- 16 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ต้องติดตามต่อเนื่อง สำหรับการประกาศระงับเส้นทางบินของสายการบินนกแอร์ จำนวน 9 เที่ยวบิน จนทำให้มีผู้โดยสารตกค้างเป็นจำนวนมากที่ท่าอากาศยานดอนเมือง และแม้ผู้บริหารนกแอร์จะได้มีการแก้ไข ชี้แจงปัญหาตามลำดับ แต่ก็ใช่ว่าทุกการดำเนินการจะสามารถอธิบายปัญหาที่เกิดขึ้นได้ครบถ้วนทุกประเด็น
เริ่มจากที่สายการบินนกแอร์ (NOK) ออกแถลงการณ์ถึงกรณีนี้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นจากสาเหตุความไม่พอใจของนักบินบางส่วน ที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์การตรวจสอบของสายการบิน เนื่องจากสายการบินอยู่ระหว่างดำเนินการยกระดับมาตรฐานในระบบปฎิบัติการ เพื่อยกระดับการจัดการมาตรฐานความปลอดภัยของสายการบินให้ตอบสนองกับ IOSA (IATA Operation Safety Audit) ซึ่งเป็นระบบตรวจรับรองคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมถึงยังเน้นในสาระสำคัญว่า สายการบินนกแอร์เป็นสายการบินของคนไทยอย่างแท้จริง ดังนั้นหน้าที่สำคัญของสายการบิน คือ การยึดมั่นในเรื่องของความปลอดภัยและการให้บริการอย่างมืออาชีพ
ต่อมาบมจ.นกแอร์ได้ออกหนังสือชี้แจงต่อสาธารณะถึงแนวทางการดำเนินการกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า อาศัยมติที่ประชุมคณะกรรมการสอบสวน มีคำสั่งให้พักงาน นายวุฒิพร มฤทธิดา รองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการบิน / นักบินผู้ควบคุมอากาศยาน และนายสุชาติ ภักดีพงษ์ ผู้อำนวยการแผนกมาตรฐานการบินและนิรภัยการบิน/นักบินผู้ควบคุมอากาศยาน เป็นเวลา 7 วัน โดยให้มีผลทันที ตั้งแต่ 15 ก.พ. - 23 ก.พ. 59
1.นายวุฒิพร มฤทธิดา รองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการบิน/นักบินผู้ควบคุมอากาศยาน
2.นายสุชาติ ภักดีพงษ์ ผู้อำนวยการแผนกมาตรฐานการบินและนิรภัยการบิน/นักบินผู้ควบคุมอากาศยาน
3.นายกมล แสงหิรัญ ผู้อำนวยการแผนกปฏิบัติการบิน/นักบินผู้ควบคุมอากาศยาน
4.นายสัญญา ลิ้มประเสริฐ ผู้อำนวยการแผนกทดสอบและพัฒนาการบิน/นักบินผู้ควบคุมอากาศยาน
5.นายวิรุณ มหิทธิกุล ผู้อำนวยการแผนกเอกสารการบินและรัฐสัมพันธ์/นักบินผู้ควบคุมอากาศยาน
6.นายสหภูมิ ศรีสิงห์โฉม หัวหน้านักบินส่วน Boeing/นักบินผู้ควบคุมอากาศยาน
7.นายจิระเดช เทียนทอง ผู้จัดการส่วนงานควบคุมเอกสารการบิน/นักบินผู้ควบคุมอากาศยาน
นอกจากนี้มติที่ประชุมดังกล่าวมีคำสั่งเลิกจ้าง นายศานิต คงเพชร ผู้จัดการแผนกรักษามาตรฐานการบินและนักบินควบคุมอากาศยาน โดยไม่จ่ายค่าชดเชยและเงินใดๆ เนื่องจากมีพฤติการณ์จงใจกระทำความผิดร้ายแรงต่อบริษัท
จนกระทั่งล่าสุด นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ ได้แถลงยืนยันว่า นักบินของสายการบินนกแอร์ทั้งหมดผ่านมาตราฐานการบินขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO แต่สิ่งที่เป็นปัญหาเพราะบมจ.นกแอร์กำลังเร่งสร้างมาตรฐานให้ได้ตามข้อกำหนดของ สำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนยุโรป หรือ เอียซ่า จึงสันนิษฐานว่าการปรับปรุงมาตรฐานดังกล่าวที่เคร่งครัดขึ้นเป็นส่วนสำคัญทำให้นักบินกลุ่มนี้ไม่พอใจเนื่องจากมีกฎระเบียบที่เข้มข้นขึ้น
