่นของเรื่องนี้ยังมีต้องให้ชำระอีกเยอะ เรื่องของการปัดกวาดหรือปฏิรูป เรายังทำได้หรือทำให้เป็นจริงได้หรือครับ ที่เป้นจริงเป็นจัง คุณผู้ชมก็จะถามเข้ามาเยอะมากว่าแล้วจะทำอย่างไรให้สำเร็จ เราจะเห็นพระธัมมชโยในปี 42 และในปี 49ก็ถอนฟ้อง แล้วเหลือนัดอีก 2 นัดแต่อัยการก็ยังถอนฟ้องได้ วันนี้มีทั้งคดีเยอะแยะทั้งสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น และอัยการสูงสุดเตรียมจะรื้อคดีในอดีต และเรื่องพระสมเด็จพระสังฆราชมีพระบัญชาหรือพระลิขิตมาเป็นที่เรียบร้อย พระธัมมชโยก็ยังเป็นพระอยู่และไม่รู้ว่าท้ายสุดจะถูกดำเนินคดีถึงศาลต้องมี่คำพิพากษาถึงที่สุดหรือเปล่า วันนี้จะปฏิรูปอย่างไรยังเป็นความหวังอยู่เลยครับ

 

 

สนธิญาณ : ผมคิดว่าสิ่งที่จะต้องกลับมาสู่เรื่องการปฏิรูปเป็นเรื่องแรกผมเสนออันนี้ดูท่าว่าพระทั้งประเทศจะสาปแช่งผมเอาได้ ผมคิดว่าจะต้องยุบมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง เงียบไหมครับ

 

 

ยุคล : เงียบครับ เพราะว่าไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ ไม่รู้ว่าเป็นข้อเสนอแบบเพ้อเจ้อหรือเปล่าครับพี่ต้อยใครจะไปทำได้

 

 