นอกจากนี้ นายพาที ยังระบุด้วยว่า สายการบินนกแอร์มีนักบินอยู่ทั้งสิ้น 130 คน แต่มีนักบินที่มีปัญหาอยู่ตอนนี้เพียง 8 คน และมั่นใจว่าจำนวนนักบินกับเวลาบินของแต่ละคนจะไม่ขัดกับมาตราฐานการบินของ ICAO แน่นอน พร้อมมั่นใจว่าในเดือนมีนาคมและเมษายนนี้สถานการณ์จะดีขึ้นแน่นอน เนื่องจากจะมีการพิจารณาลดไฟท์บินลง ราว 10-15 % ของไฟลท์บินทั้งหมด
ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาวจะมีการรับสมัครนักบินเพิ่มมากขึ้น และปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบการกระทำความผิดของนักบินทั้ง 8 คน หากพบว่ามีการกระทำความผิดร้ายแรง ก็จะมีคำสั่งเลิกจ้างเพิ่มเติมซึ่งความชัดเจนในเรื่องนี้ทางบมจ.นกแอร์ จะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันพรุ่งนี้ ( 17 ก.พ.)
จากถ้อยแถลงของนายพาทีเกี่ยวกับ 2 ประเด็นเกี่ยวเนื่องคือ การยอมรับว่ามีความจำเป็นต้องปรับลดไฟล์การบิน และการเพิ่มจำนวนนักบินในอนาคต ทำให้ต้องมีเหตุนำสืบต่อไปว่า การพิจารณาบทลงโทษพนักงานบมจ.นกแอร์ ซึ่งทั้งหมดมีตำแหน่งควบคู่ทั้งการเป็นฝ่ายบริหารและนักบิน เกิดขึ้นด้วยความสมเหตุสมผลหรือมีข้อเท็จจริงอย่างไร
โดยเฉพาะกรณีของกัปตัน ศานิต คงเพชร ซึ่งถูกคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งผู้จัดการแผนกรักษามาตรฐานการบินและนักบินควบคุมอากาศยาน ยืนยันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นของบมจ.นกแอร์วันนี้ มาจากปัญหาการบริหารจัดการภายใน เพราะบมจ.นกแอร์มีปัญหาจำนวนนักบินไม่เพียงพอ ซึ่งผู้บริหารบมจ.นกแอร์ทราบปัญหามาโดยตลอด แต่ไม่ได้มีการแก้ไข เช่นกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ซึ่งเป็นที่รับรู้อยู่แล้วว่าจำนวนนักบินไม่เพียงพอ สิ่งที่ผู้บริหารควรทำในวันนั้นก็คือการยกเลิกไฟล์บิน เพราะเป็นสิ่งที่สายการบินต้องคำนึกถึงความปลอดภัยผู้โดยสาร และยิ่งรู้ว่านักบินมีอาการป่วยก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารต้องดูแลผู้โดยสาร ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยการจัดการโอนผู้โดยสารไปสายการบินอื่น
นอกจากนี้ กัปตันศานิต ยังยืนยันด้วยว่า การนำประเด็นการลาของนักบินไปผูกโยงกับการเลี่ยงตรวจสอบมาตรฐานการบิน เป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะการตรวจสอบมาตรฐานการบินของเอียซ่า ไม่ได้เป็นระบบการตรวจสอบตัวนักบิน แต่เป็นกรณีการตรวจสอบองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบิน ส่วนการตรวจสอบคุณภาพนักบินเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับกรมการบินที่จะทำหน้าที่เรื่องการพิจาณาใบอนุญาต ดังนั้นประเด็นนี้จึงไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้บริหารบมจ.นกแอร์นำมาเป็นข้อกล่าวอ้าง