สนธิญาณ : ผมก็อยากให้ท่านผู้ชมได้พิจารณาแบบนี้ มหาวิทยาลัยสงฆ์เขาก็แยกเป็นสองสายเหมือนกันคือธรรมยุตนิกายและมหานิกาย จุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย กับมหามงกุฎมหาราชวิทยาลัย สถาบันสงฆ์ทั้งสองแห่งในวันนี้ ก็อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายการศึกษาจึงจำเป็นจะต้องออกนอกระบบ ปรากฏว่ามหาวิทยาลัยสงฆ์แทนจะมุ่งเน้นสอนพระให้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ การเป็นเรื่องสอนวิชาความรู้ให้พระมุ่งขวนขวายในการที่จะได้ดิบได้ดีไปทางนี้จริง ๆ เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยสงฆ์สองแห่งแตกคณะเยอะแยะ ปริญญาตรี โท เอก มาแข่งกับเรื่องทางโลก พระที่มาร่ำเรียนดูได้เรียนจบเปรียญ3 5 9 อะไรก็ตามแต่ ส่วนหนึ่งก็มาบวชเรียนใช้มหาวิทยาลัยสงฆ์เป็นที่ไต่เต้าขึ้นมาเพราะใช้สถานะของความเป็นพระ เณร ชาวบ้านเอาข้าวให้กิน ร่ำเรียนจบก็สึกไปทำมาหากิน ดีหน่อยถ้าคำสอนของพระพุทธองค์ทรงสถิตอยู่ในใจของคนเหล่านี้ก็กลายเป็นคนดีไม่มีปัญหาต่อบ้านเมือง แต่ประเภทที่ร่ำเรียนแล้วไม่สึกใช้สถานะของความเป็นพระก็เห็นได้โดยทั่วไป ผมในสิ่งที่รู้สึกผมเล่าให้ฟังนะครับไม่ได้อะไรหรอกครับ ผมเล่าให้ฟังเรื่องตัวเองปกติไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เวลาตัวเองไปทำอะไรไว้ บ้านผมไม่เอ่ยชื่อวัดนะครับ บ้านผมอยู่ติดกำแพงวัดเป็นวัดหลวง เป็นวัดในธรรมยุตนิกายเจ้าอาวาสแต่ละรูปในวัดปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาจนถึงองค์ปัจจุบัน แต่หลังจากที่วัดแห่งนี้มีเมรุ คือมีที่เผาศพขึ้นมา พระในวัดก็แบ่งออกเป็น 3-4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มก็จะมีเครื่องอัฐบริขาร มีเครื่องไฟ มีม่าน แบ่งกันเป็นกลุ่ม ๆ ใครมานิมนต์ให้ไปสวดศพก็ต้องนิมนต์ในเครือข่ายของพวกฉันเท่านั้น และต้องใช้เครื่องไฟอุปกรณ์ของฉันเท่านั้น ก็จากวัดเคลื่อนเข้าไปท้ายวัดมาเป็นชุดขายเป็นแพ็กเกจ เพื่อนผมทำมาหากินลำบากเลยไปบวช ไม่ได้ปฏิบัติเลวอะไรนะครับ ไปปฏิบัติดีไม่ได้ทำชั่วเสียหายอะไร แต่ได้เงินจากค่าสวดศพเลี้ยงดูครอบครัวได้ชาวบ้านถวายเอง แบ่งแยกเป็นกลุ่มก้อนแบบนี้ ผมก็เมื่อก่อนเล่าให้ฟังก่อนชำระตัวเองให้ฟัง เรียนได้ว่าในชีวิตนี้ไม่เคยทำความชั่วอะไรผมไม่เคยนับถือศาสนามาก่อนหน้านี้จนไปเจอไปบวชไปกราบครูบาอจารย์หลวงตาสมหมาย ตมโน ในวัดป่าสันติกาวาส พระครูเมตตากิติคุณซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงปู่บุญจันทร์ กมโล ท่านก็บวชเรียนขัดเกลาอบรมสั่งสอนตามมาชี้แนะดุว่าอะไรก็ตามแต่เพื่อที่จะให้ลูกศิษย์ได้เดินไปบนหนทางคำสอนของพระพุทธศาสนา ผมก็เลยไปคิดจะสร้างสถานปฏิบัติธรรมที่บ้านเดิมของผมที่ จ.นครศรีธรรมราช ญาติพี่น้องผมก็บอกว่าจะสร้างทำไม ก็ไปสร้างสถานปฏิบัติธรรมในวัดข้างบ้านเลย คนจะได้ปฏิบัติ พระปฏิบัติ ผมก็บอกว่าจะมาปฏิบัติอะไรชาวบ้านก็ส่ายหัวกันทั้งวัดแล้ว พระแบ่งกันเป็นกลุ่มแบบนี้ ก็เลยต้องไปจัดหาที่ดินไปทำเองและต้องนิมนต์ครูบาอาจารย์จากอีสานไปอยู่เพื่อจะได้สอนธรรมให้เห็นกับพี่น้องที่ จ.นครศรีธรรมราช ใช้การปฏิบัติเป็นหลักธรรม หยิบมาพูดอันนี้ถึงจะเห็นชัดว่าการปฏิรูปสิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องไปขจัดต้นตอของกิเลสในวงการพระที่สะสมให้พระเกิดกิเลสมาเสียก่อน พระที่มาเหล่านี้เติบโตขึ้นจากสถาบันสองสถาบันนี้ ย้อนกลับไปสิครับในอดีตที่ยังไม่ให้สงฆ์มาร่ำเรียนในทางโลก แม้จะตั้งมหาวิทยาลัยสงฆ์ขึ้นมา อาจารย์ท่านสอนมาในแต่ละรูป แต่ละองค์ แต่ละสำนักล้วนสอนพระให้เดินไปสู่หนทางแห่งการละวางทั้งสิ้น เป็นอย่างไรครับข้อเสนอแรกพอใช้ได้ไหมครับ

 

 

ยุคล : ยุบไม่ปฏิรูปไม่ปรับ

 

 

สนธิญาณ : ก็ยกเลิกถ้าจะสอนก็ให้สอนตามพระธรรมวินัยเท่านั้น ไม่ต้องเป็นพระมหา ไม่ต้องเป็นอะไรไม่ต้องมาตั้งสมมติทั้งหลายที่เกิดขึ้น ในสมัยพระพุทธเจ้านะครับ

 

 

ยุคล : ถ้าเป็นสังคมบ้านนอกแบบบ้านผม เด็กที่ไม่มีโอกาส เด็กที่ไม่มีทุนการศึกษาพ่อแม่ก็จะมาให้บวชเรียนศึกษาเล่าเรียน เป็นความเชื่อเป็นความเข้าใจและเขามองว่าเป็นเรื่องดีนะครับ เรียนจบมาเป็นครูบาอาจาารย์จบมาเป็นอาชีพ มีโอกาสไปข้างหน้า

 

 

สนธิญาณ : นั่นอดีตไม่มีเงินก็ไปเรียนได้ อย่างที่ผมบอกว่าเรียนแล้วมาสึกก็ยังดีเป็นคนดีในสังคม แต่ที่ยังบวชอยู่เป็นพระแทนที่จะขวนขวายหาหนทางหลุดพ้น กลับขวนขวายหาตำแหน่งแบบนี้ใช้ไม่ได้อยู่แล้ว เป็นแหล่งบ่มเพาะ เพราะฉะนั้นควรปฏิรูปการศึกษาของพระเสียใหม่ ไม่ใช่เป็นพระมหาแล้วกลายมาเป็นผู้ทรงความรู้ เป็นพระอันทรงคุณพิเศษ พระตามบ้านนอกไม่ต้องเป็นมหาไม่ต้องมีหลักธรรมอะไร เพียงท่านปฏิบัติธุดงค์วัด13 ข้อ ครองตนอยู่ด้วยความสมถะดูแลสติของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทั้งกาย ใจ เวทนา ทั้งความคิดความรู้สึกทั้งหลาย นี่เป็นพระที่ควรกราบไหว้ ไม่ช้าไม่นานจิตของท่านก็จะนำไปสู่อริยะสงฆ์ บวชเรียนเพื่อเป็นอริยะสงฆ์ไม่ใช่เป็นพระครู พระชั้นราช ชั้นเทพ ในสมัยของพระพุทธองค์ไม่มีหรอก มีแต่พระผู้เป็นเลิศทางด้านนั้น ๆ พระสารีบุตรอัครสาวกด้านขวาเป็นเลิศทางด้านปัญญา พระโมคลานะเป็นเลิศทางด้านฤทธิ์ เป็นไปตามคุณสมบัติของพระแต่ละรูปที่มีความถนัด ความถนัดนั้นเป็นความถนัดที่เป็นวาสนาเก่าแก่ของแต่ละรูปที่ติดตามเพื่อใช้ในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา แต่วันนี้เป็นอย่างไรครับ เป็นมหาแล้วเป็นอย่างไรครับ ผมไม่ได้หมายความว่าเป็นมหาแล้วไม่ดีนะครับ หลวงตามหาบัวก็เป็นมหานะครับ ท่าน ว. ท่านก็เป็นมหา แต่ดูสิครับที่ผมบอกว่าแต่ถ้าระบบการเรียนกลับข้างเสียใหม่ วัดปทุมวนาราม พระสมัยก่อนก็มีการเรียนนะครับแต่เรียนทั้งสิ้นเพื่อนำพาไปสู่การหลุดพ้นจากกฎแห่งวัฏสงสาร วัดปทุมวนารามก็ถือว่าเป็นแหล่งแห่งการเรียนมีสำนักนู่นนี่ในวัด การเรียนก็มุ่งเน้นไปสู่พระธรรมวินัยซึ่งนำไปสู่โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ คือมรรคมีองค์8 เป็นตัวนำ เพื่อที่จะนำพาไปสู่การหลุดพ้น นี่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยก็ต้องเริ่มหาเงิน ผมบอกว่าพูดเรื่องนี้กระทบหลวงพ่อปัญญาก็เป็นพระมหานิกาย ท่านก็ไปทำนุบำรุงรักษาสร้างนู่นนี่ไว้ที่จุฬาลงกรณ์มหาราชวิทยาลัย วันเฉลิมเราก็ไปเรียนดร.อยู่ที่นั่น ก็นี่ไงครับก็ยังดีว่าคุณวันเฉลิมไปเรียน ยังมีให้ไปปฏิบัติธรรม ผมอนุโมทนาสาธุไป แต่ความจริงมหาวิทยาลัยเพื่อให้เอกชนไปเรียน เพื่อให้ฆราวาสไปเรียน ทำไมครับ มหาวิทยาลัยสงฆ์ก็เรียนแต่สงฆ์สิครับ ทำไปเรียนปริญญาเอก โท และสงฆ์ก็ไปเรียนด้วย

 

 

ยุคล : ตอนนี้ไม่เป็นสงฆ์ก็เรียนได้ถูกไหมครับ

 

 

สนธิญาณ : ถูกครับ สงฆ์ก็ไปเรียนเรื่องทางโลกได้ด้วยนะ ผมถึงบอกว่าต้องกลับมาปฏิรูปกันใหม่ ต้องกลับมาพูดกันตั้งแต่ระบบการศึกษาใหม่ไปดูเณรน้อย ไปดูพระบวชใหม่ ผมต้องพูดตามประสบการณ์ที่เห็นตามแถวภาคอีสานเป็นคนใต้จริงนะครับ ไปร่วมบุญกับครูบาอาจารย์ เล่าบางเรื่องให้ฟังวันหนึ่งที่ไปบวชตอนไปบวชอย่าลืมนะครับว่าผมยังไม่รู้จักพระพุทธศาสนา ผมไปบวชผมเริ่มด้วยปัจจัยแห่งเหตุความทุกข์

 

 

ยุคล : ตอนนั้นมืดขนาดนั้นเลยหรือครับ

 

 

สนธิญาณ : บอกแล้วว่าไม่มีความชั่วที่เคยทำ แต่ผมไปบวชตอนอายุ 40 ปีนะครับ ผมไปบวชปี 2540 ทำไมไปบวชล่ะครับ ก็ผมทำธุรกิจเจ๊ง ไม่เห็นทุกข์ไม่เห็นธรรมเจ๊งจริง ๆ หมดตัวทุกสิ่งทุกอย่าง เลยซมซานไปบวช แต่หลวงตาท่านไม่บวชให้ท่านบอกไม่บวชแก้บน แต่ท่านก็ใช้เวลาพิจารณาซึ่งท่านก็เห็นว่าผมมีแสงสว่างมีบุญอยู่ที่ปลายทางอยู่บ้าง เล็ก ๆ น้อย ๆ ท่านจึงบวชให้ แต่ระหว่างบวชวันนั้น 2 รูป ในอีสานถ้าจะบวชจะต้องเป็นปะขาวคือต้องโกนผม ถือศีล10 นุ่งขาวห่มขาว อยู่ปฏิบัติจนท่านแน่ใจว่ากุลบุตรผู้นี้มีความพร้อมที่จะบวช ใจน้อมนำไปสู่พระพุทธศาสนาถึงจะได้บวช นี่ผมจึงบอกว่าต้องปฏิรูปต้องมาชะแหละตรงนี้ก่อน บวชเสร็จก็คนยังโอหัง ไปบวชก็ยังรู้สึกทุกข์ โอหังคืออะไรครับ โอหังเศรษฐีมาบวช ผมเป็นเศรษฐีตกยาก ผมคิดว่าผมเหนือกว่าชนชั้นลูกชาวบ้าน เขามาบวชพร้อมผมผมก็หยิ่งยโส ก่อนจะไปบวชเลวเต็มคราบมา กินเหล้าเมายามาสารพัด ปรากฏว่าคือรู้สึกว่ามองท่านแล้วแบบท่านไม่ค่อยรู้เรื่อง ลูกชาวบ้านนะครับ ผมสติปัญญาดี เป็นผู้นำนักศึกษา ผมเป็นนักธุรกิจประสบความสำเร็จแต่จะเจ๊งไม่ใช่ความผิดผมนะเป็นเพราะ พล.อ.ชวลิตไปลดค่าเงินบาทนึกแบบนั้นครับตอนนั้น นี่ต้องกราบอนุโมทนาสาธุทุกวันนี้ท่านบวชจนเป็นพระอาจารย์แล้วมีลูกศิษย์เต็มบ้านเต็มเมือง นั่นลูกชาวบ้านกุลบุตรชาวบ้านนี่คือระบบการศึกษาระบบที่แท้จริงของพระพุทธศาสนา เรียนอยู่กับการปฏิบัติอยู่กับลมหายใจสิ่งที่เรียกว่ากาย เวทนา จิตธรรม นี่คือสิ่งที่ต้องนำพาไปสู่การปฏิรูปจึงต้องกลับไปที่ระบบของการสื่อสาร ผมบวชไม่ได้หรอกครับแต่วันหนึ่งก็ทำให้เกิดสิ่งที่เชื่อได้ว่าโลกนี้ โลกหน้ามี ชีวิตหลังความตายมี บาปบุญมี

 

 

ยุคล : ความเชื่อ 40 ปี ที่ผ่านมาเปลี่ยนไปหมดเรื่องศาสนา

 

 

สนธิญาณ : ก็ต้องไปถามดูคนใกล้ตัวผมก็ดูท่าทางเหมือนนิสัยไม่ใช่คนดีนัก ผมเป็นนักเลงผมเป็นคนไม่กลัวใคร ผมก็ว่าไปตามเรื่องตามราวชีวิตผมดิ้นรนมา ร่ำเรียนดิ้นรนพาตัวเองมาไม่นึกถึงคุณธรรมอะไร มีคุณธรรมหน่อยตอนเป็นคอมมิวนิสต์แต่ไม่ได้คิดเรื่องบาปบุญ ทีนี้เราก็ต้องมาดูระบบการศึกษา ในคณะสงฆ์เขาจะแยกเป็นสองเรื่องคือสมณศักดิ์และตำแหน่งการปกครอง ถ้าเป็นตำรวจยศคือสมณศักดิ์ เป็นพระธรรมดา พระครู แล้วเริ่มเป็นท่านเจ้าคุณ แล้วเป็นเจ้าคุณชั้นราช พอได้ลูกศิษย์ก็เฉลิมฉลอง เป็นชั้นเทพ ชั้นธรรมไม่ต้องพูด หลังจากนั้นก็จะขึ้นเป็นพระราชาคณะ ชั้นเทพ ชั้นธรรม แล้วครองสมเด็จแล้วขึ้นสู่สมเด็จ ฉะนั้นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสมเด็จก็มีอยู่ 8 รูป หลังจากนั้นทางด้านของสิ่งที่เราเรียกว่ายศสมณศักดิ์ ส่วนทางด้านการปกครองก็จะมีสมเด็จพระสังฆราชแล้วจากนั้นก็เป็นเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล และเจ้าอาวาส เป็นตำแหน่งหนึ่ง

 

 

ยุคล : ที่มีการไต่เต้าขึ้นไป

 

 

สนธิญาณ : เป็นทั้งเจ้าอาวาสและจากเจ้าอาวาสที่ทำจนได้รับอำนาจการปกครองจากคณะสงฆ์ก็จะเป็นเจ้าคณะตำบล ก็ยังเป็นเจ้าอาวาสตัวเอง แต่ไปปกครองเจ้าอาวาสวัดอื่น ๆ ในตำบลนั้น

 

 

ยุคล : มีการมอบให้ พิจารณา

 

 

สนธิญาณ : ผมเอาอีกว่าความหมายผมเสนอนะครับว่ายกเลิกสิ่งเหล่านี้เสียบ้างจะทำ แบบไหนก็ให้สงฆ์เขาว่าผมไม่ได้ก้าวล่วง ผมเล่าให้ฟัง มีเพื่อนผมคนนี้ร่ำเรียนมาเรียนดีมาก เพื่อน ๆ ผมที่ดูก็รู้ครับว่าผมกำลังหมายถึงเพื่อนคนนี้ ท่านเป็นพระและเรียนจบกฎหมายเหมือนผม ไปเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมาทำงาน วันหนึ่งก็เคยทำงานร่วมกับผมในวงการข่าวสาร วันหนึ่งท่านเบื่อหน่ายก็ไปบวช ผมก็ไปทำบุญเพื่อนบวชก็ไปร่วมอนุโมทนากับท่าน วันหนึ่งปรากฏว่าท่านเป็นพระครูผมตกใจเลยครับ เพราะท่านเพิ่งบวชได้ 8-9 ปีเองนะครับ ผมก็ไปกราบท่านและถามว่าท่านบวชไม่กี่พรรษาก็ได้เป็นพระครู ท่านก็บอกว่าพระผู้ใหญ่ไม่อยากให้ผมสึกมั้งเลยให้ตำแหน่งไว้จะได้อยู่ยึดโยงพระพุทธศาสนา อันนี้เรื่องจริงครับ ท่านก็ตอบผมแบบนี้ทุกวันนั้นก็ยังไม่สึก ผมคิดว่าไม่ใช่เพราะท่านได้ตำแหน่ง แต่นี่เป็นการให้ตำแหน่งการอวยตำแหน่งกันในวงการสงฆ์ มีอยู่จริงครับ แต่ท่านไม่ได้ราชสักการะอะไรนะครับ กลับมาครูบาอาจารย์ผมบางรูปท่านเป็นพระครูแล้ว ท่านเพิ่งเป็นเมื่ออาทิตย์ก่อนเดือนก่อนอะไรเพิ่งแต่งตั้ง

 

 

ยุคล : เลยมีความอิหลักอิเหล่แบบนี้ ว่าพระที่อยู่ตำแหน่งสูง ๆ อาจจะพรรษาน้อย แต่ถ้าไปปกครองพระที่มีพรรษามาก

 

 

สนธิญาณ : นี่ล่ะครับเป็นปัญหา นี่ยศนะครับที่ให้ จะพูดถึงครูบาอาจารย์ผมนะครับพระครูภาวนา วรวุฒิ อาจารย์ผมเป็นเจ้าอาวาสวัดอาจาโรรังสี นี่ท่านเพิ่งเป็นพระครู เมื่อไม่กี่วันเป็นอดีตข้าราชการของธนาคารแห่งประเทศไทย อายุก็รุ่นเดียวกับผม ผมถือว่าท่านเป็นพระอาจารย์เพราะท่านสอนภาวนาบางสิ่งบางอย่าง เคยไปธุดงค์ที่อินเดียด้วยกัน บวชมาเป็นลูกศิษย์หลวงปู่เทสก์ ไม่รู้กี่สิบปีเพิ่งได้เป็นพระครู

 

 

ยุคล : แต่พระเมื่อสักครู่ที่เป็นตัวเอง บวชมา 7-8 ปี ได้เป็นพระครูแล้ว

 

 

สนธิญาณ : เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ถ้าสำหรับผมการปฏิรูป คือ1.กลับไปชำระสะสางให้พื้นฐานหน่วยงานทางด้านการให้การศึกษาของพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่งต้องปรับอย่างรุนแรงกลับมาทางพระธรรมคำสั่งสอนไม่ใช่ไปยุ่งกับเรื่องทางโลกไปแบบนั้น 2.ต้องลดทอนเรื่องสมณศักดิ์ การปกครองยังต้องมีแต่ต้องลดทอนสมณศักดิ์เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในการวิ่งเต้น การอวยยศให้ เป็นพระแล้วมาอวยสมณศักดิ์กันแล้วพอได้แล้วจะไปละวางอย่างไร พระพุทธศาสนาให้ละวางทั้งจิตทั้งกลาย ขันธ์5 รูปนามยังเป็นอนัตตาอยู่เลย ไม่มีที่ต้องยึดมั่นถือมั่น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นี่จะมาอนัตตากับยศตำแหน่งแล้วมาทำการประท้วงกัน

 

 

ยุคล : พี่ต้อยพูดทั้งสองเรื่องก็คือไม่ได้พุ่งไปที่ตัวบุคคล ไปเป็นที่เรื่องของระบบหรือกติกาที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้

 

 

สนธิญาณ : ไปว่าตัวบุคคลพลาดพลั้งบาปนะครับ

 

 

ยุคล : กติกากฎเกณฑ์ กฎหมายด้วยที่เป็นอยู่ เพราะฉะนั้นก็ต้องดูว่าผู้มีอำนาจในยุคนี้

 

 

สนธิญาณ : ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ใช้มาตรา44 ในวงการพระเสียทีเถอะครับ ที่มารวมตัวกับประท้วงแบบนี้ ต้องมาชำระสะสาง ต้องทำงานถวายพระราชา ถ้าอำนาจนี้ยังเป็นอำนาจในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์แล้วยังเกิดความเหลวแหลกแบบนี้ พระเหล่านี้ถูกจัดการ

 

 

ยุคล : รอติดตามนะครับว่า คสช. จะดำเนินการอย่างไร เห็นมีการแก้ไขกฎหมายโดย สนช. ก็เยอะนะครับ จริง ๆ เริ่มจาก พ.ร.บ.คณะสงฆ์เรื่องแรกก็น่าจะเป็นนิมิตหมายอันดี สำหรับการปฏิรูปคณะสงฆ์ของไทย วันนี้ได้แง่คิดมากมายถือเป็นการปิดจ๊อบการรายงานข่าวที่เราติดตามมาตลอดทั้งวัน พรุ่งนี้มีอีกหลายเรื่องและความฝันในว่าอยากเห็นการปฏิรูปคณะสงฆ์เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นในยุค คสช.หรือไม่ต้องรอติดตาม วันนี้หมดเวลาแล้วพบกันใหม่วันจันทร์หน้าสวัสดีครับ